บทที่ 2 บทที่ 2.

ฤดีชลน้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวรีบหันหลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่ไปได้ไม่ไกลร่างเล็กๆ ของเธอก็มีอันล้มกลิ้งไปบนพื้นแข็งๆ ซึ่งมันไม่ใช่พื้นหญ้าของสวนดอกไม้ แต่เป็นพื้นปูนหยาบๆ เหมือนว่ากำลังอยู่ในโรงนาหรือโกดังเก็บของเสียมากกว่าฤดีชลขวัญหนีดีฟ่อเมื่อสภาพแวดล้อมรอบกายเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนเริ่มสับสน แล้วเธอก็ต้องผวาหันกลับไปมองข้างหลังตนทันทีด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ถึงไอร้อนๆ เหมือนใครมาหายใจรดต้นคอ ร่างบอบบางนิ่งขึงไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้เลยแม้แต่น้อยได้แต่จ้องมองซาตานร้ายตรงหน้าด้วยใจสั่นหวั่นหวาด...

“หึหึ ชีวิตเธอเป็นของฉันสาวน้อย.. เธอเป็นของฉัน...” เสียงหัวเราะที่น่าสะพรึงออกมาจากปากกว้างๆ สีแดงฉานที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมของมันซึ่งเห็นเพียงริมฝีปากที่แดงฉานเต็มไปด้วยเขี้ยวฟันแหลมคมน่าขยะแขยง น้ำเสียงของมันเหี้ยมเกรียมแสดงความเป็นเจ้าของเธอเต็มที่...

“ไม่... ไม่อย่านะ อย่าทำอะไรหนูดีเลยได้โปรด อย่า...” สาวน้อยอ้อนวอนร้องขอเมื่อร่างสูงใหญ่กว่าเธอมากมายนั้นคร่อมทับร่างเล็กๆ ไว้ ฤดีชลพยายามขยับร่างกายกระถดหนีอย่างเอาเป็นเอาตายแต่ร่างของเธอกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ฤดีชลใจเสียมากขึ้นดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่ค่อยๆ โน้มลงมาใกล้เธอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของมันที่แทบแผดเผาใบหน้านวลของเธอให้มอดไหม้ ดวงตาสีน้ำเงินของซาตานร้ายเข้มขุ่นจนเกือบจะกลายเป็นสีดำ และเธอก็เหมือนถูกสะกดด้วยดวงตาคมกล้าคู่นั้นก่อนจะกรีดร้องออกมาสุดเสียงอีกครั้งเมื่อมันโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้และอ้าปากกว้างเหมือนจะเขมือบเธอทั้งเป็น..

“กรี๊ดดดดด...”

กรี๊ดดดดด... ฤดีชลหวีดร้องจนสุดเสียงผวาเฮือกจากที่นอนนุ่มร่างกายเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเม็ดโต... “ฝันร้ายอีกแล้ว... ฝันร้าย... คุณพ่อคุณแม่ขา หนูดีไม่อยากฝันร้ายอีกแล้ว...” ฤดีชลลูบใบหน้าซีดเซียวที่ชื้นไปด้วยเหงื่อของตนอย่างอ่อนล้าใบหน้าสวยหวานเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย... ฝันร้ายที่ฝันซ้ำๆ กันมาตลอดสี่ปี ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมากลางดึกเธอมักจะหันมองรอบกายด้วยความหวาดหวั่นอยู่เสมอก่อนจะแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อสิ่งที่ได้เผชิญนั้นคือความฝัน แต่บางครั้งหญิงสาวก็นึกกลัว กลัวว่าความฝันนั้นจะเป็นความจริง แล้วเธอจะต้องเผชิญกับฝันร้ายเช่นนี้ไปอีกนานแค่ไหนหนอ... ฤดีชลเฝ้าถามตัวเองเช่นนี้มาตลอดสี่ปีเต็ม... 

หญิงสาวลูบใบหน้าที่ชื้นด้วยเหงื่อของตนอย่างเหนื่อยล้า... เธอฝันร้ายอีกแล้ว และช่วงนี้เหมือนว่าเธอจะฝันถึงซาตานตนนั้นบ่อยมากขึ้นจนน่าแปลกใจ... เมื่อไหร่หนอเธอจะเลิกฝันร้าย... หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปีเต็มในวันนี้ถามตัวเองอย่างปวดร้าว เธอไม่รู้ว่าทำไมตนต้องฝันซ้ำๆ กันอยู่แบบนี้ ฝันร้ายแบบเดิมๆ ที่มีซาตานคนเดิม พูดคำเดิมอยู่เช่นนั้น...

โฮ่งๆ งี้ดๆ .. เสียงสุนัขตัวโตพันธ์ผสมหน้าตาแปลกๆ ของเจ้า แมมมอส ซึ่งเป็นสุนัขที่เธอเลี้ยงมันมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ ดังขึ้นทำให้ฤดีชลหันไปสนใจมัน ร่างใหญ่โตของมันเดินมามองหน้าเธอด้วยความห่วงใยพลางซบหน้ารกๆ ของมันมาที่ตักนุ่ม

“หนูดีฝันร้ายอีกแล้ว ฝันเห็นแต่อดีตที่เลือนราง ฝันเห็นซาตานร้ายตนนั้น เสียงของเขา การกระทำและคำพูดร้ายๆ ของเขายังคงดังก้องอยู่ในหัวของหนูดี มันดังชัดราวกับว่าเขาพูดอยู่ข้างๆ หูและเขาก็อยู่ใกล้ๆ หนูดีตลอดเวลา แมมมอส หนูดีจะทำยังไงดี หนูดีไม่อยากเป็นแบบนี้ หนูดีไม่อยากฝันร้ายอีกแล้ว...” เธอลูบหัวเจ้าสุนัขตัวโตอย่างอ่อนโยนพูดกับมันราวกับว่ามันฟังที่เธอพูดรู้เรื่อง สำหรับเธอแมมมอสคือเพื่อนที่ดีที่สุดและเป็นผู้รับฟังที่ดีที่สุด

โฮ่ง... เจ้าแมมมอสเห่าเบาๆ แล้วเอาจมูกชื้นๆ ของมันดุนมือบางและครางหงิงๆ ราวกับกำลังพูดปลอบใจและให้กำลังใจเธอกระนั้น ฤดีชลยิ้มบางๆ รับรู้ได้ทันทีว่ามันกำลังบอกว่า สู้ๆ หนูดีคนเก่งของแมมมอส

“ขอบใจมากนะแมมมอสของหนูดี เอาล่ะ... หนูดีจะไปทำบุญที่วัดก่อนไปทำงาน เราไปด้วยกันนะ...” ฤดีชลถอนใจเบาๆ แล้วรีบลุกจากเตียงสีหวานเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวเมื่อเห็นนาฬิกาแขวนผนังเรือนหรูบอกเวลาห้านาฬิกาเนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ ฤดีชลจึงตั้งใจว่าจะทำอาหารไปทำบุญก่อนไปทำงาน 

ในเช้านี้ฤดีชลรู้สึกมีความสุขมากที่ทุกคนในครอบครัวโทร. มาจาก เกาะพราวแสงจันท์ เกาะแสนสวยซึ่งเป็นเสมือนบ้านเกิดของเธอนั้นโทรศัพท์มาอวยพรวันเกิดปีที่ยี่สิบเอ็ดกันครบทุกคน และหลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวและรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วฤดีชลก็เตรียมตัวออกไปทำบุญที่วัดใกล้ๆ บ้านก่อนจะไปทำงาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป