บทที่ 9 EP 2/3 ผู้หญิงของมาเฟีย

“โอ...ช่างแต่งหน้าของฉันเก่งขนาดนี้เชียวรึ” วาเลนติน่าหันไปยิ้มให้กับช่างหน้าช่างผม ก่อนจะไล่ทุกคนออกไปจากห้อง กระต่ายน้อยผิวเหลืองนวล พอจับแต่งเนื้อแต่งตัวเข้าหน่อยก็ใช้ได้ทีเดียว

“นะ...นั่น นั่นหนูหรือคะ”

“แน่นอนจ้ะสาวน้อย”

“เอ่อ...คุณไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ หนูมารบกวนแท้ๆ ให้หนูใส่ชุดสาวใช้ก็ยังได้”

“โอ...ไม่ได้หรอกจ้ะคนสวย คนที่ได้ขึ้นเตียงเลฟน่ะ จะให้ไปใส่ชุดสาวใช้ได้ยังไง เอาละนะ พอแต่งเนื้อแต่งตัวเสร็จแล้วน่าอวดเสียจริง ไปเถอะ ไปเปิดหูเปิดตากันดีกว่า”

“คะ? ไปไหนคะ”

วาเลนติน่ายิ้มเย็น ก่อนจะเรียกหาผู้ช่วยของนาง แล้วไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เธอก็ถูกลากไปเหมือนตุ๊กตาตัวน้อยที่เจ้าของจะอุ้มไปไหนก็ได้ตามแต่ใจปรารถนา 

เหมือนฝันที่เธอได้แต่งตัวสวย และนั่งรถคันโก้ วาเลนติน่าพาเธอเข้ามาที่ห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากคลับของตระกูลมากนัก พวกเธอเดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ มีบอดี้การ์ดตามหลังเป็นพรวน บ้างช่วยหิ้วข้าวของ ที่เป็นพวกกระเป๋าเสื้อผ้ารองเท้า ตามหลังมา บอกแล้วว่าเหมือนฝัน เธออยากได้อะไร วาเลนติน่าก็ชี้นิ้วสั่งเพื่อซื้อให้เธอ แต่เชื่อไหม ต่อให้มีของดีๆ ใส่ มีความสะดวกสะบายที่เธอไม่อาจหาได้ในชีวิตนี้ แต่จนแล้วจนรอด เธอก็ไม่มีความสุขอยู่ดี เธออยากกลับบ้าน อยากกลับเมืองไทยจริงๆ

วาเลนติน่าเจอเข้ากับคนรู้จักที่ร้านขายเพชรร้านหนึ่ง เธอปลีกตัวออกมารอนอกร้าน อเล็กเซย์พอรู้ว่าพวกเธออยู่ที่ห้างใกล้ๆ ก็แวะมาหา น่าดีใจที่เธอยังไม่เจอเลฟเลยตลอดวันนี้ และภาวนาว่าอย่าให้ได้เจอ

“ไม่สนุกเหรอ”

“เปล่า คือ...ฉันไม่ค่อยชินเท่าไหร่” เธอก้มมองรองเท้าคู่สวยที่ราคาคงสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ ให้เธอได้สักสิบรอบ 

“แม่ไม่ค่อยมีเพื่อนน่ะ”

เธอมองเข้าไปในร้านเพชรก็เห็นวาเลนติน่ากำลังจ้อเจรจากับเพื่อนวัยเดียวกับนางอย่างออกรส ไม่เห็นจะเหมือนที่อเล็กเซย์พูดเลย

“ถ้าไม่มีเงินคงไม่มีใครก้มหัวให้เรา ไม่มีความจริงใจในรอยยิ้มพวกนั้น ดูไม่ออกเหรอ” เขาย้อนถาม 

ณัชรินทร์มองดูอีกที ความเหน็บหนาวในฤดูแห่งหิมะยังไม่หนาวเท่ารอยยิ้มที่ปั้นแต่งของสตรีเหล่านั้น

“เธอไม่เหมือนพวกเขา...ชาช่า”

“ค่ะ ฉันเป็นแค่นักท่องเที่ยวดวงตก ในขณะที่คนพวกนั้นเป็นคนที่มีพร้อมทุกอย่าง”

“ผมหมายถึงรอยยิ้มน่ะ รอยยิ้มคุณดูจริงใจ และหาไม่ได้ที่นี่”

“นั่นทำให้คุณยอมช่วยฉันเหรอ”

เขายักไหล่เมื่อถูกถาม 

“บางครั้งโชคชะตาก็อยากให้เราเป็นคนดี ผมช่วยคุณเพราะคุณดูน่าสงสาร บนเกาะนี้ไม่มีใครไปเดินย่ำหิมะเล่นตอนดึกดื่นอย่างที่คุณทำ”

“มันหนาวใช่ไหมล่ะ”

“เปล่า...มันอันตราย ถ้าเป็นผู้ชายคุณอาจโดนปล้น ถ้าเป็นผู้หญิงคุณอาจถูกฉุดไปข่มขืน ก่อนที่เขาจะเอาคุณไปขาย”

“ขายให้พี่ชายคุณ?”

อเล็กเซย์ทำหน้าขออภัย 

“ผู้หญิงยังทำเงินให้เลฟได้มาก โดยเฉพาะผู้หญิงเอเชียที่ยังสดใหม่แบบคุณ”

ณัชรินทร์ไม่ได้นึกภูมิใจในข้อนี้เลย คงดีกว่าถ้าเธอเกิดเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง

หนุ่มสาวยังคุยกันอย่างสบายๆ ไม่ได้รู้เลยว่าถูกแอบถ่ายจากกล้องโทรศัพท์ของใครบางคน และแน่นอนว่าไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า มันจะกลายเป็นข่าวครึกโครม

...........

ณัชรินทร์ทิ้งกายลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า เธอถูกมาดามวาเลนติน่าใช้งานจนล้าไปหมด จำไม่ได้ว่าตั้งแต่กลับมาจากข้างนอก เธอเปลี่ยนชุดไปกี่ชุดแล้ว เธอไม่ใช่ตุ๊กตานะ แต่ดูเหมือนว่าวาเลนติน่าจะไม่เข้าใจ

ประตูตู้เสื้อผ้าเปิดอยู่ มองเข้าไปยังเห็นเสื้อโคทที่พาขวัญยกให้ เธอมองมันราวกับมองลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง ป่านนี้พวกเขาจะเป็นยังไงบ้างนะ คงจะอยู่ดีมีสุขกระมัง

เปลือกตาบางปิดลงเสีย ไม่อยากคิดถึงเรื่องใดให้เหนื่อยใจ เธอนอนนิ่งๆ ปล่อยสมองให้ว่างเปล่าสักพัก กระทั่งสาวใช้มาบอกว่าได้เวลาอาหารค่ำจึงได้ย้ายร่างลงจากเตียงนอน

...........

บนโต๊ะตัวยาวมีอาหารมากหน้าหลายตา วาเลนติน่านั่งยิ้มอยู่หัวโต๊ะ อันที่จริงนางก็ไม่ได้น่ากลัวนะ แรกๆ อาจจะดูอึดอัดสักหน่อย แต่อย่างน้อยภาษาไทยที่ได้ใช้คุยกันก็ทำให้ทุกอย่างราบรื่นมากขึ้น

“ดีที่สุดที่ฉันมี สำหรับแขกของอเล็กเซย์” 

นางผายมือใส่อาหารที่อยู่ในถ้วยจานราคาแพง

“มันยอดเยี่ยมมากค่ะ คุณให้เกียรติหนูเกินไปด้วยซ้ำ หนูเป็นตัวภาระเสียมากกว่า” บอกเจ้าบ้านอย่างเกรงใจ แต่กวาดตามองอาหารบนโต๊ะ มันมากมายเสียจนบางจานแม้เอื้อมสุดแขนก็ยังตักไม่ถึง 

“กินได้ไหม ฉันให้เชฟทำอย่างสุดฝีมือเลย แม้อากาศจะเลวร้ายไปหน่อย แต่อยู่ที่นี่ไม่อดตายแน่นอน” วาเลนติน่ากล่าวอย่างภาคภูมิ

ณัชรินทร์ยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วเริ่มจัดการอาหารในจาน มีอาหารหลายสิบอย่าง และแน่นอนว่าส่วนใหญ่เธอไม่รู้จักชื่อของมัน เธอกินไปเรื่อยๆ ในขณะที่วาเลนติน่า ช่วยขยับจานโน้นสลับจานนี้ให้เธอได้ลองชิม 

“คงจะ...เหงามากใช่ไหมคะ”

“ว่าไงนะ?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป