บทที่ 3 เตรียมตัว

คะ…ไปเรือสำราญ มะรืนนี้เหรอคะ พี่เพชรหมายความว่ายังไง ชาไปไม่ได้หรอกค่ะ ชายังเรียนไม่จบเลยนะคะ ช่วงนี้ต้องเตรียมตัวทำเรื่องจบด้วย" "เธอก็ใกล้จะจบแล้วไม่ใช่หรือไง งานก็ส่งไปเกือบหมดแล้ว ฉันรู้" เขาสวนกลับทันควัน 

"ฉันต้องการให้เธอไปเป็นไม้กันหมาให้ฉัน ไอ้พวกเพื่อนเวรมันตั้งกฎว่าทริปนี้ต้องพาสาวไปด้วย ฉันรำคาญพวกผู้หญิงข้างนอก ขี้เกียจคอยเอาใจ เลยจะพาเธอไปแทน" 

"แต่ว่าเพื่อนพี่เพชรจะสงสัยนะคะ ชาเป็นแค่คนรับใช้ ไม่ได้คู่ควรที่จะไปเดินควงกับพี่เพชรเลย" 

"ก็อย่าทำตัวให้เหมือนคนรับใช้สิ" เพชรตัดบทเสียงแข็ง 

"ทำตัวเป็นแฟนฉันแค่เดือนเดียว ถือซะว่าเป็นงาน ฉันจ้างเธอก็ได้ อยากได้เท่าไหร่ก็ว่ามา จะเอาเงินไปทำทุนตอนเรียนจบก็ได้นี่" คำว่างานและแฟนกำมะลอทำให้ชาริสารู้สึกจุกในอก เธอแอบรักเขามาตลอด รักมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่ในสายตาเขา เธอเป็นแค่คนรับใช้ที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ เป็นแค่ไม้กันหมาเอาไว้หนีความรำคาญ 

"ชาไม่อยากได้เงินหรอกค่ะ แต่ชากลัวทำพี่เพชรเสียหน้าจริง ๆ" เธอพยายามหาเหตุผลมาแย้ง หวังลึก ๆ ให้เขาเปลี่ยนใจ แม้ว่าอีกใจจะอยากไปกับเขาก็ตาม 

"บอกให้ไปก็ต้องไป พรุ่งนี้ฉันจะพาไปซื้อพวกเสื้อผ้า เครื่องสำอาง เธอต้องมีชุดพวกนี้ไว้ใส่ตบตาเพื่อนฉัน คืนนี้ก็รีบเคลียร์ธุระตัวเองให้เสร็จซะ" ชาริสาไม่มีทางเลือก หญิงสาวจำใจรับคำสั่ง ในหัวสับสนวุ่นวายไปหมด การได้อยู่ใกล้ชิดเขาสองต่อสองในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งเป็นสิ่งที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด แต่การต้องไปในฐานะตัวหลอกมันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน วันรุ่งขึ้น เพชรลากชาริสามาที่ห้างสรรพสินค้าหรูหราใจกลางเมือง เขาเดินนำหน้าเธอเข้าไปในช็อปแบรนด์เนมต่าง ๆ ท่ามกลางสายตาของพนักงานที่มองมายังการแต่งตัวธรรมดาของเธอ เขาหยิบชุดเดรสสีสวย รองเท้าส้นสูง และกระเป๋าใบหรูมาทาบกับตัวเธออย่างเอาแต่ใจโดยไม่ถามความเห็นเธอสักคำ 

"พี่เพชรคะ ชุดพวกนี้มันแพงเกินไป ชาใส่ชุดธรรมดาก็ได้ค่ะ แค่แต่งตัวให้เรียบร้อยก็พอแล้ว" เธอพยายามท้วงเมื่อเห็นป้ายราคาบนชุดเดรสตัวหนึ่ง มันแพงจนเธอรู้สึกใจหาย 

"ใส่ชุดธรรมดาไปให้พวกไอ้เสน่ห์มันจับได้หรือไงว่าฉันเอาลูกคนใช้มาสวมรอยเป็นแฟน" เขาหันมาดุเสียงเข้ม 

"ไปกับฉันก็ต้องดูดีหน่อย อยู่เฉย ๆ แล้วก็ไปลองชุดซะ อย่าเรื่องมาก ฉันขี้เกียจปวดหัว" ประโยคนั้นตอกย้ำสถานะของเธอได้อย่างดี ชาริสาเม้มปากแน่น ยอมเดินเข้าห้องลองชุดแต่โดยดี เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ตุ๊กตาที่เขากำลังจับแต่งตัวเพื่อเอาไปอวดเพื่อน ไม่ได้มีความหมายอะไรไปมากกว่านั้น เขาจัดการรูดบัตรเครดิตจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพาเธอไปที่โซนชุดว่ายน้ำ ชาริสาหน้าแดงก่ำเมื่อเขาเลือกชุดว่ายน้ำทูพีซตัวจิ๋วสีสดใสมาให้เธอ 

"ชาไม่ใส่แบบนี้นะคะ มันโป๊เกินไป" เธอส่ายหน้าปฏิเสธทันที มือเรียวดันชุดว่ายน้ำตัวนั้นกลับไปให้เขา 

"ใครจะให้เธอใส่เดินร่อนไปทั่วล่ะ แค่เอาไว้ใส่ตอนอยู่สระว่ายน้ำกับพวกเพื่อนฉันก็พอ บนเรือเขาก็ใส่กันแบบนี้ทั้งนั้น" เพชรยัดชุดว่ายน้ำใส่มือเธอ

"รับ ๆ ไปเถอะ พรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางแล้ว รีบซื้อรีบกลับ" เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ ข้าวของถุงใหญ่ถูกวางกองไว้บนโต๊ะกลางห้องนั่งเล่น เป็นจังหวะเดียวกับที่คุณหญิงภารดาเดินลงมาจากชั้นบนพอดี หญิงวัยกลางคนปรายตามองถุงแบรนด์เนมมากมายแล้วหันไปมองหน้าลูกชายสลับกับชาริสาที่ยืนก้มหน้าซ่อนความอึดอัด 

"นี่มันอะไรกันเพชร พาชาริสาไปซื้อของพวกนี้ทำไม" น้ำเสียงของคุณหญิงภารดาเต็มไปด้วยความสงสัย เพชรทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาด้วยท่าทางเกียจคร้าน 

"ผมจะพาชาริสาไปล่องเรือสำราญด้วยมะรืนนี้ครับแม่ พวกเพื่อนมันบังคับให้พาสาวไป ผมรำคาญพวกผู้หญิงข้างนอก เลยจะพาชาริสาไปกันท่าพวกนั้น" 

"ล่องเรือสำราญตั้งหนึ่งเดือนเนี่ยนะ" คุณหญิงแม่ขมวดคิ้ว 

"แล้วน้องไม่ต้องไปเรียนหรือไง จะลากน้องไปตกระกำลำบากทำไม" 

"ชาเคลียร์งานที่มหาวิทยาลัยเกือบหมดแล้วค่ะคุณผู้หญิง เหลือแค่กลับมาทำเรื่องจบให้เรียบร้อยค่ะ" ชาริสารีบตอบเพื่อไม่ให้เขาโดนดุไปมากกว่านี้ เธอไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายก่อนออกเดินทาง คุณหญิงภารดามองเด็กสาวที่เธอรักและเอ็นดูเหมือนลูกด้วยความหนักใจ เธอรู้ดีว่าลูกชายของเธอเป็นคนยังไง แม้ปากจะบอกว่าพาน้องไปกันท่า แต่คนหนุ่มสาวไปอยู่ด้วยกันไกลหูไกลตา มันย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดเรื่องไม่งามขึ้น 

"ก็ดี ไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดีเหมือนกัน น้องเรียนหนักมาตลอด" คุณหญิงแม่พยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะหันไปจ้องหน้าเพชรด้วยแววตาดุดัน 

"แต่ฉันขอเตือนแกไว้อย่างนะเพชร แกพาน้องไปเป็นไม้กันหมาก็จริง แต่อย่าริอ่านทำเรื่องบัดสีกับน้องเด็ดขาด ชาริสาไม่ใช่ผู้หญิงของเล่นของแก ถ้าแกรังแกน้อง ฉันเอาแกตายแน่" 

หัวใจของชาริสากระตุกวูบ เธอเผลอกำมือแน่นรอฟังคำตอบของเขา หวังลึก ๆ ว่าเขาจะมีความรู้สึกลังเลหรือแสดงออกว่าให้เกียรติเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งบ้าง 

"โธ่แม่ ผมไม่มีวันทำแบบนั้นหรอกน่า" เพชรตอบกลับเหมือนเป็นเรื่องตลกไร้สาระ 

"ชาริสาก็แค่ลูกแม่บ้าน ผมโตมาพร้อมกับเธอ เห็นมาตั้งแต่เด็ก มองเป็นเหมือนน้องสาวคนนึง ใครจะไปคิดอกุศลลง แม่สบายใจได้เลย ผมไม่คว้าคนใกล้ตัวมากินให้เสียระบบหรอก"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป