บทที่ 4 EP 1/4 อ้อมแขนซาตาน

“คุณทำฉันเจ็บ!”

“จะได้ชินไง ซ่องในเมืองอาจทำเธอช้ำไปทั้งตัวได้นะ พวกนั้นคงจะชอบใจ ที่นานทีมีผู้หญิงเอเชียมาให้ลองบ้าง”

คนถูกขู่ใจหายแวบ นี่เขาจะขายเธอให้ซ่องจริงๆ เหรอ

“ฉะ...ฉัน ฉันไม่อยากถูกขาย ฉัน...”

“ไม่เอาน่า ซ่องดีๆ อาจทำให้เธอรวยได้นะ จะได้กลับประเทศไวๆ ไง”

“คุณนี่มันปีศาจชัดๆ อเล็กเซย์อยู่ไหน ฉันต้องคุยกับเขา เอามือถือมาสิ ฉันจะคุยกับเขาได้ยินไหม!!!”

เสียงร้องของณัชรินทร์ทำเอาเลฟต้องหลับตาแล้วเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นโทสะ ไม่เคยมีใครมาตะโกนใส่หน้าเขาขนาดนี้

“ยัดใส่รถแล้วเอาไปที่คลับ ขายไปถูกๆ ได้เท่าไหร่ก็เอา”

“ครับบอส”

ณัชรินทร์ส่ายหน้ารัวๆ น้ำตาปริ่มจะไหล เธอต้องสังเวยพรหมจรรย์ในซ่องเหรอ!?

“ไม่ๆๆ ฉันไม่ไป! อย่าขายฉันนะ! ฉันยังเวอร์จิ้นนะเลฟ!”

เสียงร้องบอกเป็นภาษาไทยทำเอาเลฟหูผึ่ง หล่อนบอกว่ายังเวอร์จิ้นอย่างนั้นหรือ ช่างเป็นการเอาตัวรอดที่น่าสนใจ

“หมายความว่าไงที่ว่า...ยังเวอร์จิ้น”

ณัชรินทร์สูดน้ำมูกแรงๆ น้ำตามากกว่าหนึ่งหยดรินรดสองแก้มบาง

“ฉันยังไม่เคยทำแบบนั้นกับใครเลย คุณจะช่วยขายฉันไปที่อื่นได้ไหม ให้เป็นเด็กส่งยาหรือว่าอะไรก็ได้ แต่ไม่เอาซ่อง ฉันกลัว...” 

เธออ้อนวอนเขาดีๆ มีหยดน้ำตาและน้ำเสียงที่อ่อนลงเพื่อหวังเอาตัวรอด อย่างไรเขาก็เป็นพี่น้องกับอเล็กเซย์นี่นา น่าจะมีความเมตตาอารีเหมือนกันบ้างสิ ไม่ต้องมากมายหรอก แค่เล็กน้อยก็ยังดี

“โอเค ได้...ได้สิ”

“จริงเหรอ!” 

รอยยิ้มยินดีกระจ่างบนใบหน้าน้อย แต่ก็ยิ้มได้แค่แวบเดียว

“เอาไปไว้ในห้องฉัน” เขาสั่งฟีโอดอร์

ณัชรินทร์ใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม หมายความว่าอย่างไร แทนที่จะถูกขาย กลับต้องมาสังเวยพรหมจรรย์ให้มาเฟียบ้าอำนาจเหรอ ไม่! ไม่จริง! อย่าเอาบทนางเอกนิยายน้ำเน่ามาโยนใส่เธอจะได้ไหม!

“ทำไมต้องไปอยู่ห้องคุณ เอาไปขังไว้ที่อื่นสิ คุกใต้ดินหรืออะไรก็ได้ จะตัดแขนตัดขาก็ว่าไป”

“ขอโทษด้วยคุณผู้หญิง บังเอิญฉันไม่ชอบมีเซ็กซ์กับคนพิการน่ะ อย่างน้อยๆ ก่อนที่ฉันจะพิสูจน์ว่าเธอเวอร์จิ้นจริงหรือเปล่า มั่นใจได้เลยว่าแขนขาเธอจะยังอยู่ครบ แต่ถ้าเธอเล่นตุกติกโกหกกันละก็ รับรองว่าหัวกับตัวได้อยู่คนละที่แน่”

ณัชรินทร์อ้าปากค้าง เกิดมายังไม่เคยเจอคนใจบาปหยาบช้าขนาดนี้เลย

“ไอ้เลว! ไอ้ชั่ว! ขายฉันเลยสิ ขายฉันซะ! กรี๊ดดด!!!”

เสียงกรีดร้องของแม่ตัวแสบยังดังอยู่ข้างหูของเลฟทั้งที่ร่างหล่อนถูกหิ้วปีกออกไปแล้ว เขาส่ายหัวอย่างระอา แต่ก็ดีที่อย่างน้อยตอนนี้ไม่มีกระต่ายน้อยมายืนเกะกะลูกตาแล้ว

“จะดีหรือครับ” ฟีโอดอร์อดท้วงเจ้านายไม่ได้

“อะไร?” 

“มิสชาช่า เธออาจจะไม่สะอาดและไม่ปลอดภัย” 

เขาเอ่ยตามจริง ก็ไม่ได้รู้จักหล่อนมาก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำหล่อนเป็นใคร

“ฉันคงได้พิสูจน์คืนนี้ว่าเธอสะอาดจริงไหม”

“เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่มิสชาช่ายัง...เวอร์จิ้น โดยเฉพาะที่เธอเป็นคนไทย ประเทศที่เลื่องลือเรื่องผู้หญิงแบบนั้น”

“อืม...ภาษาไทยดีขึ้นนะฟีโอดอร์ ฟังรู้เรื่องขนาดนี้เลยเหรอ”

“ครับบอส หลังจากที่ถูกมาดามตามตัววันละหลายหน ผมคิดว่าตัวเองเก่งขึ้นเยอะ”

“อย่าพูดถึงแม่ฉัน” 

เลฟห้ามในทันทีที่ได้ยินฟีโอดอร์เอ่ยถึง มาดามวาเลนติน่า ผู้เป็นมารดา เป็นเรื่องปกติที่แม่กับลูกไม่ค่อยถูกคอกันนักโดยเฉพาะแม่ที่ดันมีลูกอย่างเขา เขาพยายามแล้วนะในการสานต่อธุรกิจของผู้เป็นตา เขาอยากจะทำให้มันขาวสะอาดพอๆ กับปุยหิมะนอกหน้าต่างนั่นแหละ แต่ของแบบนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไปสิ จริงไหมล่ะ

“จะแวะไปหาไหมครับ”

“ไม่ มาดามของนายคงไม่อยากเจอฉันหรอก เตรียมรถ ฉันจะไปคลับ”

ฟีโอดอร์พลิกดูนาฬิกาที่ข้อมือ 

“เช้าเกินไปที่จะไปคลับ”

“งั้นฉันควรขึ้นไปบนห้องแล้วจัดการกระต่ายน้อยของอเล็กเซย์ดีไหม”

“จะเตรียมรถให้เดี๋ยวนี้ครับบอส”

เสียงรถแล่นออกไปจากหน้าคฤหาสน์ ณัชรินทร์วิ่งไปดูที่หน้าต่าง หวังว่านั่นจะเป็นรถของเลฟ เธอไม่สนหรอกว่าเขาจะไปไหน เพราะสิ่งเดียวที่เธอสนตอนนี้คือทำอย่างไรถึงจะออกไปจากที่นี่ได้ เธอไม่อยากสังเวยความสาวให้ปีศาจตัวซีดนั่นหรอกนะ 

ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างขุ่นเคือง ทำไมฝาแฝดถึงได้นิสัยต่างกันสุดขั้วขนาดนี้

“พอรู้ว่าเรายังเวอร์จิ้นนี่ระริกระรี้จะพาเราขึ้นเตียง แหม...ฝันไปเถอะ! เงาขาฉันก็ไม่มีวันได้เห็นหรอก ไอ้บ้าเลฟ! มาเฟียจอมหื่น!!”

ปัง! ปัง! ปัง!

ฟิ้ว!!!

ไม้กอล์ฟราคาแพงถูกเหวี่ยงทิ้ง มันตกอยู่ข้างเตียงด้วยความโมโห เธอพยายามแล้วในการทำลายระบบล็อกประตูอัตโนมัติ แต่ไม่สำเร็จ เธอกดรหัสบนแป้นสี่เหลี่ยมผิดไปหลายรอบ และพอหลายรอบเข้า เธอก็ไม่สามารถกดปุ่มนั่นได้อีก จากที่เคยเห็นมา ประตูแบบนี้สามารถเปิดได้จากข้างในนะ แต่คงมิใช่ประตูของอีตานี่ เพราะเธอเปิดมันไม่ได้!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป