บทที่ 8 บทที่ 8

“ก็แล้วถ้ามีคนที่รู้จักติณณภพตัวจริงขึ้นมาหน้าหล่อนไม่แตกเหรอยะ”

“จริงด้วย”

“พี่มัทก็ไม่ต้องไปร่วมงานนี้สิคะ บอกว่าป่วยก็ได้ ดีไหมคะ”

“ถ้าไม่ไปมีหวังโดนเม้าไม่เลิกแน่ เม้ากันอย่างสนุกปาก คราวนี้คงพูดกันให้กระฉ่อนว่ามัฑณาวีจอมมโน อยากมีแฟนหนักมากแต่ไม่เคยมีเลยสักคน ก็เลยเกิดมโนว่าตนเองเป็นแฟนกับทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้าน รับรองได้เลยว่ามัทจะต้องถูกหยามเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต ฤทัยก็จะได้โอกาสพูดข่มมัทไปได้เรื่อย ๆ แน่”

“พิซซี่พูดซะมัทเห็นภาพเลย”

“สิ่งที่ฉันพูดมันจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนจ้ะมัฑณาวี ถ้าแกไม่ไปงานนี้พร้อมกับผู้ชายที่แกอ้างว่ากำลังจะแต่งงานด้วย”

“ถ้างั้นเราไปขอคุณติณณภพช่วยดีไหม”

ภาคินถึงกับต้องเบ้ปากมองบนอีกครั้งก่อนจะดีดนิ้วไปตรงหน้าเพื่อน

“สติ! ตั้งสติหน่อยมัฑณาวี”

“พิซซี่คิดว่าเขาจะไม่ช่วยมัทเหรอ”

“เรากำลังพูดถึงติณณภพคนเดียวกันอยู่ใช่ไหม”

“ก็ใช่น่ะสิ”

“เขาเป็นถึงประธานกรรมการบริหารบริษัทดิเอ็มไพร์กรุ๊ป แล้วเราเป็นใคร อย่าว่าแต่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขาเลย แค่เข้าพบเขาก็เป็นเรื่องยากแล้ว”

“ก็ไม่แน่นักหรอก”

“พี่มัทมีวิธีเหรอคะ”

“เราก็ใช้เหตุการณ์ในวันนี้ให้เป็นประโยชน์สิ”

“แกคิดจะไปข่มขู่เขาเหรอ ที่พูดออกมาเนี่ยคิดดีหรือยัง”

“ใครว่า...มัทไม่ทำอะไรแย่ ๆ แบบนั้นหรอก มัทแค่จะโทรไปนัดพบเขาเท่านั้น ก็อย่างที่พิซซี่บอกเขาไม่รู้จักมัทคงไม่ยอมให้มัทเข้าพบง่าย ๆ แน่ แต่ถ้ามัทเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ เขาก็อาจจะนึกออกและยอมให้มัทเข้าพบเขาก็ได้จริงไหม”

“แล้วถ้าเขาคิดว่าพี่มัทอยากพบเขา เพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่างจากเขาละคะ เขาคงไม่ยอมพบหน้าพี่มัทหรอกค่ะ”

“คิดอะไรในแง่ร้ายอย่างนั้นล่ะลียา”

“แต่มันก็เป็นไปได้นะมัท”

“นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้ แล้วจะให้มัททำยังไง”

“ตอนนี้เรายังคิดไม่ออกว่าจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ยังไง ถ้าคิดออกแล้วจะบอกอีกทียังพอมีเวลา พักเรื่องนี้ไว้ก่อนมีอีกเรื่องที่ฉันอยากรู้”

“เรื่องอะไรอีกล่ะพิซซี่” มัฑณาวีมีสีหน้าหวาดระแวงเมื่อเอ่ยถาม

“ทำไมมัทถึงบอกว่าน่าสงสารฤทัย หรือว่าแกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง”

มัฑณาวีนิ่งไปนานจนภาคินต้องเร่งรัดคำตอบ

“อย่าเงียบสิ รู้อะไรก็เล่ามา”

“ฤทัยน่าสงสารตรงที่เชื่อใจพี่วุฒิมากเกินไป จนไม่รู้ระแคะระคายเลยว่าพี่วุฒิกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงอื่น”

“เป็นเรื่องจริงเหรอคะพี่มัท” ฬียากรเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายที่ดีพร้อมอย่างพี่วุฒิก็ออกนอกลู่นอกทางกับเขาเป็นเหมือนกัน

เพราะเคยเรียนที่เดียวกันกับพวกพี่ ๆ มาก่อน แถมยังได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเดียวกัน เพียงแต่คนละคณะ ทำให้ฬียากรรู้จักเพื่อน ๆ ของมัฑณาวีและภาคินเป็นอย่างดี

“จริง”

“แล้วพี่มัทรู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ”

“พี่เคยเห็นพี่วุฒินัวเนียอยู่กับผู้หญิงอื่น”

“ก็ไม่แปลกหรอกถ้าพี่วุฒิจะซื้อกินบ้างเป็นครั้งคราว”

“มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิพิซซี่ พี่วุฒิเขาคบจริงจังถึงขนาดซื้อบ้านซื้อรถให้ผู้หญิงคนนั้นเลยนะ”

“เรื่องจริงใช่ไหม”

“ใช่ มัทเคยเจอพี่วุฒิกับผู้หญิงคนนั้นโดยบังเอิญ ตอนที่มัทแวะไปเอาเอกสารที่บ้านเพื่อน ซึ่งอยู่ติดกับบ้านที่พี่วุฒิซื้อให้ผู้หญิงคนนั้น”

“พี่วุฒิเห็นพี่มัทไหมคะ”

มัฑณาวีพยักหน้า “แต่เราไม่ได้พูดคุยกันหรอกนะลียา ตอนที่พี่รู้เรื่องนี้พี่ชาไปทั้งตัวเลย ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายนิสัยดีไม่มีที่ติอย่างพี่วุฒิก็ยังแอบซุกซ่อนเมียน้อยไว้เหมือนกัน”

“แล้วมัทรู้ได้ยังไงว่าพี่วุฒิซื้อบ้านซื้อรถให้เมียน้อย”

“เพื่อนมัทบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนเล่าให้ฟังเอง แต่เขาตั้งข้อสังเกตว่าผู้ชายน่าจะมีครอบครัวอยู่แล้ว แม้จะแวะมาเกือบทุกวัน แต่ไม่เคยนอนค้างที่นั่น”

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างพี่วุฒิจะใจกล้าแอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย”

“นั่นยังไม่แย่พอนะพิซซี่”

“หา! ยังจะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกเหรอ”

“ผู้หญิงคนนั้นกำลังตั้งท้อง วันที่มัทกับพี่วุฒิบังเอิญเจอกันที่หน้าบ้าน พี่วุฒิเพิ่งจะกลับจากการพาผู้หญิงคนนั้นไปซื้อของเตรียมไว้ให้ลูก มัทถึงได้บอกว่าน่าสงสารฤทัยที่ไม่เคยรู้ระแคะระคายอะไรกับเขาเลย”

“มัทรู้เรื่องนี้นานหรือยัง”

“เดือนที่แล้ว”

“แล้วไม่คิดจะบอกฤทัย”

“มันไม่ใช่เรื่องของมัทนะพิซซี่ มันเป็นเรื่องในครอบครัวที่คนนอกอย่างเราไม่ควรเข้าไปยุ่ง อีกอย่างบอกไปฤทัยจะเชื่อคำพูดของมัทเหรอ ฤทัยต้องคิดว่ามัทหาเรื่องใส่ความสามีสุดที่รักของตัวเองแน่ ดีไม่ดีอาจจะคิดว่ามัทยังมีใจให้พี่วุฒิ”

“ก็จริงนะ”

“ตอนแรกมัทคิดว่าฤทัยน่าจะพอรู้เรื่องนี้มาบ้าง ยอมรับได้หรือไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่จากการพูดคุยและการแสดงออกของฤทัยในวันนี้ ทำให้มัทรู้ว่าฤทัยไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย”

“อาจเป็นเพราะพี่วุฒิไม่เคยมีนิสัยเจ้าชู้พี่ฤทัยก็เลยวางใจ”

“หรือไม่ก็มั่นใจว่าผัวรักผัวหลงจนไม่มีสายตาไปมองผู้หญิงอื่น”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป