บทที่ 18 EP 3/5 จูบของเลฟและกลิ่นซิก้า

“ฉันอุ่นจนร้อนแล้วเลฟ” เธอบอกให้เขารู้ เตาผิงแบบโบราณในห้องนี้ ยังทำหน้าที่ของมันอย่างขันแข็ง ห้องนี้เลยอุ่นยิ่งกว่าติดฮีตเตอร์ยี่ห้อแพงๆ เสียอีก

“อ้อ...นึกว่าชินแล้ว มาจากเมืองร้อนไม่ใช่เหรอ”

คนถูกถามจนใจจะเถียง ก็ได้เจ้าค่ะ เธอจะยอมซ่อนร่างอยู่ใต้เสื้อคลุมตัวหนานี่ก็แล้วกัน

“โอ...หวงชะมัด” วาดิมเผลอครางออกมา

“ของเล่นใหม่ก็ต้องหวงเป็นธรรมดา” เลฟโต้คืนอย่างไม่คิดปิดบัง 

ณัชรินทร์ทำตาขวางใส่เลฟ คำก็ของเล่น สองคำก็ของเล่น เธอหน้าตาไม่เหมือนคนหรือไง

“ถ้าเบื่อเลฟละก็ แวะไปที่กาสิโนสิ ผมขลุกอยู่ที่บาร์ของไนท์คลับ ให้ผมได้เลี้ยงเครื่องดื่มคุณสักหน่อยนะครับ คุณผู้หญิง”

ณัชรินทร์ได้แต่ยิ้มให้น้ำใจไมตรีของคนที่มองตาเดียวก็รู้ว่าเจ้าชู้ตัวพ่อ  เธอคิดว่าเพื่อความปลอดภัย ควรประหยัดคำพูดจะดีกว่า

“ฉันเลี้ยงผู้หญิงของฉันได้ นายไม่ต้องมาเลี้ยงหรอก”

“สงสัยจะหวงจริงแฮะ ปกตินายไม่เป็นแบบนี้”

เลฟยักไหล่ แสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะดึงกล่องเก็บบุหรี่สีเงินเงาวับออกมาเปิดแล้วดึงบุหรี่มาคีบไว้ ปลายนิ้วเรียวของพ่อมาเฟีย คีบมวนบุหรี่อย่างมีมาด ราวกับว่ากระทำมันอยู่เป็นนิจ

เทรเวอร์เห็นหลานสูบบุหรี่ก็ดึงซิก้ามวนเก่งออกมาจุดสูบเช่นกัน 

ณัชรินทร์เอ่ยขอตัวกับทุกคนเพราะเธอไม่นิยมสูดควันพิษ แต่เลฟไม่ให้ไป และบังคับให้นั่งลงที่เดิม

“ฉันเหม็นกลิ่นบุหรี่” เธอกระซิบบอกคนที่นั่งอยู่ข้างกัน กลิ่นบุหรี่ของเลฟนั้น เธอพอจะเคยได้กลิ่นมาบ้างตอนที่เขามอบจุมพิตให้อย่างดูดดื่ม แต่อย่างไรก็ไม่ยินดีหากเขาจะมาจุดสูบอยู่ใกล้ๆ เธอเหม็น เธอปวดหัว และ...

จู่ๆ กลิ่นบุหรี่แปลกๆ ก็ลอยเข้ามาในจมูก ณัชรินทร์ตัวแข็งทื่อ จ้องซิก้าในมือเทรเวอร์เขม็ง เส้นขนบนร่างลุกเกรียวถ้วนทั่ว หายใจไม่ทั่วท้อง และนึกอยากอาเจียนขึ้นมาดื้อๆ

“เธอหน้าซีด” วาดิมท้วงขึ้นเมื่อเห็นสาวเจ้าหน้าซีดลงเรื่อยๆ 

เลฟหันมองคนข้างๆ จับบ่าบางให้หันมาหา

“เป็นอะไร”

“ฉะ...ฉัน ฉันเหม็นกลิ่นบุหรี่ ฉะ...ฉัน หายใจ...ไม่ออก”

“ขอโทษ...ขอโทษจริงๆ” 

เทรเวอร์รีบดับซิก้าของตัวเอง ในขณะที่เลฟบดมวนบุหรี่ในมือเข้ากับที่เขี่ยจนมันหักงอ

ณัชรินทร์เอ่ยขอตัวแล้วลุกออกมาจากตรงนั้น หากอยู่ต่อเธอคงได้ขาดใจตาย เธอหายใจเข้าลึกๆ พยายามสูบลมเข้าปอดให้มากที่สุด เส้นขนบนร่างยังลุกเกรียวไม่หยุด สมองคิดถึงแต่กลุ่มควันที่ถูกพ่นออกมาจากปากของเทรเวอร์ 

“มันไม่ใช่กลิ่นบุหรี่ ไม่ใช่...บุหรี่...ธรรมดา” 

ณัชรินทร์พร่ำพูด มือข้างหนึ่งค้ำยันผนังไว้ มืออันสั่นระริกเพราะกริ่งเกรงบางสิ่ง เสียงคนเดินมาทางนี้ เลฟนั่นเอง เขามองเธอแล้วมุ่นคิ้ว

“เธอเป็นอะไรกันแน่ หน้าซีดมาก ดูไม่ค่อยดีเลย” เลฟตามเจ้าหล่อนออกมา ณัชรินทร์เป็นอะไร เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย

“มันเป็นกลิ่นซิก้า”

“ฮะ?”

“ไม่ใช่บุหรี่ธรรมดา แต่เป็นกลิ่นซิก้า” 

ณัชรินทร์พร่ำพูด แต่เลฟไม่เข้าใจ

“ใจเย็นๆ ชาช่า ใจเย็นๆ”

เธอเอนร่างพิงผนัง กลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ มือสั่นระริกกอดตัวเองไว้อย่างเกรงกลัว

“ชาช่า?” เลฟดึงหล่อนมากอด มือข้างหนึ่งโอบหลังหล่อนไว้ มืออีกข้างแตะลูบแก้มซีดเซียว ใบหน้าหล่อนแทบจะไร้สีสัน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายที่ไรผมเหนือหน้าผาก แต่ร่างกายกลับสั่นระริกราวกับคนที่กำลังเหน็บหนาว

“กลิ่นซิก้า...เลฟ กลิ่น...ซิก้า...” 

เธอบอกเขาแม้เขาไม่เข้าใจ กระบอกตาเริ่มร้อนผ่าว ก่อนที่น้ำตาอุ่นๆ จะไหลออกมา ก่อนที่ใบหน้าของเลฟ...จะเลือนหายไปจากสายตา

วูบ!!!

“ชาช่า!?”

เสียงร้องอันตื่นตระหนกของเลฟ พลอยทำให้สองพ่อลูกที่นั่งอยู่ในห้องพากันลุกออกมาดู ทั้งสองประหลาดใจเมื่อเห็นเลฟอุ้มแม่สาวร่างเล็กขึ้นชั้นสอง 

ปกติเลฟไม่ใช่คนที่จะปฏิบัติต่อสตรีเช่นนี้ ผู้หญิงสำหรับเขาก็เป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่งที่สามารถใช้งานให้สมกับราคาที่ต้องจ่าย และพอใช้เสร็จก็โยนทิ้งเท่านั้น

“ผู้หญิงคนนั้น คงไม่ใช่แค่ของเล่นแล้วละมั้ง” 

วาดิมเอ่ยออกมา สองตายังจ้องอยู่ที่เลฟบนขั้นบันได แขนแข็งแรงคู่นั้น โอบอุ้มแม่สาวร่างเล็กอย่างทะนุถนอม

“นั่นสิ” เทรเวอร์รับคำลูกชายเสียงแผ่ว มองตามร่างหลานชายแล้วครุ่นคิด จุดอ่อนของผู้ชายมักเป็นเรื่องผู้หญิง และเขาเริ่มจะเห็นจุดอ่อนของเลฟรำไรแล้ว “เรากลับกันดีกว่า เลฟคงไม่ลงมาแล้วล่ะ”

“พ่อกลับไปก่อนเลย ผมจะไปผับสักหน่อย มีงานค้างอยู่”

“ไปทำงานหรือไปเมาหัวทิ่ม แกอย่าดื่มให้มันมากนัก”

“โธ่...ก็แค่ดื่มนิดๆ หน่อยๆ น่า อย่าวุ่นวายกับผมนักเลย”

แล้ววาดิมก็เดินจากไป ไม่สนสิ่งที่บิดาสั่งสอน เทรเวอร์ได้แต่ส่ายหัวให้ความไม่เอาไหนของลูกชาย หากวาดิมเอางานเอาการมากกว่านี้สักนิด อาจได้คุมเกาะนี้สักครึ่งก็เป็นได้ ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน น่าเสียดายจริงๆ

...........

บทก่อนหน้า
บทถัดไป