บทที่ 8 EP 2/2 ผู้หญิงของมาเฟีย
“ผมพยายามคัดค้านแล้วในเรื่องนี้ แต่ไม่สำเร็จ ผมไม่ค่อยชอบเรื่องงานของเขาหรืองานของครอบครัว แต่ผมชอบเงิน เงินเยอะๆ แม่ผมก็ชอบแบบนั้น และเราไม่มีสิทธิ์ออกเสียงมากนักในเมื่อเราไม่ได้เป็นคนหาเงิน ผมกับเขาแตกต่างกันมากนะ แม้ว่าหน้าตาจะเหมือนกันก็ตาม”
“ฉันรู้ค่ะ คนที่ซ่อนปืนไว้ใต้หมอนน่ะ ไม่ใช่คนดีนักหรอก”
“งั้นผมก็เป็นคนดีสิ อ้อ...รู้หรือยังว่าผมไม่ใช้ปืน”
“หมายถึง?”
“ผมยิงปืนไม่เป็น และมันน่าทึ่งมากที่คุณยิงปืนเก่งกว่าผมที่เป็นผู้ชายเสียอีก”
“ฉันแค่พอยิงได้น่ะ เคยยิงมาบ้างสมัยเรียน”
“ดีแล้ว อย่างน้อยถ้ามีปืนสักกระบอก คุณคงอยู่บนเกาะได้สบายใจมากขึ้น เอาละนะ เราไปอาณาจักรของคุณนายมาติเนซกันเถอะ”
ณัชรินทร์ยอมตามไปแต่โดยดี นาทีนี้ให้อยู่ที่ไหนก็ได้ ขออย่างเดียว อย่าต้องให้ร่วมห้องกับเลฟเป็นพอ
...........
การตกแต่งแบบคลาสสิกปรากฏอยู่ทั่วทุกมุมของบ้าน และพอเข้ามายืนอยู่ภายในจึงได้รู้ว่ามันหลังใหญ่มิใช่น้อย ผนังด้านหน้าเป็นกระจกใสบานใหญ่ยาวไปจนสุดห้องโถง ประดับด้วยผ้าม่านสีทองสลับแดง โซฟาบุนวมหรูหราตั้งวางอยู่กลางห้อง เจ้าบ้านที่เป็นสตรีมากวัยนั่งจิบชาอุ่นๆ อยู่ตรงนั้น กลิ่นชากุหลาบหอมฟุ้งจนณัชรินทร์เผลอสูดเข้าไปเต็มปอด
“อเล็กเซย์! นั่นลูกหรือจ๊ะ”
ภาษาไทยที่คุณนายมาติเนซใช้ ทำให้ณัชรินทร์โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
“แน่นอนครับ ผมเอง อเล็กเซย์”
รอยยิ้มของสตรีวัยกลางคนระบายเต็มวงหน้า นางโผเข้ากอดลูกชาย ในขณะที่ณัชรินทร์มองตาค้าง คุณนายมาติเนซเป็นสตรีที่งดงามมาก แม้ว่าจะอายุมากแล้วก็ตาม
“มีของมาฝากแม่ด้วย เธอมาจากบ้านคุณยาย”
“โอ๊ะโอ...มาจากเมืองไทยเหรอ”
“ครับ” เขาบอกมารดาพร้อมรอยยิ้ม ดึงแขนณัชรินทร์เข้ามาใกล้
หญิงสาวรีบยกมือไหว้ รู้สึกเกร็งไม่น้อยกับสายตาของสตรีตรงหน้า
“ว้าว...เธอเป็นของขวัญใช่ไหม” ถามลูกชายแต่อีกฝ่ายเอาแต่ยิ้ม
ณัชรินทร์มองคนทั้งสองตาปริบๆ เธอเป็นคนนะ เธอไม่ใช่ของขวัญ
“ฝากไว้สักสองสามวันได้ไหม ถ้าเลฟมาตามหา ช่วยบอกว่าเธอไม่อยู่นี่”
“โอ...อย่างนั้นหรือจ๊ะ แม่ช่วยลูกได้เสมอ แลกกับการที่ลูกต้องมากินมื้อเย็นกับแม่ทุกวันจนกว่าเธอจะกลับไป ดีไหม”
อเล็กเซย์ทำหน้าประหลาด “ผมไม่ชอบอาหารไทย มันเผ็ด”
วาเลนติน่าทำหน้าเง้า หากเป็นเลฟคงได้ตอบกลับรับคำอย่างไว เพราะแม้ว่าจะไม่ชอบเสวนากับมารดาอย่างนาง แต่ไม่มีทางปฏิเสธอาหารไทยที่ถูกปากนักหนา
“เราสองคนไม่ได้ร่วมโต๊ะดินเนอร์กันสักพักแล้วนะอเล็กเซย์”
“ครับ เอาเป็นว่าถ้าว่างแล้วผมจะมาแล้วกัน ตอนนี้รบกวนช่วยดูแลเธอ ตอนที่ผมออกไปข้างนอกจะได้ไหม”
“ข้างนอกอีกแล้วเหรอ บ้านมันร้อนหรือไงอเล็กเซย์ อยู่นี่ให้แม่นั่งมองลูกทั้งวันจะเป็นไร”
อเล็กเซย์ยิ้มแหยๆ เริ่มคิดหาทางออก
“เอ่อ...ผมควรแวะไปที่คลับสักนิด ดูเหมือนว่าลูกค้ารายใหญ่ของเราจะมีปัญหา”
“พวกที่มาจากมอสโกเหรอ” นางหมายถึงมาเฟียเจ้าถิ่นที่มักแวะเวียนมาที่เกาะเพื่อเล่นพนันและนัดแนะกันซื้อขายอาวุธ นางไม่ชอบเลยที่บิดาผู้ตายจากไป สร้างคลับเก่าแก่นั้นไว้เพื่อเป็นศูนย์กลางความโสมมทั้งหลาย แต่จะขัดก็ไม่ได้เพราะคลับทำเงินให้ครอบครัวนางมากมายเหลือเกิน
ฉากหน้าคือคลับหรูศูนย์รวมแห่งอบายมุข แต่ฉากหลังคือสถานที่อย่างเป็นทางการสำหรับพวกมาเฟียผู้มีอิทธิพล พวกเขาจะมาที่นี่ หาความสำราญและทำธุรกิจไปพร้อมกัน เลฟขายทุกอย่าง ตั้งแต่เพชรเม็ดจ้อยกระทั่งสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิง
“ครับ มีบางอย่างที่มีมูลค่าถูกขโมยไปจากกระเป๋าของลูกค้าที่คลับ”
“หวังว่าเราจะไม่ใช่ฝ่ายที่ต้องชดใช้”
“ผมก็หวังว่าอย่างนั้น อ่า...ผมต้องไปแล้วจริงๆ และถ้าเลฟมาตามหาเธอละก็ ช่วยซ่อนเธอไว้ให้มิดด้วย”
“แน่นอนจ้ะลูกรัก แล้วรีบกลับมานะ”
วาเลนติน่าอ้าแขนให้ลูกกอดเพื่อร่ำลา พออเล็กเซย์จากไป นางก็ได้หันมาหากระต่ายน้อยจากเมืองไทย
“เอาละนะสาวน้อย เรามาทำอะไรสนุกๆ กันดีกว่า”
แล้วรอยยิ้มยินดีก็ปรากฏที่มุมปากของวาเลนติน่า ณัชรินทร์เผลอกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ก่อนที่สาวใช้สามนางจะมายืนขนาบข้างเธอแล้วกึ่งลากกึ่งจูงให้เธอเดินตามเจ้าบ้านไป เธออยากรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเอง และไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เธอก็ได้รู้ หน้าที่ของของขวัญน่ะ ไม่ต่างจากตุ๊กตาดีๆ นี่เอง
แล้วตลอดทั้งวัน ณัชรินทร์ก็ถูกนางวาเลนติน่าแปลงร่างให้กลายเป็นตุ๊กตาของนาง เสื้อผ้าในตู้ที่เรียงกันเป็นตับถูกดึงจากไม้แขวนให้แม่สาวจากเมืองไทยได้ลองสวมใส่ สวมชุดนั้น ถอดชุดนี้ ลองเสื้อผ้าสตรีไปหลายสิบชุด ยังมีช่างแต่งหน้าช่างทำผมที่จัดหามาให้อีก แค่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ต้องแต่งหน้าทำผมก็ได้มั้ง แต่ก็นั่นแหละ...คุณนายวาเลนติน่า ไม่เข้าใจ!
...........
ใกล้เที่ยงวัน ท้องไส้ของณัชรินทร์เริ่มร้องครวญคราง ทั้งหิว ทั้งเหม็นกลิ่นสเปรย์ฉีดผมของช่าง เธอถูกจับแปลงโฉมเสียจนไม่เป็นตัวเอง ผู้หญิงในกระจกเงาช่างดูสง่างามและควรค่าแก่การเป็นคู่ควง ดวงตาเธอดูสวยคมและกลมโตขึ้น ปากนิดจมูกหน่อย ยิ่งถูกเครื่องสำอางราคาแพงแต้มแต่งบนใบหน้า ความงดงามของเธอก็ยิ่งถูกขับออกมาจนแม้แต่ตัวเองยังตื่นตะลึง
