บทที่ 4 บทที่ 4.
“นายคิดจะทำอะไรไอ้คิม...” เหมันต์ตะคอกน้องชายด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์นักยิ่งมาเจอมาดกวนๆ ของ คิมหันต์ หิรัญวารินทร์ มาติเนซ คาร์เตอร์ น้องชายจอมกวนยิ่งอยากจะกระโดดเตะให้คิมหันต์กลับไปยังที่ที่จากมาเสียตอนนี้เลย...
“โห... อะไรกันครับพี่ชาย เจอหน้าน้องทั้งทีจะพูดดีๆ ด้วยได้ไหมเนี่ย ทีกับวัตสันไม่เห็นจะเรียกเสียงแข็งแบบนี้เลย รักน้องลำเอียงนี่นา...” คิมหันต์ทำทีโอดครวญกับ เหมันต์ ผู้เป็นพี่ชายและพลอยพาดพิงไปถึงน้องชายคนสุดท้อง นั่นก็คือ วสันต์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปทำงานเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในทวีปแอฟริกา
“ก็วัตสันเขาไม่ได้กะล่อน กวนบาทาเหมือนนายนี่หว่า... บอกมาดีๆ ว่ากลับมาทำไมตอนนี้...” เหมันต์ขึงตาใส่น้องชายใบหน้าหล่อเหลาไม่แพ้กันนั้นบูดบึ้ง
คิมหันต์ยกยิ้มน้อยๆ ให้พี่ชายใบหน้าเรียวได้รูปที่มีไรเคราจางๆ ดูเร้าใจนั้นประกอบด้วยคิ้วหนาเรียวยาวเหนือดวงตาคมวาวหวานสีน้ำเงินเข้ม จมูกโด่งสวยได้รูปน่ามองที่รับกับริมฝีปากหยักสวยสีแดงอย่างคนสุขภาพดีบวกกับร่างสูงใหญ่ร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตรนั้นทำให้คิมหันต์งามสง่าน่ามองไปทุกมุมอีกทั้งคุณสมบัติหล่อรวยมหาศาลระดับมหาเศรษฐียิ่งทำให้คิมหันต์เป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั้งโลกที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้นี้แต่ตลอดชีวิตกว่าสามสิบสามปีของคิมหันต์ไม่เคยมีหญิงสาวคนไหนได้มีโอกาสใช้นามสกุลของเขาและไม่มีใครได้เข้ามามีส่วนร่วมในสิ่งที่เขามี นอกจากแค่ผ่านมาชั่วคราวให้เขาพอได้คลายเหงาซึ่งผู้หญิงที่จะมีโอกาสใกล้ชิดเขาถึงเตียงนั้นก็ต้องสวยระดับนางงามหรือดารานางแบบที่มีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ทุกนางเขาก็ใช้บริการคลายเหงาจากพวกเธอทั้งหลายแค่ครั้งเดียวแต่เป็นครั้งเดียวที่คุ้มค่าเลยทีเดียว...
“ผมก็กลับมาหาเมียผมสิครับพี่มาร์ค...”
“คิมหันต์... ฉันว่าเราพูดเรื่องนี้กันแล้วนะ หากแกกลับมาคราวนี้นั่นหมายความว่าแกต้องหย่าให้หนูดี...” คราวนี้น้ำเสียงของพี่ชายเรียบเฉยเย็นชาพร้อมทั้งเรียกชื่อแบบนี้นั่นแสดงว่าเหมันต์กำลังโกรธ
แต่สำหรับคิมหันต์ไม่ว่าใครจะทัดทานหรือมาขัดขวางเขาก็ไม่สนใจแล้ว แม้แต่นายใหญ่และนายหญิงแห่งเกาะ พราวแสงจันทร์ ก็ไม่สามารถทัดทานความต้องการของเขาได้ ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาเขาทรมานแค่ไหน ต่อไปนี้เขาจะไม่ทนอยู่กับความทรมานนั้นอีกแล้ว
“ฉันว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะคิม”
“ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้นแต่ผมมีสิทธิ์เต็มที่ในสามีเธอ”
“นายต้องการอะไร... เท่าที่ผ่านมานายยังทำร้ายหนูดีไม่พออีกหรือไง” เหมันต์เสียงเข้มมองหน้าน้องชายอย่างจริงจัง คิมหันต์เมินหน้าหนีสายตาของพี่ชายดวงตาคมสีน้ำเงินเข้มเหมือนกันแต่ต่างกันที่แววในนัยน์ตาซึ่งอยู่ในคนละอารมณ์ความรู้สึก
“พี่ไม่เป็นผมพี่ไม่มีทางรู้หรอกว่าผมรู้สึกอย่างไร พี่ไม่มีทางรู้...” คิมหันต์กล่าวเสียงแผ่วไม่มีแววขี้เล่นยียวนเช่นที่ผ่านมาทำให้ผู้เป็นพี่ชายถอนใจเบาๆ ร่างสูงใหญ่กว่าเพียงเล็กน้อยเดินมาตบบ่าน้องชายเบาๆ
“นายก็รู้ว่าหนูดีไม่ใช่คนที่แกคิดจะเล่นๆ ด้วย และนายหญิงแห่งเกาะพราวแสงจันทร์คงไม่ยอมให้นายทำอย่างนั้นแน่นอน นายกลับไปเสียจะดีกว่า”
“ผมก็บอกพี่แล้วว่าผมจะมาทวงสิทธิ์ของผมคืน เธอเป็นของผม...” คิมหันต์ดื้อดึงแววตาเข้มจัดจนเหมันต์นึกหวั่นใจและนึกห่วงฤดีชลขึ้นมาทันที
“นายคิดจะทำอะไรคิมหันต์...”
“ผมว่าผมกลับดีกว่า แล้วจะแวะมาใหม่ ฝากกราบคุณแม่ด้วยก็แล้วกันมาคราวนี้ผมคงจะไม่ไปที่เกาะ” คิมหันต์ไม่ตอบพี่ชายแต่เดินไปขึ้นรถยนต์คันหรูของตนแล้วขับออกไป
เหมันต์มองตามท้ายรถของน้องชายไปอย่างครุ่นคิด วันนี้เขาขึ้นฝั่งมาเพราะรู้ข่าวว่าน้องชายกลับมาเมืองไทยซึ่งเขาเองก็นึกแปลกใจที่คิมหันต์กลับมาที่อีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้มาเมืองไทยกว่าสีปี และหากมาเมืองไทยคิมหันต์จะตรงไปที่เกาะพราวแสงจันทร์ก่อนเสมอ แต่คราวนี้คิมหันต์เลือกที่จะพักอยู่ที่โรงแรมในเครือหิรัญวารินทร์เขาจึงนั่งเรือเร็วมาจากเกาะเพื่อมาพบน้องชาย เหมันต์ก็ได้แต่หวังหว่าคิมหันต์จะไม่ทำอะไรที่เลวร้ายกับฤดีชลอีก
“เราจะกลับกันรึยังคะพี่มาร์ค ลูกๆ คงรอแล้ว” เสียง อรุณนารี ภรรยาของเขาดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กบอบบางน่ารักเดินมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ความทุกข์หนักอึ้งในใจลดลงเพียงเห็นรอยยิ้มสดใสของเธอ
“ครับ เรากลับบ้านกันได้แล้ว เอ๊ะ แล้วนี่ได้อะไรมาเยอะแยะเลยครับที่รัก นี่คงไม่ได้เหมาของหมดห้างหรอกใช่ไหม” เขาตาโตเมื่อเห็นชายหนุ่มสองคนขนข้าวของมากมายเดินตามหลังภรรยามา
“ก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ นานๆ จะได้มาแผ่นดินใหญ่ทีแมงปอก็ต้องช้อปให้คุ้มค่ะ” หญิงสาวยิ้มน่ารักให้สามีพร้อมทั้งเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบปลายคางสากเบาๆ อย่างเอาอกเอาใจ
“หากสามีไม่บ่นแล้วช่วยภรรยาขนของลงเรือดีๆ คืนนี้แมงปอก็อาจจะมีรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ปลอบใจค่ะ” อรุณนารีขยิบตาให้สามีอย่างเซ็กซี่ซุกซน เหมันต์ตาโตด้วยความคาดหวังรางวัลที่จะได้ในคืนนี้...
“ถ้าอย่างนั้นพี่มาร์คจะไม่บ่นสักคำเลยครับ เชิญคุณภรรยาที่รักไปเลือกซื้อของได้อีกนะครับ” เหมันต์ยิ้มกว้างแล้วเดินไปช่วยขนของลงเรือลำงามอย่างว่องไว อรุณนารีส่ายหน้ายิ้มๆ กับท่าทางของสามีที่แม้จะผ่านมาแล้วห้าปีที่แต่งงานกันมาเหมันต์ก็ยังรักเธอมาก เขาเป็นทั้งสามีและพ่อที่ดีของลูกๆ ตลอดมา
