บทที่ 3 หวานบนเตียง
ศรีเรียมขยับกายหนีด้วยความตระหนกเมื่อสัมผัสอุ่นร้อนรุกรานเข้ามาใกล้ แต่เพียงชั่วครู่เธอก็ถูกวงแขนแกร่งรวบตัวไว้ พละกำลังที่เหนือกว่าทำให้เธอไร้ทางสู้
คริสโตเฟอร์จ้องมองร่างเล็กที่สั่นเทิ้มอยู่ใต้ร่างของเขาด้วยสายตาเปี่ยมความหมาย
แสงรำไรในห้องทำให้เขามองเห็นใบหน้าหวานที่แดงซ่านเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ได้ชัดเจน
ยิ่งเธอพยายามปรือตามองเขา เขายิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น
เขารู้ดีว่าเธอจำเขาไม่ได้... แต่สำหรับเขา ภาพของหญิงสาวคนนี้ถูกสลักไว้ในใจมานานแล้ว
ไม่ใช่แค่ในงานสัมมนาที่ภูเก็ตเมื่อสองปีก่อน ที่เขาเห็นเธอใจดีกางร่มให้คุณยายขายขนม...
แต่เขารู้จัก 'ยายหนูเรียม' มาตั้งแต่เธอยังเป็นสาวน้อยวัย 13 ปี คริสโตเฟอร์หวนนึกถึงวันที่เขาหิ้วตะกร้าใส่ลูกแมวเปอร์เซียสีขาวไปมอบให้เธอตามคำขอร้องของคุณศรีไทย พ่อของเธอที่ติดธุระด่วน
ทันทีที่เห็นหน้าเจ้าก้อนขนฟู ศรีเรียมก็ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจจนตัวโยน เธอตั้งชื่อมันว่า 'คิตตี้' และยิ้มให้เขาอย่างสดใสที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
ทว่าคืนนั้นคิตตี้กลับได้รับบาดเจ็บ ศรีเรียมอุ้มแมวน้อยร้องไห้โฮมาหาเขา
คริสโตเฟอร์จึงเป็นคนพาเธอและแมวไปคลินิก เขาจำได้ดีว่า ตอนนั้นเขาคอยเช็ดน้ำตาให้เธออย่างเบามือ จนสุดท้ายสาวน้อยขี้แยก็กอดแมวซบหลับลงบนไหล่ของเขาไปทั้งคนทั้งสัตว์
วินาทีนั้นคริสโตเฟอร์รู้สึกว่าการได้ปกป้องใครสักคนมันช่างดีเหลือเกิน และนั่นคือสาเหตุที่เขาไม่เคยเปิดใจให้ผู้หญิงคนไหนอีกเลยใช่หรือไม่...เพราะในใจเขามีเพียงเธอคนเดียวมาตลอด
‘ไอ้บ้าเอ๊ย ไอ้คริสหลงเด็ก คิดได้งยังไง’ เขาสบถด่าตัวเองในใจ
“คุณ... คุณซานต้า...” เสียงหวานครางเรียกสติเขาคืนมาสู่ปัจจุบัน
คริสโตเฟอร์ก้มลงกดจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ร่างกายเขาร้อนรุ่มแต่ใจกลับอยากทะนุถนอมเธอให้ถึงที่สุด เขาจำกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ นี้ได้ดี กลิ่นที่ทำให้เขาเหลียวหลังมองทุกครั้งที่เดินสวนกัน
“น่ารักที่สุด... คุณเซ็กซี่มากรู้ไหม” เขาเอ่ยชมชิดใบหู เสียงทุ้มพร่าสั่น
“คุณก็เหมือนกัน... ทั้งตัวหอม ทั้งอุ่น...” ศรีเรียมตอบกลับเสียงแผ่ว ความอุ่นจากกายชายทำให้เธอหลงลืมความหวาดกลัว
คริสโตเฟอร์เริ่มบทรักอย่างใจเย็น เขาอยากให้เธอจดจำสัมผัสของเขาไว้ แม้ว่าพรุ่งนี้เธออาจจะลืมซานต้าคนนี้ไปก็ตาม
“อื้อ... เจ็บ...” เสียงเล็ก ๆ ประท้วงเมื่อเขาเริ่มล่วงล้ำเข้าสู่เขตหวงแหนที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัส
คริสโตเฟอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจพองโตเมื่อรู้ว่า...เขาคือคนแรกและคนเดียวที่ได้ครอบครองดอกไม้งามดอกนี้
‘นี่เขาได้ของดีมาจริงๆ ใช่ไหม?’
“แม่สาวน้อย... อย่าตอดแรงนักสิ ผมจะทนไม่ไหวเอา”
เขาปลอบประโลมด้วยจูบอ่อนหวาน แม้จะยังสะอื้นไห้เพราะความเจ็บที่เพิ่งเคยพบเจอ แต่ศรีเรียมกลับไม่ผลักไส เธอยังเผลอไผลขยับกายเข้าหาเขาตามสัญชาตญาณ
สัมผัสอุ่นซ่านที่มอบให้นั้นช่างอัศจรรย์และตราตรึง หญิงสาวปล่อยใจไปกับกระแสอารมณ์ที่เขาสร้างขึ้น ร่างกายขยับรับสัมผัสหนักหน่วงอย่างลืมตัว
เมื่อความสุขสมเดินทางมาถึงจุดสูงสุดพร้อมกับแรงรักสุดท้ายที่เขามอบให้จนล้นปรี่
คริสโตเฟอร์โน้มกายลงซบหน้ากับไหล่เนียน หายใจหอบถี่อยู่ข้างใบหูของคนที่เขารัก
“ผมเสกลูกให้ตามคำขอแล้วนะ... แต่นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น” เขาพึมพำ
แววตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มพรมจูบไปทั่วใบหน้าสวย รสสัมผัสหวานล้ำทำให้เขายากจะถอนตัว
แผงอกล่ำสันบดเบียดเข้าหาความนุ่มนวลอีกครั้ง
“คืนนี้คุณจะได้รับพรแบบจัดเต็ม... ชอบไหมครับคนดี”
“ไม่รู้ค่ะ...” ศรีเรียมตอบเลี่ยงด้วยความอาย
“หืม? ตอบตามหัวใจสิครับ... ชอบไหม” เขาเค้นเสียงนุ่มพลางลากปลายลิ้นผ่านลำคอระหงจนเธอขนลุกเกรียว
“อื้อ... ชอบค่ะ”
เมื่อได้คำตอบที่ถูกใจ คริสโตเฟอร์ก็ไม่รอช้าที่จะปลุกเพลิงรักรอบใหม่ขึ้นมาทันที
ความทรงจำอันแสนอบอุ่นในอดีตที่เขาเคยปกป้องเธอ หลอมรวมเข้ากับความเร่าร้อนในปัจจุบัน สลักลึกอยู่ในหัวใจของคนทั้งคู่ตลอดไป
ท่ามกลางค่ำคืนคริสต์มาสที่แสนวิเศษ คริสโตเฟอร์ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นซานต้าผู้มอบพร แต่เขากำลังผูกมัดหัวใจของตัวเองไว้กับผู้หญิงที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นเอาไว้ตลอดกาล
เปลือกตาบางปิดสนิทพร้อมกับเสียงผ่อนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าหญิงสาวในอ้อมกอดได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยความอ่อนเพลีย
คริสโตเฟอร์ขยับกายเล็กน้อยอย่างระมัดระวัง เขาเท้าคางลงกับหมอนจ้องมองใบหน้าหวานที่พริ้มหลับอย่างพิจารณา
นิ้วแกร่งเขี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอออกเบา ๆ พลางยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกทั้งหมดในใจเขา
ไม่ใช่แค่ที่ภูเก็ต... แต่เขารู้จัก 'ยายหนูเรียม' ลึกซึ้งกว่านั้น
ยามนั้นศรีเรียมอายุเพียง 18 ปี เป็นสาวน้อยวัยใสที่เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้
คริสโตเฟอร์ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ได้รับคำไหว้วานจากคุณศรีไทย พ่อของเธอซึ่งติดธุระด่วนที่ต่างประเทศ ให้ช่วยนำของขวัญชิ้นสำคัญไปมอบให้ลูกสาวแทน
เขายังจำภาพวันนั้นได้ดี วันที่เขาหิ้วกระเช้าดอกไม้ใหญ่มาก แล้วยังมีสายสะพายอะไรต่อมิอะไร เพราะไม่เคยได้ไปงานแบบนี้
เขาต้องเดินเข้าไปหาเธอที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน คนในงานเลี้ยง ที่เพื่อนๆ ในห้องของศรีเรียมระดมเงินกันจัด เพราะจะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่ด้วยกัน และแยกย้ายกันไปเติบโต
ศรีเรียมออกมารับด้วยความดีใจ แล้วกระโดดโลดเต้น พลางขอบคุณเขายกใหญ่ที่พอได้เห็นการ์ดก็บอกว่า “คุณแมสเซนเจอร์ ขอบคุณค่ะ ฉันจะโทรไปบอกพ่อเอง”
แล้วก็หมุนตัวกลับหันหลังให้คริสโตเฟอร์ต้องเก้อ ใบหน้าหวานๆ มีรอยยิ้มประดับอยู่ แต่รอยยิ้มพวกนั้นไม่ได้มีให้เขา แต่เป็นความดีใจของศรีเรียมเท่านั้น
