บทที่ 6 บทที่ 6.

เจ้าแมมมอสนอนเล่นอยู่ประตูหน้าบ้านซึ่งเป็นที่ประจำของมันเมื่อเจ้านายสาวอยู่ในบ้านหรือกำลังทำธุระส่วนตัว หรือว่าทำอาหารอยู่ในครัวเสมือนเป็นการป้องกันและดูแลรักษาความปลอดภัยให้เจ้านายไปด้วย ตอนนี้มันกำลังแทะลูกบอลของเล่นชิ้นโปรดของตนเองอยู่อย่างเมามัน ในขณะที่ฤดีชลกำลังทำอาหารอยู่ในครัว

ปกติแล้วฤดีชลมีแม่บ้านที่คอยดูแลทำอาหาร ทำความสะอาดบ้านให้ แต่ตลอดสัปดาห์นี้ฤดีชลจะต้องอยู่บ้านคนเดียวเพราะ พี่หล้า แม่บ้านสาวใหญ่ซึ่งคุณแม่ใหญ่วารินให้พี่หล้ามาคอยดูแลเธออย่างใกล้ชิดนั้นลาไปธุระต่างจังหวัดเนื่องจากแม่ของพี่หล้าเสียชีวิต พี่หล้าเป็นคนที่แม่ใหญ่วารินไว้ใจให้มาดูแลเธอด้วยความรักและห่วงใยซึ่งฤดีชลก็ซาบซึ้งในความรักของคุณแม่ใหญ่วารินที่มีให้เสมอมา 

หญิงสาวล้างมือเมื่ออาหารเย็นวันนี้สิ้นสุดลงเธอทำอาหารรับประทานเองง่ายๆ คือผัดผักรวมใส่เต้าหู้ไข่ไก่ และต้มจืดเต้าหู้อีกหนึ่งอย่าง เนื่องจากเธอแพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อวัว ส่วนไก่หรือหมูก็ไม่ค่อยจะถูกปากนักดังนั้นเธอจึงเลือกรับประทานแต่เต้าหู้หรือโปรตีนเกษตรหรือปลาบางชนิดรวมไปถึงอาหารทะเลแทนการรับประทานเนื้อสัตว์ การทำอาหารรับประทานเองโดยใช้โปรตีนจากถั่วจึงเป็นเรื่องปกติและเธอก็ชินกับการทำอาหารรับประทานเองมากกว่า แม้จะมีร้านอาหารประจำที่เธอมักจะไปฝากท้องอยู่บ่อยๆ ก็ตาม

ฤดีชลยกอาหารมารับประทานที่ห้องนั่งเล่นด้วยความเคยชินเพราะเธอชอบห้องนี้ซึ่งติดกับสวนหย่อมเล็กๆ ของบ้านและตอนนี้ดอกไม้ที่เธอปลูกไว้กำลังออกดอกบานสะพรั่งกลิ่นดอกบานเย็นส่งกลิ่นรวยรินมาตามสายลมทำให้ความเคร่งเครียดจากการทำงานลดลงสีเขียวขจีทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายจากงานที่คร่ำเคร่งอยู่ทั้งวัน แม้งานไม่ได้หนักหนาอะไรแต่งานที่ต้องใช้ความคิดก็มักจะทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อย ยิ่งตอนนี้เธอต้องการบุกเบิกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เธอก็ยิ่งมีการบ้านต้องทำมากขึ้น

เจ้าแมมมอสเดินมานั่งประจำที่ของตนเมื่อชามอาหารของมันก็มีอาหารพร้อมแล้ว เจ้าสุนัขแสนรู้ก้มหน้าก้มตากินอาหารของมันเงียบๆ ในขณะที่ฤดีชลก็รับประทานอาหารของตนเช่นเดียวกัน แต่แล้วหญิงสาวก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขนอ่อนในกายลุกชันขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยอาการตื่นตระหนกกวาดมองรอบกายอย่างระแวงระวังใบหน้าหวานซีดขาวเหงื่อเม็ดโตผุดพราวบนใบหน้ามือเท้าของเธอเย็นเฉียบ ใจหวิวๆ คล้ายจะเป็นลมเสียอย่างนั้น... .

โฮ่งๆ เจ้าแมมมอสเห่าขึ้นเบาๆ เหมือนจะรับรู้ได้ถึงอาการของเธอ ฤดีชลจึงเรียกมันมานั่งใกล้ๆ มือเรียววางช้อนลงแล้วลูบหัวมันอย่างต้องการความอุ่นใจ

“หนูดีรู้สึกแปลกจังเลยแมมมอส วันนี้เราขึ้นนอนกันเร็วๆ นะ” เธอบอกมันด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นแล้วรีบเก็บจานชามไปล้างและเก็บของปิดประตูหน้าต่างทุกบานอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินเร็วขึ้นไปชั้นบนแล้วเข้าห้องนอนของตนปิดล็อกอย่างแน่นหนา แมมมอสเดินไปล้มตัวนอนหมอบอยู่ข้างๆ เตียง ฤดีชลมองมันอย่างขอบคุณแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำสักครู่ก็เดินออกมาแล้วคลานขึ้นเตียงแล้วสวดมนต์ก่อนนอนเช่นทุกวัน

“ฝันดีนะแมมมอส” เธอบอกกับมันแล้วหลับไปอย่างอ่อนเพลีย... และเริ่มฝัน ฝันร้ายแบบเดิมๆ แต่คราวนี้มีใครอีกคนเข้ามาในฝัน แต่ทว่าใครคนนั้นเป็นเพียงเงาลางๆ เงาที่ทอดออกมาจากร่างของซาตานร้ายและเงานั้นก็กำลังพยายามตรึงเจ้าซาตานตนนั้นไว้อย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้มันเข้ามาทำร้ายเธอ เสียงเจ้าซาตานร้ายกรีดร้องโหยหวนเสียงของมันทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งกาย แล้วเธอก็ต้องกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อซาตานร้ายใช้หอกในมือแทงลงไปกลางอกของเงานั้น และสิ่งที่ไม่คาดว่าจะได้เห็นก็เกิดขึ้นเมื่อเลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาจากเงานั้นเจิ่งนองแดงฉานไปทั่วพื้น...

ร่างบางผวาเฮือกสะดุ้งตื่นด้วยน้ำตานองใบหน้า มือเท้าเย็นเฉียบหัวใจสาวสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก โอ... นี่เธอจะฝันร้ายซ้ำๆ ซากๆ เช่นนี้ไปอีกนานแค่ไหน หญิงสาวลูบใบหน้าที่ชื้นด้วยเหงื่อและน้ำตาอย่างหดหู่ ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบแสงสีทองแต่งแต้มที่ขอบฟ้าอยู่รำไร เช้าอีกวันแล้วหรือนี่... เวลาช่างหมุนผ่านไปเร็วเหลือเกิน...

“ตายล่ะ วันนี้ท่านประธานจะมาที่บริษัทนี่นา...”

โฮ่งๆ เสียงขานรับดังขึ้นอย่างแสนรู้ทำให้ฤดีชลคลายความหวาดหวั่นจากฝันร้ายได้ เธอยิ้มให้มันก่อนจะลุกไปจัดการธุระส่วนตัวด้วยเวลาอันรวดเร็ว

ในอีกด้านหนึ่งฝั่งตรงข้ามกับบ้านหลังเล็กนั้นก็มีดวงตาคมคู่หนึ่งจับจ้องความเป็นไปในบ้านหลังน้อยอยู่ด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน เธอไม่รู้หรอกว่าเขาเองก็ฝันร้ายเรื่องเดิมซ้ำๆ มาตลอดสี่ปี และเธอก็คงไม่มีวันรู้ว่าเขาเองก็เจ็บปวดไม่น้อยกว่าเธอเลย...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป