บทที่ 17 EP 3/4 จูบของเลฟและกลิ่นซิก้า
“ไม่...ขอร้อง เลฟ...ไม่!”
ก๊อกๆๆ
ประตูถูกเคาะด้วยมือของผู้ช่วยมากวัย เลฟเงยหน้าจากซอกคออุ่นของณัชรินทร์ เพื่อจ้องมองฟีโอดอร์ด้วยดวงตาที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีด
“โอ...ขอโทษครับบอส”
“ออกไป!” น้ำเสียงของเลฟดุกร้าว ดวงตาขุ่นขวาง แต่ฟีโอดอร์ก็ไม่ได้ทำอย่างที่เจ้านายต้องการ
“เกรงว่าจะไม่ได้ครับ ญาติผู้แสนดีของเรารออยู่สักห้านาทีได้แล้ว”
ณัชรินทร์ได้ยินอย่างนั้นก็ผลักเลฟออก เสื้อผ้าของเธอไม่ได้ยับย่นเท่าไหร่นัก ดีที่มันเป็นเดรสแนบเนื้อ เลยไม่ต้องกังวลกับมัน แต่เส้นผมยุ่งๆ นี่สิ เพราะนิ้วแข็งแรงของเลฟแท้ๆ เชียวที่ทำให้เธอต้องมายืนสางผมอย่างขัดเขิน
“พวกเขามาทำไมตอนนี้ เรายังไม่ได้เชิญ”
“อาจเพราะใครบางคนที่กำลังเนื้อหอม และคงไม่ใช่แค่พ่อลูกซัลลิแวนหรอกครับ ที่อยากรู้ว่ามิสชาช่าเป็นใคร” ฟีโอดอร์มิวายเอ่ยถึงข่าวซุบซิบที่กำลังเป็นกระแส ที่นี่เป็นเหมือนอาณาจักรเล็กๆ และครอบครัวมาติเนซก็เป็นเหมือนเจ้าของอาณาจักร ไม่แปลกเลยหากจะมีข่าวเรื่องคนในตระกูลปรากฏในสื่อต่างๆ อยู่เสมอ
เสียงพ่นลมหายใจอย่างรำคาญดังออกจากปากของเลฟ เขายังไม่อยากเจอใคร ยิ่งในตอนที่กำลังจะทำอย่างอื่นกับณัชรินทร์อย่างนี้ มันน่าหงุดหงิด!
“ฉันไปได้หรือยัง” ณัชรินทร์ใคร่รู้
“ยัง เธอต้องลงไปข้างล่างกับฉัน ข่าวออกไปแล้ว ฉันคงซ่อนเธอไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วง อย่างน้อยๆ ก็มั่นใจได้ว่าพวกเขาไม่มีทางคิดร้ายกับเธอแน่ พวกเขาเป็นญาติที่สนิทที่สุดของฉันแล้ว”
ณัชรินทร์ทำหน้าเหม็นเบื่อเหลือกำลัง เธอไม่ได้อยากเจอญาติเขานี่ แล้วเขาเป็นมาเฟียไง ญาติเขาก็คงมีแต่พวกมาเฟียหน้าโหดๆ นั่นแหละ ไม่อยากเจอ!
จู่ๆ เอวบางก็ถูกจับด้วยสองมือเขา ณัชรินทร์ทำหน้ายุ่ง
“อะไร?”
“ชุดนี้...ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่” ติติงแล้วกวาดตามองชุดหล่อนอีกรอบหนึ่ง ชุดสวยแบรนด์ดัง เนื้อผ้าแนบไปกับผิวเนื้อ มันดูดีเพราะคนสวมรูปร่างเล็กบางอย่างคนเอเชีย แต่เขา...ไม่ชอบ!
“อย่ามายุ่งกับเรื่องขี้ปะติ๋วนี่ได้ปะ?”
เลฟขมวดคิ้วรุนแรง “ขี้ปะติ๋ว? คำนี้มันคืออะไร?” ถามเพราะไม่เข้าใจความหมาย คุณนายวาเลนติน่าเคยพูดคำนี้หรือเปล่านะ
“โอ๊ย! เลฟ! อย่ากวนประสาทได้ไหม”
เขายกมือยอมแพ้ “โอเคๆ ชุดนี้ก็ได้ เพลย์บอยตัวร้ายอย่างวาดิมคงไม่สนผู้หญิงตัวเตี้ยเท่ามดอย่างเธอหรอก” ประชดแบบนั้นแต่ไม่วายเหลือบมองหน้าอกหน้าใจของณัชรินทร์ มันดูโดดเด่นเกินไปเมื่อซ่อนอยู่ใต้ชุดที่รัดรึงผิวกายเช่นนี้
“ฉันหุ่นมาตรฐานหญิงไทยย่ะ คุณต่างหากที่สูงเป็นเสาไฟฟ้า” ประชดคืนแล้วหันหลังจะก้าวจากไป แต่เลฟไวกว่า คว้าแขนเธอไว้ “อะไรอีกล่ะ”
“แสดงความเป็นเจ้าของ”
“เจ้าของอะไร”
“เธอไง”
แล้วณัชรินทร์ก็เริ่มเข้าใจ เมื่อตลอดทางที่เดินสู่ห้องรับรองอันใหญ่โตโอ่อ่า เลฟดึงเธอไว้ข้างกายเสมอ แม้แต่ตอนที่แนะนำให้เธอรู้จักกับสองพ่อลูกตระกูลซัลลิแวน เทรเวอร์และวาดิม
เทรเวอร์เป็นชาวอังกฤษ และวาดิมลูกชายของเขาเป็นลูกครึ่ง วาดิมมีเชื้อสายของคนบนเกาะนี้ เหมือนเลฟและอเล็กเซย์ สองพ่อลูกหน้าตาเป็นมิตรพอสมควร เทรเวอร์ยิ้มให้เธออย่างผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่ง ในขณะที่วาดิมซึ่งเป็นลูกชายนั้น มองเธอตาไม่กะพริบ
“นึกว่าข่าวผิดพลาด ที่แท้ก็เป็นเรื่องจริงสินะ ว้าว...น่าตื่นเต้นที่รู้ว่าหลานมีคนข้างกายเสียที” เทรเวอร์ เอ่ยขึ้นอย่างอดใจไม่ไหว ใบหน้าขาวผ่องที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งวัย เห็นรอยย่นที่หางตาชัดเจนมากขึ้นเมื่อเจ้าตัวพูดพลางยิ้ม
“ข่าวก็เขียนเกินจริงไป ก็เหมือนทุกที ผมอาจจะควงชาช่าไม่ถึงพรุ่งนี้ก็ได้ ใครจะรู้” เลฟตอบอย่างที่ควรจะตอบ ไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าณัชรินทร์มีอิทธิพลต่อเขา มันเสี่ยงเกินไปอย่างที่คุณนายวาเลนติน่าว่าเอาไว้
ณัชรินทร์พยายามสงบปากสงบคำ ถึงพวกเขาจะพูดเป็นภาษาอังกฤษ แต่เธอเข้าใจนะ และการตกเป็นหัวข้อสนทนา เธอก็ไม่ชอบเลย
เลฟพาแขกนั่งลง ชาร้อนๆ ถูกเสิร์ฟพร้อมขนมพื้นเมือง แต่นั่นไม่น่าสนใจเท่าบทสนทนาของผู้มาเยือน
“มาเจอเลฟได้ยังไงล่ะ ชาช่า” เทรเวอร์ถามแม่สาวจากเอเชีย ดวงตาหล่อนสีน้ำตาลวับวาว เหมือนตากระต่ายเลย
“คะ? เอ่อ...”
“ที่คลับน่ะ ทำไมเหรอ” เลฟย้อนถาม
“เปล่า ก็แค่ถามไง” เทรเวอร์ปฏิเสธทันใด มองหลานชายแล้วยิ้มกริ่ม ท่าทางหลานจะหวงของเล่นชิ้นใหม่น่าดู
“นายไม่คิดจะทักทายฉันบ้างเหรอ” เลฟหันไปทางลูกพี่ลูกน้อง นึกอยากควักลูกตาของวาดิมทิ้งเสีย มันเอาแต่จ้องแม่กระต่ายน้อยไม่กะพริบตา
“อย่าเพิ่งขัดสิ ทำไมฉันต้องมองนายด้วยล่ะ ไม่เห็นน่ามองสักนิด”
วาดิม หนุ่มนักรักเลือดผสม โต้วาจากับคนที่เป็นเหมือนพี่ชาย จะเป็นไรไปล่ะ ในเมื่ออีกหน่อยเลฟก็คงเบื่อเจ้าหล่อนแล้วโยนทิ้ง บางทีเขาอาจจะขอสนุกกับหล่อนบ้างเป็นครั้งคราว ตอนที่เลฟเบื่อแล้ว ถ้าเป็นแม่สาวผิวเหลืองนวลอย่างหล่อนแล้วละก็ เขาเต็มใจอ้าแขนรับเต็มที่เลย
“ฟีโอดอร์!”
เลฟเรียกหาตัวช่วย ฟีโอดอร์ปรากฏกายในเสี้ยวนาที เขาปรายหางตาใส่ร่างเล็กของณัชรินทร์โดยไม่ต้องเอ่ยคำสั่งใดๆ ฟีโอดอร์จากที่อยู่ด้วยกันมานานก็รับรู้สิ่งที่เจ้านายสั่งด้วยหางตา นาทีต่อมาเสื้อคลุมขนมิงค์ตัวสวยก็ได้พาดบนบ่าของณัชรินทร์ ปิดกั้นส่วนเว้าส่วนโค้งของแม่สาวร่างเล็กไม่ให้วาดิมจ้องมอง
