บทที่ 12 EP 2/6 ผู้หญิงของมาเฟีย

ณัชรินทร์ส่ายหน้าดิก น้ำตาเริ่มคลอเบ้า นี่เธอกำลังเผชิญสถานการณ์บ้าบออะไรอยู่นะ คิดสิ! เธอต้องคิดหาทางออกเรื่องนี้

“คุณแน่ใจได้ยังไงว่าเขาขโมยเพชรไป” 

เธอชี้ใส่รูปแฟนของน้องสาวที่โชว์อยู่บนหน้าจอสมาร์ตโฟน

“กล้องหน้าผับ น้องสาวเธอกับแฟนดื่มหนักไปหน่อยเลยเดินชนกับลูกค้าของฉันเข้า กระเป๋าของพวกเขาที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ เลยสลับกันในตอนนั้น”

“ตลก! บังเอิญจนตลกสิ้นดี!”

“ใช่ น่าขำใช่ไหมล่ะ”

ณัชรินทร์หายใจไม่ทั่วท้อง ก็ไอ้ตอนที่เขาพูดอย่างนั้น สีหน้าเขาบอกจริงจังว่ามันไม่ชวนให้ขำสักนิด 

“เราค้นห้องพักของพวกเขาแต่ไม่เจออะไร น้องสาวเธอคงเอาเพชรไป และเธอ...จะต้องรับผิดชอบ”

“ไม่! ทำไมฉันต้องรับผิดชอบด้วย ฉันก็ถูกพวกเขาขโมยเงินเหมือนกัน”

เลฟทำหน้าไม่สนไม่แคร์ 

“บังเอิญฉันไม่ชอบขาดทุนน่ะ ถ้าฉันต้องจ่าย ฉันก็ต้องได้อะไรกลับคืนมาบ้าง แม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่คุ้มก็เถอะ” ไม่ใช่เพียงเอ่ยวาจา แต่มือร้อนๆ เลื่อนไปหาสายเสื้อนอนของณัชรินทร์ หล่อนเบี่ยงกายหนี แต่เขาไวกว่า จับบ่าหล่อนไว้แล้วผลักหล่อนให้หงายร่างลงเตียง

“อย่านะ!”

“ไม่เคยมีใครห้ามฉันเลย เวลาฉันเริ่ม พวกผู้หญิงมักพูดว่าเอาอีกค่ะเลฟ เอาอีก”

“แต่ไม่ใช่ฉัน! ปล่อยฉันนะ! ไอ้มาเฟียบ้ากาม!”

“โอ...บ้ากามเหรอ ไม่ค่อยคุ้นแฮะ มาดามวาเลนติน่าไม่เคยพูดคำนี้ให้ได้ยินเลย คงหมายถึงคนที่เก่งเรื่องบนเตียงใช่ไหม ถ้าใช่ละก็ ด่าฉันอีกสิ ฉันชอบ!”

“เลว!”

“คำนี้ฉันรู้จัก ด่าได้หนักแน่นดี ชักชอบปากร้ายๆ ของเธอแล้วสิ!”

เขายิ้มใส่ตากระต่ายน้อย ก่อนจะบดจูบลงมาในขณะที่มือทั้งสองกดมือของณัชรินทร์จมฟูก กลีบปากของหล่อนช่างนุ่มเหลือหลาย มันคล้ายเจลลี่อุ่นๆ ที่ทั้งนุ่มทั้งหวาน น่าลิ้มรสที่สุด

ณัชรินทร์ดิ้นแรงอยู่ใต้ร่างของเลฟ รสจูบของเขากำลังลิดรอนเรี่ยวแรงของเธอ ผู้ชายอะไรทำไมจูบเก่งอย่างนี้ บิดชิมริมฝีปากเธอแต่ละทีราวกับว่าจะกลืนกินเธอได้ทั้งตัวอย่างไรอย่างนั้น

ปากเธอถูกปิดด้วยมือเขา หลังจากที่เขาถอนจูบแล้วลากริมฝีปากลงไปยังข้างลำคอ ข้อมือซ้ายถูกกดจมฟูกหนา ท่อนขาดิ้นเท่าที่ดิ้นได้ ลมหายใจเขาที่ราดรดกายทำให้เธอขนลุกซู่ มือขวาที่ว่างอยู่เร่งกระหน่ำทุบตีแผ่นหลังกว้าง ทว่าเขาไม่นำพา ไม่แยแสกำปั้นของเธอแม้แต่น้อย สิ่งที่เลฟทำอยู่ คือการดูดดึงผิวเนื้อที่ข้างลำคอของเธอ

“อื้อออ!” เธอร้องอู้อี้ มันเจ็บนะ เขาจะดูดทำไมนักหนา มันเจ็บ!

“โอ้ว! รสชาติดีชะมัด!” 

เลฟร้องออกมาเมื่อผละจากซอกคออุ่นๆ ของณัชรินทร์ เขาดูดดึงผิวเนื้อสาวจนขึ้นรอยแดงเด่นชัด หล่อนยังดิ้นจะหนี ทั้งที่เขาทาบทับไว้ทั้งตัว ยังพยศเหมือนม้าสาวที่ยังไม่เคยโดนขี่ และเขา...อยากจะขี่ม้าตัวนี้ชะมัด! 

ณัชรินทร์จ้องเขาตาขวาง กระทั่งอีกฝ่ายยอมปล่อยมือออกจากปากของเธอ 

“เป็นบ้าหรือไง! ฉันเจ็บนะ!” ร้องใส่หน้าคนที่บังอาจมาดูดผิวเนื้อที่ข้างลำคอ เขามันโรคจิต ถ้าดูดต่ออีกนิด ผิวเนื้อเธอคงได้หลุดติดปากเขาไป

“หึๆๆ ปากร้ายๆ อย่างนี้คงสนุกไม่น้อย ยินดีต้อนรับกับการเป็นผู้หญิงของมาเฟียนะชาช่า”

“ฝันไปเถอะ! ฉันไม่เป็นอะไรๆ ที่คุณอยากให้ฉันเป็นหรอก!”

“ไม่เป็นไร วันนี้ไม่ แต่คืนต่อไปไม่แน่ สนุกกับฉันหน่อยสิ มันใช้เวลาไม่นานหรอก ฉันอาจจะเบื่อเธอในสองสามครั้งแรกที่เราขึ้นเตียงด้วยกันก็ได้ และพอถึงตอนนั้น ฉันอาจใจดีลดหนี้ให้เธอสักนิดหน่อย”

“ฉันไม่มีทางยอมรับหนี้ที่ไม่ได้ก่อเด็ดขาด”

“งั้นก็อย่าฝันว่าจะได้กลับเมืองไทย เธอ...ไม่มีทางเลือกนักหรอกชาช่า ระหว่างที่เรายังควานหาตัวน้องเธอไม่เจอ เธอก็ช่วยสนุกกับฉันฆ่าเวลาหน่อยเถอะ ฉันมันโรคจิต วิธีคลายเครียดมีไม่มาก ถ้าไม่ลากเธอขึ้นเตียง ฉันก็คงต้องยิงเธอแทน”

“ป่าเถื่อน!”

“ไม่แน่ใจว่าคำนั้นหมายความว่ายังไง แต่ช่างมันเถอะ และไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่ชอบบังคับใคร ชอบแบบเต็มใจมากกว่า ฉันจะให้เวลาเธออีกสักนิด อย่างน้อยก็เห็นแก่ความเวอร์จิ้นของเธอ ซึ่งไม่รู้ว่ามันจริงหรือเปล่า”

ณัชรินทร์ไตร่ตรองสิ่งที่เลฟเอ่ยมา สมองของเธอทำงานอย่างหนักเพื่อสรรหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเสียเปรียบน้อยที่สุด

“ฉันยังไม่พร้อม คุณต้องให้เวลาฉัน”

“แน่นอน ได้เสมอ” 

ปากบอกว่าได้เสมอ แต่กลับโน้มหน้าไปหา พาริมฝีปากไปคลอเคลียอยู่ข้างแก้มหล่อน 

หญิงสาวขนลุกซู่ หัวใจเต้นกระหน่ำกลัวว่าเลฟจะเปลี่ยนใจ ทว่าท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ผละจากแล้วนอนลงข้างเธอ 

ความเงียบงันเริ่มเกาะกินบรรยากาศ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ดังสอดประสาน ณัชรินทร์ดึงผ้านวมขึ้นชิดปลายคาง รอดูท่าทีของเลฟ กระทั่งมั่นใจว่าเขาเพียงแค่นอนอยู่ข้างกัน จึงได้เอ่ยวาจา

“แฟนของน้องสาวฉัน ตายแล้วแน่เหรอ”

“อือ...”

“ทำไมล่ะ เจ้าของเพชรได้เงินไปแล้วก็ควรจะจบสิ”

“ที่นี่ไม่ใช่เมืองไทยนะ เรื่องมันไม่ได้จบง่ายขนาดนั้น แฟนของน้องสาวเธออาจจะมีศัตรูคนอื่นอยู่ก็ได้ คนที่พาผู้หญิงที่ตัวเองรักเข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้กาสิโนน่ะ เธอคิดว่าเป็นคนดีเหรอชาช่า”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป