บทที่ 1 จุดเริ่มต้น
คฤหาสน์ตระกูลเพทายตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองหลวง บ่งบอกถึงฐานะและความมั่งคั่งของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ป้อมเพชร ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล เติบโตมาบนกองเงินกองทองพร้อมกับหน้าตาที่หล่อเหลาราวกับนายแบบ เขาเป็นที่หมายปองของสาว ๆ ในแวดวงสังคมไฮโซ ภาพลักษณ์ภายนอกของเขาคือเพลย์บอยตัวพ่อ ผู้ชายที่เปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้า และมักจะคุยโวเรื่องความเก่งกาจบนเตียงกับกลุ่มเพื่อนอยู่เสมอ แต่ความจริงแล้วสิ่งที่ทุกคนเห็นเป็นเพียงภาพลวงตา ป้อมเพชรไม่ใช่เสือผู้หญิง เขาเป็นแค่เสือจอมปลอมที่สร้างเกราะป้องกันตัวเองขึ้นมาเพื่อไม่ให้ใครเห็นความอ่อนแอ ความลับที่เขาปกปิดสุดชีวิตคือ เขาไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องเพศกับผู้หญิงเลยแม้แต่คนเดียว เรื่องมันเริ่มขึ้นสมัยที่เขายังเป็นวัยรุ่น คืนนั้นเขากำลังจะมีความสัมพันธ์กับฟารีดา แฟนคนแรก แต่เมื่อถึงจังหวะสำคัญ จู่ ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็ลุกหนีไปดื้อ ๆ พร้อมกับทิ้งคำพูดแทงใจดำไว้ ทิ้งให้เขาเคว้งคว้างและสูญเสียความมั่นใจอย่างรุนแรงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความล้มเหลวครั้งนั้นกลายเป็นแผลในใจที่ทำให้เขาไม่กล้าเริ่มต้นใหม่กับใครอีก เขาหวาดกลัวความผิดหวังและกลัวการถูกเยาะเย้ย ป้อมเพชรจึงเลือกใช้วิธีสร้างภาพลักษณ์คาสโนว่าขึ้นมาบังหน้า เวลาไปเที่ยวกับเพื่อน เขามักจะอาสาไปส่งผู้หญิงสวย ๆ ที่คอนโด แต่พอขับรถไปถึง เขาก็แค่จอดให้พวกเธอลงแล้วขับรถกลับบ้านไปนอนดูทีวีคนเดียว จากนั้นรุ่งเช้าเขาก็จะแต่งเรื่องเล่าฉากรักอันเร่าร้อนให้เพื่อนฟังเป็นฉาก ๆ จนทุกคนเชื่อสนิทใจ ในขณะที่ป้อมเพชรใช้ชีวิตอยู่บนความจอมปลอม ภายในรั้วคฤหาสน์เดียวกันยังมีเด็กสาวอีกคนที่เติบโตมาพร้อมกับเขา ชาริสา เป็นลูกสาวของแม่ปารินี หัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่ที่ทำงานรับใช้ตระกูลเพทายมานานหลายสิบปี หญิงสาวตอนนี้ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย แต่ก็อยู่ปีสุดท้ายและใกล้จะเรียนจบเต็มทีแล้ว หน้าตาน่ารัก อ่อนโยน และมีความอดทนสูง เธอเป็นเหมือนเงาที่คอยดูแลความเรียบร้อยให้ป้อมเพชรอยู่ห่าง ๆ ชาริสาแอบรักป้อมเพชรมาตั้งแต่เด็ก เธอรู้ใจเขาทุกอย่าง รู้ว่าเขาชอบดื่มกาแฟรสชาติไหน ไม่ชอบกินผักอะไร หรือแม้แต่ตอนที่เขาอารมณ์เสีย เธอรู้เสมอว่าต้องรับมือแบบไหน แต่ถึงจะรู้สึกดีด้วยแค่ไหน เธอก็เจียมตัวอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นแค่ลูกคนรับใช้ สถานะของเธอและเขาแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เธอจึงเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้มิดชิด ยอมทำตามคำสั่งเขาทุกอย่างโดยไม่เคยปริปากบ่น เพราะคิดว่านั่นคือสิ่งเดียวที่เธอสามารถทำให้คนที่เธอรักได้ แม้จะต้องตื่นแต่เช้ามาจัดการเรื่องอาหารการกินให้เขา แล้วรีบออกไปเรียนมหาวิทยาลัยให้ทัน ชาริสาก็ไม่เคยแสดงความเหน็ดเหนื่อยให้เห็น เธอตั้งใจเรียนเพื่อให้ตัวเองมีอนาคตที่ดี ในขณะเดียวกันก็ไม่เคยบกพร่องต่อหน้าที่ในบ้าน ป้อมเพชรเองก็มองชาริสาเป็นเพียงคนในบ้าน เขาคุ้นเคยกับการมีเธอคอยรับใช้จนมองข้ามความสวยงามและความเป็นผู้หญิงของเธอไป เขาสามารถเดินถอดเสื้อต่อหน้าเธอได้โดยไม่รู้สึกเขินอาย และมักจะใช้งานเธอสารพัดโดยไม่เคยสังเกตเลยว่าแววตาของเด็กสาวที่มองเขานั้นมีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ ช่วงค่ำวันศุกร์ที่คลับหรูใจกลางทองหล่อ โซนวีไอพีถูกจองไว้สำหรับแก๊งลูกคุณหนูโดยเฉพาะ เสียงเพลงบีทหนัก ๆ ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่ดังพอที่จะกลบเสียงพูดคุยของกลุ่มเพื่อนสนิทได้ บนโต๊ะเต็มไปด้วยเครื่องดื่มราคาแพงและสาวสวยหน้าตาดียืนประกบอยู่ไม่ห่าง
"เมื่อคืนกูเห็นมึงควงน้องนางแบบหน้าลูกครึ่งออกจากผับไปนี่หว่า เป็นไงวะไอ้เพชร เด็ดไหม" เสน่ห์ เพื่อนจอมชงประจำกลุ่มเอ่ยถามพลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ ป้อมเพชรหัวเราะในลำคอ แสร้งทำหน้าตากรุ้มกริ่มเพื่อรักษาฟอร์มตามความเคยชิน เขาเอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทางสบาย ๆ ปล่อยให้ผู้หญิงข้างกายรินเหล้าให้
"ระดับกูแล้วมึงคิดว่าไงล่ะ ก็ต้องเด็ดอยู่แล้วสิวะ ร้องเสียงหลงทั้งคืนจนกูแทบไม่ได้นอนเลยเนี่ย ถุงยางกูหมดไปเป็นกล่อง"
"โห ไอ้เสือตัวพ่อ เอะอะก็พาขึ้นเตียงตลอด มึงระวังจะสับรางไม่ทันนะเว้ย ระวังผู้หญิงมันจะมาตบกันแย่งมึงเข้าสักวัน" เปรม พูดเสริมขึ้นมาพร้อมกับส่ายหัวอย่างหมั่นไส้
"กูจัดการได้น่า ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่น้ำจิ้ม กูไม่ได้จริงจังอะไรหรอก พอเบื่อกูก็แยกย้าย ไม่เห็นมีอะไรยาก" ป้อมเพชรตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แต่ลึก ๆ ในใจเขากำลังเหงื่อตก เพราะความจริงเมื่อคืนเขาแค่ขับรถไปส่งผู้หญิงคนนั้นที่หน้าคอนโด แล้วก็รีบชิ่งเหยียบคันเร่งกลับมานอนเล่นเกมที่บ้านต่างหาก
"เออ จะว่าไป มึงอย่ามัวแต่เพลินกับสาว ๆ ในสต๊อกจนลืมเรื่องสำคัญของพวกเราซะล่ะ" อยุธ ที่นั่งเงียบอยู่นานพูดโพล่งขึ้นมากลางวง เขาโบกมือไล่ผู้หญิงที่นั่งประกบอยู่ออกไปเพื่อคุยเรื่องส่วนตัว
"เรื่องอะไรวะ" ป้อมเพชรเลิกคิ้วถาม
"ก็เรื่องทริปล่องเรือสำราญไงพวกมึง กูจัดการจองตั๋ววีไอพีทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะเว้ย เดินทางมะรืนนี้แล้ว ไปกันยาว ๆ หนึ่งเดือนเต็ม รับรองว่าทริปนี้สุดเหวี่ยงแน่นอน" สิงหา คนต้นคิดโปรเจกต์ใหญ่ประกาศด้วยความตื่นเต้น
"หนึ่งเดือนเลยเหรอวะ กะจะไปอยู่กินบนเรือจนลืมทางกลับบ้านเลยหรือไง" เสน่ห์ถามติดตลก
"เออดิ นาน ๆ ทีพวกเราจะว่างตรงกันทั้งกลุ่ม ไปเปิดหูเปิดตารับลมทะเลบ้างจะเป็นไรไป แต่กูมีกฎเหล็กข้อหนึ่งสำหรับทริปนี้นะเว้ย" สิงหาทำเสียงจริงจังขึ้นมาจนทุกคนต้องหันไปมองหน้ากัน คนอย่างสิงหาจะไปมีกฎเหล็กอะไร
