บทที่ 3 EP 1/3 อ้อมแขนซาตาน
เธอหันซ้ายแลขวา ก้าวไปตามทางเดินที่มีประตูห้องเรียงกันเป็นตับ แล้วลงบันไดมา ได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน น่าจะเป็นตรงห้องโถงใหญ่ที่มีไออุ่นของเตาผิง เสียงฟืนที่ถูกเผาแตกลั่นดังเปรี๊ยะๆ สื่อให้รู้ว่ามีคนอยู่ตรงนั้นจริงๆ
“คุณไม่ใช่เทพบุตรบนฟ้า คุณคือคนจริงๆ ด้วย อเล็กเซย์”
เธอเอ่ยออกมาอย่างตะลึงลาน อเล็กเซย์ยืนอยู่ข้างเตาผิงในชุดสูทสีนิลแสนสง่า ช่วงขายาวๆ นั่นไม่ต่างจากนายแบบชื่อดังทีเดียว เขาดูแตกต่างเล็กน้อย ทั้งเรือนผมที่เซ็ตจนเงาวับกับเสื้อสูทที่ไม่ใช่ลายกุหลาบอีกต่อไป เขาดูเหมือนนักธุรกิจมาดขรึมที่หล่อเหลาบาดจิตบาดใจ และเธออดยิ้มไม่ได้ ผู้ชายอะไรหล่ออย่างกับสวรรค์ปั้นมา
“คุณจริงๆ ด้วย” เธอเอ่ยแล้วไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน เขามองเธออยู่ คิ้วย่นและทำหน้างงๆ “ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อคืนนี้ ฉันไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี ฉันมีคำขอบคุณมากมายที่ชาตินี้คงพูดกับคุณไม่หมด ฉันซาบซึ้งที่คุณช่วยฉัน และ...ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้ละก็...”
“ฟีโอดอร์!?”
ณัชรินทร์สะดุ้งโหยง นั่นเสียงอเล็กเซย์จริงๆ แต่ไม่ใช่แบบนุ่มนวลอย่างที่เธอเคยได้ยิน มันดุดันและเต็มไปด้วยอำนาจ ฟีโอดอร์ก้าวเข้ามาในห้องภายในสิบวินาที เขามองเธอและแน่นอนว่าเธอแอบเห็นเขาถอนหายใจ
“นั่นใคร!?”
“มิสณัชชา...เอ่อ...ชาช่าครับบอส”
ชายหนุ่มยังงงอยู่ แน่นอนว่าแม่สาวตัวเล็กตาคมที่มีผิวสีเหลืองนวลนี่ดูสะดุดตาไม่น้อย แต่ใช่เรื่องที่หล่อนจะมาเดินกรีดกรายอยู่ที่นี่เหรอ
“เอ่อ...เผื่อคุณจะจำไม่ได้ คุณช่วยฉันเมื่อคืนนี้ และฉันขอบคุณมาก พาสปอร์ตฉันหายไปและคุณบอกว่าจะช่วยหามันมาคืนให้ค่ะ” ใจเธอเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ท่าทีเขาดูไม่เหมือนอเล็กเซย์เลย เขาจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
“บ้าฉิบ! ทำไมชอบก่อเรื่องอยู่เรื่อย” เขาก่นด่าคนที่ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้
“ผมจะหาพาสปอร์ตให้คุณผู้หญิงโดยเร็วที่สุด”
ฟีโอดอร์ต่อรอง คนเป็นนายไม่ชอบใจ เขาไม่ได้วางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ แต่โยนมันเข้าเตาผิงอย่างขุ่นเคือง
หวืด! โพละ!
ถ้วยกระเบื้องปริแตกทั้งจากการโดนกระแทกและความร้อนของเปลวเพลิง ณัชรินทร์ตกใจกับท่าทีเอาแต่ใจของเขา ถ้วยกาแฟสวยๆ กลายเป็นสีเดียวกับไฟในเตาไปแล้ว
“ฉันขอโทษนะคะอเล็กเซย์ ที่มารบกวนคุณ”
“ฉันไม่ใช่อเล็กเซย์!”
ณัชรินทร์มึนงง กวาดตามองบุรุษตรงหน้าอีกคราหนึ่ง ไม่จริง! นี่อเล็กเซย์ชัดๆ หุ่นอย่างนี้ หน้าตาแบบนี้ แถมเสียงนี่อีก ถ้าไม่ใช่เขาก็คงจะเป็นฝาแฝดแล้ว เอ๊ะ...หรือว่า!?
“เลฟคือชื่อของฉัน! กรุณาเรียกให้ถูกด้วย”
เลฟ มาติเนซ ชี้แจงเสียงขรม ใบหน้าเขายังคุกรุ่นด้วยความโกรธ
“โอ...ขอโทษค่ะ ฉันนึกว่าคุณเป็นเขา แล้วเขาไปไหนแล้ว ฉันเอ่อ...มีเรื่องอยากจะขอบคุณเขาเยอะเลย”
“ไม่รู้สิ! เขาอยู่ไม่เป็นที่ แวบไปแวบมาเหมือนผีน่ะ”
เธอได้อึ้งเป็นครั้งที่สองกับวาจาห้วนๆ ไม่ถนอมน้ำใจคนฟัง อันที่จริงเขาพูดดีๆ กับเธอ เธอก็รู้เรื่องนะ
“ขอโทษที่ทำให้รำคาญนะคะ ฉันควรทำยังไงดี ฟีโอดอร์...”
เธอร้องขอความช่วยเหลือ แต่ฟีโอดอร์ไม่มองเธอเลย
“เอาตัวเธอไปที่คลับ”
เลฟสั่งฟีโอดอร์ ณัชรินทร์มุ่นคิ้วใคร่รู้
“อย่าบอกนะว่าคลับหรูที่มีกาสิโนน่ะ”
“อาฮะ! นั่นคลับของตระกูลมาติเนซ อเล็กเซย์ไม่ได้บอกเหรอ”
ณัชรินทร์อึ้งจังงัง คิดว่าหนีไปไกลจากสถานที่อุบาทว์นั่น ที่ไหนได้ เธอยังวนเวียนอยู่ที่เดิมแท้ๆ
“ฉันจะรอเขาอยู่ที่นี่”
เธอพยายามตั้งสติ และคิดหาทางเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณจะอยู่ได้ เราไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคุณเป็นสายให้ใครหรือเปล่า”
“ฉันเป็นแค่นักท่องเที่ยว ฉันไม่มีพาสปอร์ตด้วยซ้ำ”
“นั่นแหละที่น่ากลัว...ฟีโอดอร์! เอาตัวเธอไปที่คลับ แล้วขายซะ!”
ดวงตาของณัชรินทร์เบิกโต หันมองฟีโอดอร์ก็เห็นโบกมือเรียกใครสักคน เพียงพริบตาเธอก็ถูกหิ้วปีก อะไรกันนี่ เมื่อคืนได้นอนหลับฝันดี ตื่นมาอีกทีเจอนรกอีกแล้วเหรอ ทำไมสวรรค์เล่นตลกไม่จบไม่สิ้นอย่างนี้!
“มะ...ไม่! อย่านะ! อย่าขายฉันนะ ฉันเป็นแค่นักท่องเที่ยว คุณไม่มีสิทธิ์ขายฉัน!”
เลฟมองกระต่ายน้อยด้วยหางตา
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก อะไรที่อยู่ในที่ของฉันก็เป็นของฉันหมดนั่นแหละ”
“แต่ฉันไม่ใช่! ฉันเป็นของอเล็กเซย์ คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องฉัน!”
เธอหน้าด้านเหมารวม ฟีโอดอร์มองปราดมาที่เธอแวบหนึ่ง แต่ใครสนกันเล่า ถ้าเขาไม่ช่วยเธอ เธอก็ต้องช่วยตัวเองสิ
เลฟพ่นลมหายใจอย่างรำคาญ กวาดตามองเรือนร่างกระต่ายน้อยแล้วส่ายหน้า เขาก้าวเดินเข้าหา ไล้ปลายนิ้วไปตามแนวคางมนของหล่อน หล่อนคงกลัวจนตัวสั่นระริก แต่ดวงตานั้นเล่าหาได้มีแววหวาดหวั่น มันอวดดี และเขาชอบใจ
“ทำไมจะแตะไม่ได้ล่ะ”
หมับ!
มือแกร่งขยุ้มเอาพวงผมของณัชรินทร์ หล่อนแหงนหน้าขึ้นตามแรงที่เขากระชาก ยามได้เห็นริมฝีปากหล่อนชัดๆ บางอย่างในร่างก็ตื่นเพริดอย่างน่าตี น่าประหลาดใจที่มันเป็นเช่นนี้ มีผู้หญิงมากมายที่ปลุกความเป็นชายให้เขาได้ แต่ไม่ใช่แบบหล่อน แบบสาวเอเชียที่ตัวเล็กเท่ามด หล่อนทำได้อย่างไร
