บทที่ 15 คนไข้คนนั้น
ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินใจ จนคิดว่า อย่าไปทักทายเขาเลย เธอควรไปก่อน ความกล้าที่อยากเผชิญหน้า แต่ถ้าเขาอารมณ์เสียขนาดนี้ ศรีเรียมต้องหนีให้ไกล
ลืมคำสั่งของพ่อที่บอกว่า ต้องไปทำความรู้จักและคุ้นเคยกับเขา ‘ดุอย่างกับหมา ฮึ! ดุขนาดนี้ ถ้าฉันเข้าไปตอนนี้ มีหวังถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ แน่เลย’
ขณะที่เธอคิดจะไปจากตรงนั้น จู่ ๆ คริสโตเฟอร์ก็หมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบประดุจใบมีดโกนกวาด มองไปรอบ ๆ จนกระทั่งมาหยุดกึกอยู่ที่ร่างบางที่เขาเคยได้กกกอด
วินาทีนั้น... โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน
สายตาของคริสโตเฟอร์ที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยเพลิงโทสะพลันเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง มันมีความประหลาดใจ คะนึงหา และความสับสนปนเปกันจนอ่านไม่ออก เขาจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของศรีเรียม ราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงวิญญาณ
ศรีเรียมหัวใจเต้นโครมคราม จนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก เธอเห็นหน้าเขาชัด ๆ แล้ว... เขาหล่อ... หล่อจนแทบหัวใจละลาย แต่ความดุร้ายคมเข้มของเขา กับเสียงตวาด ทำให้ศรีเรียมนึกกลัว
สิ่งที่เธอเลือกทำ ก็คือ... วิ่ง!
ใช่... เธอวิ่งออกมาทันทีโดยไม่คิดชีวิต ร่างบางพุ่งตัวออกไปทางประตูหนีไฟ และลงบันไดเพื่อไปยังทางออก
ทิ้งให้คริสโตเฟอร์ยืนนิ่งงัน อยู่ท่ามกลางเหล่าพนักงาน
ทุกคนถึงกับงงงวยไปกับพฤติกรรมของท่านประธาน…ที่สายตาของเขาเปลี่ยนไป
ครืด... ครืด...
มือถือในกระเป๋าสูทของคริสโตเฟอร์สั่นสะเทือน เขาหยิบขึ้นมารับสายทั้งที่ตายังจ้องไปที่จุดที่ศรีเรียมเดินหายไป
“มีอะไรครับคุณหนูนา”
(“คุณคริสคะ... คุณศรีเรียมเธอเอากระเช้าผลไม้มาให้ที่ห้องทำงาน เธอฝากข้อความมาขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้มาตามนัดด้วยตัวเองค่ะ”) เลขานุการรายงานเสียงเรียบ
(“ตอนนี้เธอน่าจะยังอยู่ในโรงพยาบาล คุณคริสอยากเจอไหมคะ หนูนาจะได้ให้ รปภ. ไปเชิญตัวของเธอมาค่ะ”)
คริสโตเฟอร์นิ่งไปอึดใจ ความคิดในหัวตีกันวุ่นวาย ใจหนึ่งเขาอยากจะสั่งให้ลูกน้องลากตัวยายตัวแสบที่หน้าตาสวยหวาน พร้อมกับเสียงครางครวญที่ลืมไม่ลง ยังมีเงินอีกปึกเงินที่ให้เขาไว้ดูต่างหน้า
คริสโตเฟอร์ลอบยิ้มนิด ๆ คิดถึงความสุขระหว่างเขากับเธอ
แต่เพราะว่า...เขายังมีเรื่องค้างคา ภาพใบหน้าซีดเผือดของคุณแม่กิ่งลดาที่เพิ่งได้รับแจ้งว่าเป็นโรคหัวใจ
และร่างไร้สติของน้องสาวอย่างนาเดีย ที่นอนอยู่ในซีซียู ก็ฉุดดึงเขาไว้
“ไม่ต้อง... ผมยังไม่อยากเจอใคร” เขาตอบเสียงเย็น
(“อ๋อค่ะ”)
“ส่วนกระเช้า ให้ใครก็ได้ ยกไปให้ที่ห้องพักของคุณแม่นะ”
(“ได้ค่ะบอส”)
ในหัวของคริสโตเฟอร์ เขาต้องปล่อยเธอไปก่อน ตอนนี้เขายังไม่พร้อมจะคุยกับใคร ไหนจะเรื่องแม่ ที่เพิ่งรู้ว่า เป็นโรคหัวใจ เขาจะหาหมอที่ดีที่สุดมารักษาท่าน
แล้วต้องเคลียร์เรื่องของนาเดีย แต่รอให้น้องสาวมีสติและจิตใจพร้อมมากกว่านี้ก่อน
ชื่อ...จีรเทพ ยังค้างคาในใจของเขาที่เขาต้องเอาคืน...
เขาวางสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความรับผิดชอบในฐานะลูกชาย เรื่องที่ได้รับรู้มาสด ๆ ร้อน ๆ อาการของแม่ก็ทรุดหนักจากความเครียดเรื่องนาเดีย เขาต้องวางแผนรักษาแม่
และในฐานะพี่ชายที่กำลังบีบคั้นเขาอย่างหนัก นาเดียยังไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องหาทางเยียวยาจิตใจที่พังทลายของนาเดียจากไอ้ผู้ชายสารเลวอย่าง...จีรเทพ
‘ไอ้สิงโต’ คริสโตเฟอร์เดินกลับออกมาจากห้องประชุม เพื่อไปหาคุณแม่ของเขา สายตาที่เปลี่ยนไปเมื่อครู่ กลับมาเย็นชาและแข็งกร้าวเหมือนเดิม
ทางด้านศรีเรียม...
เธอวิ่งมาจนถึงที่ด้านหน้า มีรถแท็กซี่วิ่งกันไปมาขวักไขว่ เธอหอบหายใจถี่จนเจ็บหน้าอก มือเรียวกุมหน้าอกของตัวเองไว้แน่นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
‘ทำไมต้องหนีเขา และทำไมหัวใจเต้นแรงขนาดนี้’
ที่จริงศรีเรียมแค่เดินออกมา แต่เหมือนกับกลัวว่าจะได้รู้จักกับเขา... คุณคริสโตเฟอร์
เธอนึกถึงสายตาของคริสโตเฟอร์เมื่อกี้ มันเหมือนเขารู้จักเธอ... เหมือนเขากำลังมองแบบแปลก ๆ
‘ใช่ เขามองฉันเหมือนเหยื่อ ที่เขากำลังล่า น่ากลัว’
และสำคัญกว่านั้น คือศรีเรียมดันจำแผ่นหลังเขาได้ติดตา แผ่นหลังที่หนาแข็งแกร่ง และดูอุ่นร้อน
‘เหมือนกับแผ่นหลังของใคร?’ เธอถามตัวเอง
‘พ่อซานต้า ไม่มีผิดเพี้ยน!’
‘บ้าหรือเปล่า หยุดคิดถึงพ่อซานต้านั่นได้แล้ว เขาแค่เล่นสนุก และมอบน้ำเชื้อ’
‘เพราะโลกนี้ ไม่มีหรอก... ความบังเอิญ แผ่นหลังผู้ชายออกกำลังกาย มันก็เหมือน ๆ กันหมดนั่นแหละ ยายเรียม เธออย่ามโน!’
ศรีเรียมพยายามเรียกสติตัวเอง แต่ จู่ ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาอีกครั้ง เมื่อนึกถึงคำพูดของพ่อ
‘ตั้งใจทำงานหน่อย พ่อแก่แล้ว... พ่ออยากให้แกดูแลบริษัทแทนพ่อได้ ก่อนที่พ่อจะตาย’
ศรีเรียมปาดหลังมือเช็ดน้ำตา แล้วโบกเรียกแท็กซี่ หวังว่าสักคันจะจอดรับเธอ
เธอตัดสินใจไปหารีน่า ตอนนี้เหนื่อยอ่อน อยากมีเพื่อนคุย เธอทักไปหาเอกภพแล้ว เขาก็ไม่ตอบเธอ แม้แต่ข้อความเดียว
รีน่า... นั่นหายห่วง อยู่บ้าน นั่งนับฝุ่นอยู่ เพราะเลือกงานที่ตัวเองอยากทำ ยังไม่ได้ เรียกว่าบัณฑิตตกงานของแท้...
มีรถคันหนึ่งจอด และเธอบอกจุดหมายปลายทาง เขาพยักหน้า ศรีเรียมจึงเปิดประตูเข้าไปนั่ง เธอพิงหัวไปกับเบาะ ขยับตัวเข้าหาช่องแอร์ในรถ
ปล่อยให้ความเศร้าและความสับสนกัดกินหัวใจ เธอไม่รู้เลยว่าพายุลูกใหญ่ที่คริสโตเฟอร์กำลังเผชิญเรื่องครอบครัว จะลามมาถึงตัวเธอในฐานะยารักษาใจ ที่เขาจะเลือกใช้ในเร็ว ๆ นี้!
อีกคนที่ลงมาจากรถแท็กซี่ มองตามศรีเรียมไป
“คนไข้คนนั้น !”
