บทที่ 4 อาจารย์ที่ปรึกษาหน้าคุ้นๆ
เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนเริ่มกลับเข้าที่นั่งของตัวเอง นั่งตัวตรง หน้าเชิด สีหน้าแววตาเหมือนแมวเหมียวรอขอให้เจ้าของมาให้อาหาร
ตึก ตึก ตึก
เสียงก้าวเดินสม่ำเสมอ ค่อยๆ ดังชัดขึ้นมาเรื่อยๆ
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
เสียงหัวใจเต้นของหญิงสาวที่กำลังรอคอยอย่างลุ้นระทึก ก็เริ่มดังขึ้นไม่ต่างจากเสียงฝีเท้าของคนนอกประตูนั้น
ร่างสูงในชุดเสื้อกาวน์ กางเกงผ้าสีดำ เดินเข้ามาในห้องสีหน้าเคร่งขรึม คิ้วขมวดเล็กน้อย ทั้งร่างแผ่รังสีออร่าสีเทาครึม จนนักศึกษาในห้องต่างรู้สึกได้
“อาจารย์หน้าตาโคตรดีเลยว่ะ แต่ทำไมหน้าดุจังวะแก”
“คนหล่อ แต่ดุแบบนี้ ชั้นชอบนะแก มันกร้าวใจดี”
“แกทำพูดดีไปเหอะ ระวัง จะกราวเกรด”
เสียงนักศึกษาเริ่มซุบซิบกันเบาๆ เมื่อต่างได้เห็นโฉมหน้าของอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเขา หญิงสาวส่วนใหญ่แสดงหน้าตาท่าทางคลั่งไคล้อย่างเปิดเผย
ส่วนผู้ชายก็มีทั้งแววตาชื่นชมคนที่ทั้งเก่งและหน้าตาดี แต่ก็มีบางส่วนที่ดูไม่ค่อยชอบหน้าตาที่เคร่งเครียดนั้น เพราะกลัวว่าจะเป็นอาจารย์สายโหดไม่ปล่อยให้จบแบบสบายๆ
“วาย ยัยวาย ไอ้ลีวาย” ลีวายสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ เมื่อเพื่อนทั้งเรียกทั้งตีเข้าที่หัวไหล่บางจนรู้สึกเจ็บ
“แก เป็นอะไร ทำไมเหม่อลอยขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าหลงเสน่ความหล่อของอาจารย์หมอเข้าแล้ว”
เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอจ้องมองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องไม่วางตา
ลีวายรีบฟุบหมอบลงกับโต๊ะ หยิบหนังสือตรงหน้าขึ้นมากาง หวังไว้ว่าเขาจะไม่ทันเห็นว่าเธออยู่ตรงนี้
‘นี่มันเรื่องซวยอะไรของชั้นนักหนาเนี่ย ทำไมต้องมาเจออีกแล้ว’
“สวัสดีครับนิสิตทุกคน ผมนายแพทย์ปูลวัชร จะมาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของทุกคนนะครับ หวังว่าทุกคนจะตั้งใจ มีปัญหาอะไรก็ขอให้ช่วยเหลือตัวเองให้ถึงที่สุดก่อน แต่หากไม่ได้จริงๆ ก็มาปรึกษาผมได้ สำหรับนิสิตในความดูแลของผมทุกคน จะได้รับสิทธิพิเศษที่จะต้องมาฝึกงานที่คลีนิคที่ผมทำงานอยู่ โดยจะให้หมุนเวียนกันไปนะครับ แต่สำหรับวันนี้ผมจะเลือกตัวแทนคนแรกให้ก่อนแล้วกัน”
“นิสิตคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนั้น คุณละกัน ผมคิดว่าคุณคงขยันเรียนมาก ถึงขนาดชั่วโมงโฮมรูมของผม คุณยังไม่ละทิ้งการอ่านหนังสือ เดี๋ยวคุณตามไปที่ห้องทำงานผมด้วยนะครับ ที่เหลือก็พบกันครั้งหน้าครับ เลิกคลาสได้”
เขาเห็นเธอตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียน จากความเบื่อหน่ายที่ต้องมารับหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษาในครั้งนี้
เมื่อได้เห็นหน้าหวานของหญิงสาว ทำให้เขานึกเรื่องสนุกๆ ขึ้นมาได้
รอยยิ้มอย่างคนเจ้าเล่เผยขึ้นมาบนใบหน้า เมื่อเขาเห็นว่าเธอกำลังลนลาน หลังจากได้รู้ว่า คนที่เธอพยายามจะหนี คนที่คงจะเคยเป็นฝันร้ายของเธอ
เขาคนนี้กลับมาเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง ในสถานะที่เธอไม่อาจปฏิเสธหรือหนีหายไปจากเข้าได้อย่างเอาแต่ใจอีกแล้ว
“ยัยวาย ทำไมแกโชคดีอย่างนี้เนี่ย อาจารย์เรียกแกคนแรกเลย กรี๊ดๆ รู้อย่างนี้ชั้นทำท่าขยันแบบแกบ้างดีกว่า”
มิววี่ เพื่อนสาวสองที่ยังไม่รู้ว่า อาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเธอ คือ คนเดียวกับหมอสูติที่ตรวจน้องสาวให้ และเป็นชานต้นเหตุความร้าวระบมของเพื่อน
ถึงแม้ว่า คืนที่เกิดเรื่องนั้น เพื่อนสาวทั้งสองของลีวายจะเป็นต้นเรื่อง ที่ยุยงให้เธอเข้าไปหาหนุ่มหล่อในผับคนนั้น
แต่หลังจากคืนนั้นผ่านไปแล้ว ก็พบว่า ไม่มีใครเลยสักคนที่จำหน้าของหนุ่มหล่อในค่ำคืนนั้นได้ มีเพียงหนึ่งเดียวที่ยังต้องเผชิญกับภาพฝันร้ายที่ยังคอยตามมาหลอกหลอน จนตอนนี้ก็ยังหนีไม่พ้น
“งั้นแกไปแทนชั้นดีมั้ย มิววี่ ฉันสละสิทธิ์ให้แกเลย ไปเลย แกไปแทนเลย” เมื่อหญิงสาวเห็นช่องทางที่จะหลบหน้าหมอหนุ่ม ก็รีบเสนอให้เพื่อนที่ดูจะปลื้มความหล่ออย่างออกหน้าออกตา ให้ไปพบเขาแทนเธอ
เพียงแต่...เพื่อนซี้ทั้งสามคนไม่ทันได้สังเกต ว่ามีเงาของร่างสูงกำลังเคลื่อนเข้ามาทับกับเงาของ ลีวายอย่างเงียบเชียบ
“คุณลีลาวดี! คุณตามผมไปได้เลยนะ” เสียงทุ้มเหมือนดังอยู่ใกล้หูจนรู้สึกถึงลมหายใจชองคนร่างสูง
ใบหน้าลีวายเห่อร้อนขึ้นมาทันที ขนที่แขนลุกชันเหมือนเดินเข้าสู่ห้องทำความเย็นขนาดใหญ่
“คะ! อ๋อ ค่ะ ตามไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าตอบอย่างจนใจ หันมองหน้าเพื่อนสนิทอีกสองคนที่เดินมาด้วยกัน ส่งสายตาอ้อนวอน
ทั้งที่รู้ว่าเพื่อนทั้งสองคนก็คงช่วยเธอเอาไว้ไม่ได้ เธอได้แต่ภาวนาอยู่ในใจว่า เขาจะลืมเธอไปแล้ว ตั้งสองเดือนผ่านมาแล้ว เขาไม่น่าจะจำเธอได้แล้ว
คนแบบเขาน่าจะมีผู้หญิงเข้าหามากมาย กับแค่คนผ่านมาคืนเดียวอย่างเธอ คงไม่ได้อยู่ในความทรงจำ
ห้องทำงาน
“เชิญ...” ปูลวัชรเปิดประตูค้างไว้ ให้หญิงสาวที่เดินตามเขามาได้ก้าวไปด้านในห้องทำงานของเขาก่อน
หลังจากนั้นจึงค่อยดึงประตูปิดลง และไม่ลืมที่จะหมุนล็อคเอาไว้ เพราะเขาไม่อยากให้ใครเข้ามาขัดจังหวะการเล่นสนุกของเขาในตอนนี้
“อาจารย์ล็อคห้องทำไมคะ!” หญิงสาวได้ยินเสียง คลิก... จากล็อคประตู สะดุ้งรีบหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนขวางประตูอยู่ ถามออกมาเสียงสั่นเครือ
เธอเริ่มรู้สึกว่าเขาคนนี้ไม่ชอบมาพากล หรือว่าเขาจะจำเธอได้
แต่แล้วทำไม ในเมื่อก็เป็นเพียงวันไนท์สแตนด์ คืนเดียวแล้วก็น่าจะจบกันไป เขาจะต้องการอะไรจากเธออีกกันแน่
“ไม่มีอะไร ผมแค่ไม่อยากให้คุณหนีออกไปจากห้องนี้ ก่อนที่เราจะทำข้อตกลงกันให้เสร็จ!”
ลีวายขนลุกชัน ใบหน้าเริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อประโยคที่เขาพูดมา เหมือนเขาจงใจเน้นคำว่า “เสร็จ!”
“ข้อตกลงอะไรค่ะ อาจารย์ไม่ใช่จะให้นักศึกษาไปฝึกงานที่คลินิกทุกคนเหรอคะ หรือข้อตกลงความลับคนไข้ ไม่ต้องทำก็ได้ค่ะ ดิฉันรู้ดีอยู่แล้ว มันเป็นจรรยาบรรณอยู่แล้ว”
หญิงสาวเริ่มยืนไม่นิ่ง นิ้วเท้าจิกอยู่บนรองเท้าส้นสูง เธอพยายามทรงตัวให้นิ่ง และในขณะเดียวกัน
