บทที่ 14 EP 3/1 จูบของเลฟและกลิ่นซิก้า

...........

[3]

จูบของเลฟและกลิ่นซิก้า

...........

กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นโชยมาจากแก้วของใครสักคน ณัชรินทร์ปรือตาขึ้นมอง แสงสว่างจากภายนอกส่องผ่านหน้าต่างบานหนาเข้ามาปะทะร่างของเลฟ 

แน่นอน...เธอมั่นใจว่านั่นคือเขา เพราะสูทที่สวมบนร่างนั้นเป็นสีเทาแสนทึมทึบ ไม่ใช่ลายดอกไม้สีสันสดใสอย่างที่อเล็กเซย์โปรดปราน เขามองมาทางนี้ ดวงตาเหมือนมีไฟกองเล็กๆ ปะทุอยู่ภายใน อะไรกันล่ะ เมื่อคืนก็นึกว่าคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ

ณัชรินทร์ลุกขึ้นนั่ง เลฟโยนบางอย่างมาให้

ตุ้บ!

สมาร์ตโฟนของเขาหล่นลงมาบนตักของเธอ เธอก้มลงมอง ขยี้หูตาอีกคราเมื่อเห็นว่ามีรูปของเธอกับอเล็กเซย์อยู่บนหน้าจอ เหมือนจะเป็นข่าวอะไรสักอย่างที่มีภาษาอังกฤษสอดแทรกอยู่ไม่กี่ประโยค และเธอมั่นใจว่าคนเขียน เข้าใจบางอย่างผิดไป

“นั่นไม่ใช่คุณ ทำไมในข่าวบอกว่าเป็นคุณล่ะ ชื่อคุณเด่นหราซะ และฉันไม่เห็นชื่ออเล็กเซย์”

“เป็นเรื่องธรรมดาของฝาแฝดละมั้ง ยินดีด้วยนะชาช่า ได้เป็นผู้หญิงของมาเฟียจริงๆ ก็คราวนี้”

“ไม่เห็นอยากจะเป็นเลย”

“แน่นอน ใช่ว่าจะเป็นกันง่ายๆ นี่ รู้ไหมว่าผู้หญิงของมาเฟียต้องเจอกับอะไร” เขาถาม แต่หล่อนยักไหล่แล้วคลานลงจากเตียง เขาเดินเข้าไปหา วางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะแล้วพิจารณาแก้มใสๆ ของคนตรงหน้า สีผิวหล่อนช่างนวลตา ไม่เหมือนผู้หญิงที่เขาเคยใกล้ชิด ผู้หญิงเหล่านั้นส่วนมากมีผิวที่ขาวซีด...เหมือนศพ

“ฉันไม่สนหรอก”

“ถ้าอยู่นี่เกินสองเดือน ศัตรูของฉันได้หมายหัวเธอแน่ และถ้าเธอก้าวออกจากคฤหาสน์ของมาติเนซโดยไร้บอดี้การ์ดละก็ เธอมีสิทธิ์ถูกลักพาตัว ถูกทรมานร่างกาย แบบว่า...ผูกขาห้อยไว้กับพัดลมเพดานสักตัว ในขณะที่หัวจมอยู่ในถังน้ำมันเก่าๆ ที่ใส่น้ำจนเต็ม”

“ฮึบ!” ณัชรินทร์เผลอกลั้นหายใจ คิดภาพตามที่เลฟพูดมาแล้วรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะจมน้ำ

“กลัวแล้วใช่ไหมล่ะ เอาละกระต่ายน้อย คราวหน้าถ้าคิดจะก้าวขาออกจากที่นี่ก็ช่วยบอกฉันหรือไม่ก็ฟีโอดอร์ อย่าหายไปดื้อๆ อย่าคิดหนี อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะได้เพชรคืน เข้าใจนะ”

เปลือกตาของณัชรินทร์กะพริบถี่ๆ ชั่งใจเป็นนาทีก่อนจะพยักหน้าอย่างว่าง่าย 

เลฟมองท่าทีหล่อนอย่างพึงใจ ตอนที่หล่อนไม่ดื้อ ไม่อ้าปากเถียง ก็น่ารักดีนะ โอ...ให้ตายสิ หล่อนเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาชมว่าน่ารัก ประหลาดชะมัดเลย

ณัชรินทร์เม้มปากเมื่อเขาเอาแต่จ้องหน้ากันไม่ยอมละสายตา

“อย่าเม้มปาก” เขาสั่ง

“ฮะ?”

“เธอยั่วฉันเหรอ”

“ยั่วกับผีน่ะสิ แค่เม้มปาก” เธอเถียงเสียงเขียว 

“แล้วทำไมต้องมาเม้มต่อหน้าฉันด้วยล่ะ หรืออยากจะย้ายไปนอนบนเตียงสี่เสา”

เธอรีบยกมือขอยอมแพ้ อีตานี่คิดเป็นอยู่เรื่องเดียวหรือไง ผู้หญิงบนเกาะนี้ไม่มียาไส้เหรอ ถึงได้คิดเรื่องหื่นๆ กับเธออยู่เรื่อย เฮ้อ...การปะทะคารมกับเลฟตั้งแต่ตื่นนอนไม่เป็นผลดีเลย เสียสุขภาพจิตชะมัด

“เอาละเลฟ จะดีมากถ้าคุณบอกมาว่าฉันพอจะช่วยอะไรได้บ้างเรื่องน้องสาวฉัน และเพชรที่หายไป”

“จะดีกว่าถ้าเธอเลิกพูดแล้วไปล้างหน้าล้างตาซะ”

ณัชรินทร์ทำหน้าเบื่อโลก อันที่จริงเธออยากนอนต่ออีกสักนิด นอนคิดเรื่องพาขวัญ อยากนอนจมเตียงไม่ต้องลุกมาเถียงกับเขายิ่งดี

“ทำไมชอบมาวุ่นวายกับฉันนักนะ”

“ไปแปรงฟันชาช่า”

“ไม่”

“ไปเดี๋ยวนี้!”

“แล้วมันเรื่องอะไรต้องมาบังคับกันฮะ จะพาฉันออกไปข้างนอกเหรอ”

“เปล่า...แค่อยากจูบ” เขาตอบหนักแน่น ไร้แววล้อเล่นใดๆ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่วเรือนร่างของคนที่ยังอยู่ในชุดนอน ถ้าชุดนั่นแนบเนื้อสักหน่อย เขาคงได้เห็นรูปทรงหน้าอกของหล่อนชัดเจน อา...แค่คิดก็อยากจะวัดขนาดพุ่มทรวงของหล่อนด้วยฝ่ามือ มันคงจะ...นุ่มหยุ่นเอามากๆ เลย

ณัชรินทร์รีบเผ่นเข้าห้องน้ำ ก่อนที่พ่อมาเฟียจอมบงการจะกระชากเธอไปจูบแล้วลากเข้าสู่วังวนแห่งราคะ ถึงไม่พูดออกมาแต่เธอดูออก ความนิ่งของเขา แววตาเขา จังหวะลมหายใจของเขา มันไม่ต่างจากท่าทีของเสือร้ายที่กำลังคิดหาวิธีตะครุบเหยื่อที่เป็นกระต่ายตัวน้อยๆ และกระต่ายอย่างเธอจะไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่งเด็ดขาด! 

เธอจงใจอยู่ในห้องน้ำนานกว่าปกติ หวังว่าเลฟจะไม่อยู่ตอนออกมา และใช่ เขาออกจากห้องไปแล้ว เธอเริ่มแต่งตัวด้วยชุดที่วาเลนติน่าจัดหามาให้ ชุดสวยราคาแพง แต่สวมใส่ไม่สบายอย่างที่คิด เธอยังหนักใจเรื่องพาขวัญจนไม่กล้าจะโทรกลับบ้าน กลัวว่าลุงกับป้าจะถามหาน้อง เธอโกหกไม่เก่ง

“เลฟต้องหายัยขวัญเจอสิ แม่คนนั้นจะไปไหนได้ อาจจะแค่ตกใจเรื่องแฟนเลยต้องหาที่ซ่อนตัว ใจเย็นๆ นะน้ำ แกต้องใจเย็นๆ ทำใจให้สงบแล้วหาวิธีต่อกรกับเลฟ ก่อนที่เขาจะต้อนแกขึ้นเตียง นั่นแหละ สิ่งที่แกควรทำ” บอกตัวเองในกระจกแล้วสำรวจร่างกายอีกครา ทุกอย่างยังปกติ เธอดูดีเสมอเมื่อสวมใส่เสื้อผ้ามีราคา ทว่าเมื่อมองไปที่ลำคอ จึงได้รู้ว่าบางอย่างหายไป

“สร้อยล่ะ? สร้อยหายไปไหนกัน” แล้วแม่กระต่ายน้อยของเลฟก็ออกตามหาสร้อยที่สวมติดคอ จำได้ว่าก่อนนอนเธอยังสวมมันอยู่ ตะขอของมันอาจจะหลุดเลยหล่นอยู่บนเตียง เธอควานหามัน ทั้งสลัดผ้านวมออกดู แต่ไม่เจอ

“หรือว่า...เขาจะเอาไป” เธอนึกถึงคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้ เขาจะเอาสร้อยเงินเส้นเล็กๆ ไปทำไมในเมื่อมันไม่ได้มีค่ามีราคาอะไร เพชรเม็ดจิ๋วที่ประดับอยู่ จะขายได้สักเท่าไหร่กัน

...........

บทก่อนหน้า
บทถัดไป