บทที่ 13 เศร้าใจ

“เรียมไม่ได้โกหกนะคะพ่อ รถยนต์ของพ่อนั่นแหละ เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ ยางแบนแต๊ดแต๋จริง ๆ...”

(“ไม่ต้องมาแก้ตัว!”) คุณศรีไทยทำเสียงเด็ดขาด

(“ฟังนะเรียม... วันนี้แกต้องไปหาซื้อกระเช้าที่หรูที่สุด แพงที่สุด แล้วเอาไปกราบขอโทษคุณคริสโตเฟอร์ด้วยตัวเองที่โรงพยาบาลของเขา เข้าใจไหม เฮ้อ... อุตส่าห์ไว้ใจ แกนะต้องตั้งใจทำงานหน่อยสิ ได้ไหมเรียม พ่อน่ะแก่ลงทุกวันแล้วนะ พ่ออยากสอนงานให้แกเก่ง ๆ อยากเห็นแกยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้... ก่อนที่พ่อจะตายไปจริง ๆ ถ้าเป็นแบบนี้ พ่อจะวางใจได้แค่ไหนกันเล่า คิดสิ... คิดสิ...”)

ประโยคสุดท้ายของคุณศรีไทยเหมือนน้ำร้อน ๆ ที่รดราดลงมากลางใจของศรีเรียม มีก้อนแข็ง ๆ มาจุกอยู่ที่คอ หญิงสาวน้ำท่วมปาก ไม่อาจจะบอกพ่อได้

การไปหาหมอมาครั้งสุดท้าย หมอว่าเธอป่วยหนัก จะตายในสองปี ให้รักษา เธอกำลังจะจากโลกนี้ไปก่อนพ่อมากกว่า ขอบตาของศรีเรียมร้อนขึ้นมาผ่าว ๆ แต่เธอก็พยายามกลั้น

(“พ่ออยากให้แกดูแลบริษัทแทนพ่อได้ พ่อจะได้นอนตายตาหลับ... เข้าใจที่พ่อพูดไหมเรียม?”)

“ค่ะ... ค่ะพ่อ เรียมเข้าใจแล้วค่ะ หนูจะพยายาม แล้ววันนี้ หนูจะเอากระเช้าไปขอโทษเขาเองค่ะ แล้วจะถ่ายรูปมาให้พ่อดูด้วย”

(“หื้อ... อย่าทำตัวเป็นเด็กนักเลยน่า ไม่ใช่จะไปขอให้เขาถ่ายรูปเซลฟีนะ”) พ่อรีบพูดขึ้นขัดคอ เพราะท่านรู้ดีว่า เด็กสมัยใหม่นี้ หรือคนปัจจุบัน จะทำอะไร ก็ต้องโพสต์บอกทุกคนไปหมด ให้ได้รู้กันทั่ว

ทันทีที่คุณศรีไทยวางสายไป ศรีเรียมก็ทรุดฮวบลงกับพื้นห้อง เธอปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจดังก้องไปทั่วห้องที่ว่างเปล่า

“ฮือ... พ่อคะ พ่อบอกว่าพ่อจะตาย... แต่พ่อรู้ไหมว่าเรียมกำลังจะตายก่อนพ่ออีกแน่ะ พ่อขา... แต่หนูจะต้องทำหลานสักคนให้พ่อก่อนตาย พ่อจะได้เห็นหน้าลูกของหนู แล้วจะได้หายคิดถึงหนูนะคะ”

ความเจ็บปวดที่ต้องแบกรับความจริงเพียงลำพัง มันหนักอึ้งเกินกว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะรับไหว เธออยากจะตะโกนบอกพ่อว่า เธอเหลือเวลาอีกไม่ถึงสองปี

เธออยากจะบอกว่าที่เธอทำตัวเหลวไหล แอบไปนอนกับผู้ชายแปลกหน้า ก็เพื่อจะสร้างตัวแทนมาดูแลพ่อแทนเธอ...ในวันที่เธอจากไปแล้ว...

แต่เธอก็ทำไม่ได้... เธอไม่อยากให้พ่อต้องมาทุกข์ทรมานกับความจริงที่ว่า ลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังจะลาโลก

ศรีเรียมปาดน้ำตาอย่างลนลาน เธอรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ ลุกขึ้นยืนมองกระจกพลางบอกตัวเองว่า...ต้องเข้มแข็ง

“ไม่ได้... ฉันจะตายตอนนี้ไม่ได้ ฉันต้องไปทำให้พ่อภูมิใจในเรื่องงาน สักเล็กน้อยก็ยังดี ต้องไปหาซื้อกระเช้า แล้วไปขอโทษคุณคริสโตเฟอร์ตามที่พ่อสั่ง”

เธอรีบไปแต่งหน้าเพิ่ม จะไม่ให้เหลือความเศร้าของตัวเองบนใบหน้าของเธออีกแล้ว

‘ลูกจ๋า ต้องมาแล้วนะ เพราะแม่คิดว่า แม่จะไม่ได้เจอกับพ่อซานต้าของลูกอีกแล้ว เขาเล่นหนีไปอย่างนี้ ครั้งหนึ่งเจอกันแล้ว ครั้งที่สองเจอกัน แม่คิดว่า ครั้งที่สามระหว่างแม่กับพ่อซานต้าคงจะไม่มี’

‘คุณพ่อซานต้าคะ ฉันหวังว่า คุณจะเสกลูกเข้าท้องของฉันแล้วนะเมื่อคืน’ คิดเห็นแต่หัวนมชมพู สองจุกบนเนินอกแกร่ง

พอขยับตัวถี่ ๆ หลาย ๆ ที ก็เจ็บร้าวไปทั่วสรรพางค์

‘แรงเยอะจัง เจ็บจัง’ เดินก็ยังขัด ๆ

‘ไม่รู้ว่า ผู้หญิงคนอื่นที่นอนกับผู้ชาย จะเจ็บเนื้อเจ็บตัวแบบนี้ไหม’ ใบหน้าของศรีเรียมออกสีแดง ก็บทรักที่แทบทำให้เธอหลอมละลายไปกับเตียง ยังจดจำได้ว่า...ฟินแค่ไหน

ศรีเรียมหยิบมือถือขึ้นมา แล้วพูดกับมือถือ

“สิริ...ช่วยหาข้อมูลให้หน่อยว่า กระเช้าผลไม้ กระเช้าดอกไม้ หรือว่ากระเช้าแบบไหนดี ที่เหมาะจะไปมอบให้กับนักธุรกิจระดับพันล้าน ฉันต้องไปง้อขอโทษเขา เขาชื่อว่าคุณคริสโตเฟอร์ เป็นเจ้าของโรงพยาบาลดิเฮลตี้อินเตอร์เนชันแนล”

แล้วรายละเอียดก็ขึ้นมาพึ่บพั่บว่า ควรจะเป็นอะไรดี เธอจิ้มแล้วเลือก ก่อนแจ้งว่า จะไปเอาที่นั่นตามเวลา โดยหญิงสาวคิดว่า จะเดินทางไปกับรถแท็กซี่ เพราะแม้จะอยู่ไม่ไกล แต่หอบหิ้วไปแบบหนัก ๆ อย่างนี้ คงจะไม่ไหวเป็นแน่

โดยที่ศรีเรียมไม่รู้เลยว่า การหอบกระเช้าไปขอโทษในครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่การไปพบพาร์ตเนอร์ธุรกิจธรรมดา

แต่มันคือการเดินเข้าไปหาพ่อซานต้าของเธอ ที่เขาอยู่ในคราบของท่านประธาน ผู้บริหารสูงสุดของโรงพยาบาลดิเฮลตี้อินเตอร์เนชันแนล

โรงพยาบาลเอกชนสุดหรูของคริสโตเฟอร์ วันนี้มีบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เพราะน้องสาวของเจ้าของมารักษาตัวอยู่ที่นี่ ทำเอาพนักงาน และบุคลากรทางการแพทย์ดูเครียด

ที่จริงศรีเรียมไม่อยากจะมาที่นี่สักเท่าไร เพราะที่นี่คือโรงพยาบาลที่เธอมาตรวจ แล้วคุณหมอบอกว่าเธอเป็นมะเร็ง แล้วเธอจะอยู่ไม่ถึงสองปี

กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่เคยทำให้รู้สึกสะอาดสะอ้าน กลับทำให้ศรีเรียมรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ และบางจังหวะก็เหมือนความเย็นเยียบที่เคลือบอยู่ตามผิวหนังราวกับอยู่ในสุสาน ศรีเรียมเธอจึงรีบ ๆ เดิน เพื่อตรงไปยังลิฟต์ที่พนักงานบอกว่า ไปห้องทำงานของเขา

หญิงสาวเดินก้าวเข้ามาพร้อมกับกระเช้าผลไม้นำเข้าขนาดมหึมาที่ตบแต่งด้วยดอกลิลีสีขาวราคาแพงระยับ มือเรียวที่กำหูกระเช้าไว้ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับอาการมือสั่นที่เกิดขึ้นจากความกังวล

‘เอาน่าเรียม แค่เอาของมาส่ง ขอโทษแล้วก็กลับ พ่อจะได้ไม่ด่า และว่าได้ แค่เดินผ่าน รีบทำให้จบ ๆ แล้วก็ออกไป เฮ้อ... แต่วันหลังนัดเจอกับเขา ขอเป็นไม่ใช่โรงพยาบาลดีกว่า’ เธอบอกตัวเองในใจ พลางก้าวฉับ ๆ ไปยังลิฟต์ที่จะตรงไปยังชั้นบริหาร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป