บทที่ 8 บทที่ 8.

การประชุมผ่านพ้นไปแล้วร่วมชั่วโมงแต่ก็ไม่มีการปรากฏตัวของท่านประธานคีธทำให้ฤดีชลกระสับกระส่ายแต่คุณภาสกรกับกวินภพไม่มีทีท่าอะไรนอกจากนั่งดูเอกสารกันไปเงียบๆ

“คุณลุงคะ ตกลงว่าท่านประธานไม่มาใช่ไหมคะ”

“อ้อ ท่านให้คนโทรศัพท์มาแจ้งแล้วครับว่าจะมาช้าหนึ่งชั่วโมง มีเหตุขัดข้องจากการเดินทางครับ”

“อ้าวเหรอคะทำไมไม่มีใครแจ้งหนูดีเลยล่ะคะ”

“พอดีว่าพี่เห็นหนูดียุ่งๆ อยู่เลยไม่ได้บอกจ้ะ” กวินภพยิ้มให้บางๆ ในแบบของเขา

“เฮ้อ หนูดีก็นึกห่วง ถ้าอย่างนั้นหนูดีขอออกไปดูเจ้าแมมมอสหน่อยละกันนะคะ เดี๋ยวมาค่ะ” หญิงสาวเดินออกไปจากห้องประชุมสองพ่อลูกก็หันมองหน้ากันแล้วถอนใจเบาๆ

“มันถูกต้องแล้วใช่ไหมครับพ่อ” ผู้เป็นพ่อไม่ตอบได้แต่พยักหน้าช้าๆ กวินภพจึงก้มอ่านเอกสารในมือต่อแต่ในใจก็ยังกังวลไม่หาย...

ทางด้านฤดีชลที่ออกมาจากห้องประชุมก็เดินไปยังสวนหย่อมหลังสำนักงานซึ่งเป็นที่ของเจ้าแมมมอสหากว่าเธอมีประชุมหรือมีงานด่วนมันจะรู้ตัวดีว่าจะไม่รบกวนเวลาทำงานของเธอ สวยหย่อมจึงเสมือนที่โปรดของมันเพราะเย็นสบายและมีผีเสื้อให้มันกระโดดตะครุบเล่นตามประสา เมื่อมันเห็นนายสาวเดินมาก็ลุกขึ้นกระดิกหางวิ่งเหยาะๆ มาหาอย่างลิงโลด

“แหมอิ่มพุงย้อยเชียวนะแมมมอส เดี๋ยวท่านประธานจะมา แมมมอสอยู่ที่นี่ก่อนนะ ประชุมเสร็จแล้วหนูดีจะมาเรียก ห้ามออกไปเกะกะนะรู้มั้ย” เจ้าแมมมอสผงกหัวแล้วเดินกลับไปนอนหมอบที่เดิมใต้ซุ้มดอกไม้อย่างสบายอารมณ์ ฤดีชลยิ้มบางๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในสำนักงาน

แต่แล้วเธอก็ต้องอุทานออกมาอย่างตระหนกเมื่อขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปในห้องประชุมนั้นเองก็ชนกับร่างใครสักคนจนร่างเล็กเซถลา ดีที่ว่าใครคนนั้นรั้งข้อมือบางไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะล้มไปกองกับพื้น ฤดีชลเงยหน้ามองเขาเพื่อจะเอ่ยขอบคุณ

“อุ้ย ว้าย...”

“เป็นอะไรมากรึเปล่า” คนตัวโตที่ช่วยเธอไว้เอ่ยถามรูปร่างสูงใหญ่เขาหันหลังให้แสงสว่างจึงทำให้มองไม่เห็นใบหน้าของเขาชัดนัก แต่น้ำเสียงของทำให้ฤดีชลขมวดคิ้วมุ่นรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดอากาศรอบกายเหมือนน้อยลงจนต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ดวงตาพร่าเลือนหูแว่วได้ยินเสียงเจ้าแมมมอสเห่าขรมก่อนที่ทุกอย่างรอบกายจะดับมืดพร้อมสติการรับรู้ของเธอก็สิ้นสุดลงจึงไม่ได้รับรู้ว่าคนที่ช่วยเหลือเธอไว้นั้นลนลานด้วยความวิตกจนใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด

“หนูดี หนูดี เป็นอะไรไป...” คิมหันต์เขย่าร่างบางโดยไม่สนใจเจ้าแมมมอสที่เก่ากรรโชกเขาเสียงดังและทำท่าจะเข้ามาขย้ำคอเขาเสียให้ได้ถ้ากวินภพไม่เข้ามารั้งโซ่ของมันไว้ด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี

“หยุดแมมมอส หยุด อย่า เขาไม่ทำร้ายหนูดีหรอก หยุด หยุดเดี๋ยวนี้...” กวินภพทั้งดึงทั้งรั้งเจ้าสุนัขตัวโตจนแทบจะหมดแรงแต่เจ้าแมมมอสดูจะไม่ค่อยจะเชื่อฟังนักทั้งที่มันเป็นหมาที่แสนรู้และไม่ดุร้ายเข้าใจคำสั่งง่ายแต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะคลั่งเสียให้ได้เมื่อเห็นเจ้านายของตนนอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มตัวโตที่มันคงจะคิดว่าคนคนนี้ไม่เป็นมิตรกับเจ้านายของมัน

“ฉันจะพาหนูดีกลับบ้าน ฝากทางนี้ด้วยนะภพ”

“ครับ..” กวินภพรับคำ “แต่คุณต้องพาเจ้าแมมมอสไปด้วยไม่อย่างนั้นถ้าหนูดีฟื้นขึ้นมาบ้านแตกแน่ๆ หากไม่เจอกัน และเจ้านี่มันคงไม่ยอมให้คุณพาหนูดีไปไหนแน่นอนหากไม่มีมันไปด้วย”

“โอเคๆ แกไปกับฉันด้วย แล้วอย่าวุ่นวายก็แล้วกัน นี่น่ะเมียฉันนะเว้ยไอ้หมาขี้เหร่” คิมหันต์หน้ายุ่งแล้วหันมาพูดกับเจ้าแมมมอสอย่างเสียไม่ได้แต่ไม่วายที่จะแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคนในอ้อมแขน เจ้าแมมมอสก็เห่ารับเบาๆ หนึ่งครั้งอย่างแสนรู้แต่ท่าทางของมันก็ยังไม่ยอมรับชายหนุ่มตรงหน้า กวินภพมองทั้งคนทั้งหมาแล้วแอบขันในใจศึกครั้งนี้...

เปลือกตาบางขยับยุกยิกๆ ร่างบางที่นอนนิ่งมาหลายชั่วโมงเริ่มขยับกายอย่างเมื่อยขบก่อนจะเบิกตากว้างผวาลุกขึ้นอย่างรวดเร็วหันมองซ้ายขวาด้วยความตระหนก แต่เมื่อเห็นว่าตนอยู่ในห้องของตัวเองก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ ด้วยความโล่งอกเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้หายเคลือบแคลงใจ เธอกลับมาที่บ้านได้อย่างไร...

“หรือว่าพี่ภพมาส่งนะ” หญิงสาวพูดกับตัวเองขณะจะขยับกายลงจากเตียงสีหวานเจ้าแมมมอสก็วิ่งเข้ามาทำเสียงงื้ดง้าดยืนสองขาอยู่ข้างเตียงทั้งยังเห่าเบาๆ เหมือนจะฟ้องอะไรบางอย่างท่าทางของมันเหมือนเด็กขี้ฟ้องไม่มีผิด

“แมมมอส เรากลับมาที่บ้านได้ยังไง พี่ภพพามาเหรอ”

โฮ่งๆ เจ้าแมมอสเห่าตอบแต่ส่ายหัวดุ๊กดิ๊กๆ ฤดีชลขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ ถ้าไม่ใช่กวินภพพาเธอมาแล้วใครจะพามา แต่แล้วประตูห้องที่ถูกเคาะเบาๆ ทำให้เอเงยหน้าขึ้นมอง

“ฟื้นแล้วเหรอหนูดี”

“คุณลุง... คุณลุงพาหนูดีกลับมาบ้านเหรอคะ ขอบคุณมากนะคะ แล้วเอ่อ ผู้ชายคนนั้น...”

“ลุงไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดีนะนี่” คุณภาสกรยิ้มๆ “เดี๋ยวลุงไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ หนูดีล้างหน้าล้างตาเถอะ มีคนรอหนูดีอยู่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป