บทที่ 19 EP 4/1 บนเตียงสี่เสาอันเร่าร้อน

...........

[4]

บนเตียงสี่เสาอันเร่าร้อน

...........

ภายในโรงแรมเล็กๆ ราคาประหยัดที่ พาขวัญ พาตัวเองมาซ่อนตัว เธอถูกคนของพวกมาเฟียไล่ล่าจนชายคนรักพลาดท่าถูกยิงเสียชีวิต เธอไม่รู้ว่าตอนนี้ร่างของแฟนหนุ่มอยู่ที่ไหน ก็อยากคร่ำครวญต่อการสูญเสีย แต่ตอนนี้สิ่งที่ควรทำคือหาทางเอาตัวรอด เธอกินมื้อเช้าเสร็จแล้ว และกำลังขบคิดสิ่งที่จะทำต่อไป

โทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้กำลังรายงานข่าวเป็นภาษาถิ่นที่เธอพอจะฟังรู้เรื่องบ้าง มันชวนให้ตกตะลึงจนต้องเข้าไปจ้องเขม็งชนิดที่ลูกตาแทบจะติดกับจอ 

ตระกูลมาติเนซไม่ต่างจากราชาแห่งเกาะนี้ เธอหนีหัวซุกหัวซุนมาจากกาสิโนของตระกูลนั้นก็จริง แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วสินะ ณัชรินทร์ไปอยู่ข้างกายเลฟ ผู้กุมบังเหียนของเกาะนี้ได้อย่างไร ไม่น่าเป็นไปได้เลย สิ่งที่วางแผนไว้เลยยากมากขึ้นไปอีก แต่ช่างปะไร เพราะทางเดียวที่เธอจะรอดไปจากเกาะนี้ได้ คงต้องพึ่งพาพี่สาวจอมเซ่ออยู่ดี

“รอฉันหน่อยนะ ฉันกำลังจะไปหาพี่แล้ว รอฉันหน่อยนะพี่” 

พาขวัญเปรยขึ้นกับหน้าจอโทรทัศน์ที่ยังฉายภาพของเลฟกับณัชรินทร์ที่หน้าร้านเพชรแห่งหนึ่ง เธอรีบเก็บข้าวของที่มีเพียงน้อยนิด ยัดทุกอย่างลงกระเป๋าแล้วก้าวออกจากโรงแรมแสนซอมซ่อ กะว่าจะหารถสักคันนั่งไปที่คฤหาสน์มาติเนซ ทว่าเธอคิดเรื่องยุ่งยากเกินไป เพราะเพียงแค่ก้าวขาออกจากห้องมาโผล่ที่ล็อบบี้ ของโรงแรม ชายชุดดำมากกว่าหนึ่งคนก็กรูเข้ามาหาเธอ ล็อกตัวเธอไว้แล้วหิ้วเธอไปขึ้นรถ ไม่แยแสแม้ว่าเธอจะส่งเสียงกรีดร้องอย่างตื่นตกใจ

...........

กลิ่นชากุหลาบอบอวลที่ปลายจมูก ณัชรินทร์ชอบมันเหลือเกิน เธอสูดกลิ่นนั้นเข้าเต็มปอด ก่อนจะปรือตาขึ้นมอง แลเห็นม่านมุ้งที่ขึงไว้กับเตียงสี่เสา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธออยู่ในห้องใคร 

“ดูแย่กว่าที่คิดนะ ไม่สบายเหรอ” เขาถามพลางประคองหล่อนให้ลุกนั่ง หมอนสองใบถูกหยิบมาซ้อนหลังให้หล่อนได้พิง

“ปะ...เปล่า ก็แค่...แพ้กลิ่นบุหรี่นั่นแหละ”

พอสาวเจ้าเอ่ยเช่นนั้น ตลับสีเงินวาววับที่มีบุหรี่ราคาแพงอยู่ข้างในก็ถูกล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกง

“เราเคยจูบกัน และเธอยังดูปกติ”

“น่าจะเพราะมันเป็นกลิ่นซิก้าละมั้ง มันไม่เหมือนกลิ่นบุหรี่ของคุณ และมัน...ทำให้ฉันหายใจไม่ออก” บอกเขาแล้วมุ่นคิ้ว ยังรู้สึกเหมือนว่าได้กลิ่นซิก้าของเทรเวอร์

เลฟมองณัชรินทร์อย่างพิจารณา ทั้งขยับเข้าไปหา นั่งลงบนเตียงข้างกัน มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหาแก้มบาง ไล้หลังมือไปตามแนวคางมน คนที่เอาแต่หน้าซีดเซียวจึงค่อยๆ มีสีแดงระบายที่พวงแก้ม

“อย่างนี้ค่อยดีขึ้นมาหน่อย ไม่ชอบเห็นเธอหน้าซีดเลย มันดูเหมือนศพ”

ณัชรินทร์ได้แต่เม้มปากแน่น เขาไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งที่คิดออกมาจนหมดก็ได้ เธอดึงเสื้อคลุมออกจากร่าง มันร้อนเกินไปยามอยู่ในห้องสองต่อสองกับเลฟ

มาเฟียหนุ่มมองเรือนร่างที่ถูกหุ้มห่อด้วยเนื้อผ้านุ่มนิ่ม ตัวเสื้อรัดรึงพุ่มทรวงหล่อนจนเห็นเป็นรูปทรงชัดเจน เขาเลื่อนมือที่ไล้อยู่ปลายคางลงมาตามแนวลำคอ ลากมันลงหาเนินอกที่ถูกซ่อนไว้ในเดรสตัวสวย

“ฉันไม่เคยยุ่งกับชุดของผู้หญิงคนไหน ตราบใดที่เจ้าหล่อนต้องถอดมันทิ้งบนเตียง แต่ว่า...บอกตามตรง ไม่ชอบจริงๆ นะ ชุดนี้ของเธอ”

“มันไม่ได้โป๊สักนิด ดูสิ...ปิดตั้งแต่คอยันเข่า” 

เธอเถียงด้วยความจริง นึกอยากหลับสักงีบเพราะเริ่มปวดหัวตุบๆ

“ก็ดูอยู่นี่ไง และก็เห็นว่ามันรัดรูปเกินไป มองแล้วรู้สึก...กระหายยังไงชอบกล”

ณัชรินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างประหม่า สถานการณ์ชักไม่ปลอดภัยแล้ว

“กระหายน้ำเหรอ หิวน้ำหรือเลฟ”

“เปล่า...หิวเธอ”

“ไม่...อย่านะ ฉัน...อาการไม่ค่อยดี ฉันเพลีย” 

ณัชรินทร์สารภาพ เนื้อตัวสั่นสะท้านอย่างกริ่งเกรงด้วยยังรู้สึกถึงกลิ่นซิก้าฉุนๆ แต่เลฟหาได้สนคำห้ามปราม เขาเลื่อนมือขึ้นมาที่ลำคอของเธอ กำมันไว้หลวมๆ แล้วรั้งเข้าหาตัว ใบหน้าเธอเลยถลาไปหาเขา พาริมฝีปากที่กำลังเผยออ้าไปยั่วยวนเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ดีแล้ว เพลียมากๆ จะได้ไม่มีแรงดิ้น” เขายิ้มตอนที่พูดอย่างนั้น และจงใจส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เข้าไปในดวงตาของแม่กระตายน้อย

“ไหนว่าจะให้เวลา ฉันขอเวลา เลฟ...ได้โปรด”

เลฟแตะต้องริมฝีปากที่กำลังขยับขึ้นลงของณัชรินทร์ ปากนุ่มๆ สีกลีบกุหลาบทำให้เขาอดทนได้ยากนัก

“เสียใจด้วยที่รัก ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันอยากมีเซ็กซ์กับเธอ...ตอนนี้”

ณัชรินทร์ตาเบิกโต ส่ายหน้าพรืด แลหาทางหนีทีไล่แม้สังขารไม่อำนวย แต่เธอหรือจะทันเล่ห์เหลี่ยมมาเฟียจอมหื่น ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากเตียง เสียงโซ่ถูกลากครืดๆ ก็ดังขึ้น ก่อนที่ข้อมือทั้งสองจะถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ของเลฟ หัวใจเธอเต้นถี่ระรัวยามถูกคุกคามจากชายร่างใหญ่โตที่นั่งคร่อมเธออยู่ 

เขาดึงเนกไทที่ผูกไว้ดิบดีออกมามัดปากเธอไว้ อย่าได้ฝันว่าจะได้ส่งเสียงร้องใดๆ ได้อีก เขาขยับถอยร่างออกไปจนสามารถนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างท่อนขาของเธอ ก่อนจะยกขาเธอขึ้นมาช้าๆ ทั้งหลับตาพริ้มขณะพาแก้มสากถูไถยังน่องเรียว เขาดูมีความสุขราวกับกำลังพาแก้มสัมผัสกับผ้าไหมเนื้อดี เธออยากจะกรี๊ดดังๆ เธอเกลียดสีหน้าแบบนั้น ไอ้บ้าเลฟ คนโรคจิต!

“ผิวเธอ...นุ่มจัง” เลฟชมเปาะแล้วกรีดนิ้วไปตามท่อนขาของณัชรินทร์ ไม่ได้เลิกชายกระโปรงที่ยาวคลุมเข่าขึ้นไป แต่สอดปลายนิ้วไต่เข้าไปจนใกล้เนินเนื้อนุ่มนูนที่อยู่กลางหว่างขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป