บทที่ 4 ออกเดินทาง

คำว่าลูกแม่บ้านและน้องสาวเหมือนก้อนหินหนัก ๆ ที่หล่นทับลงกลางใจ ชาริสาพยายามฝืนยิ้มบาง ๆ ออกมาเพื่อซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใน ใช่สินะ เธอเป็นแค่ลูกคนรับใช้ เขาไม่มีวันมองเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาสามารถรักได้จริง ๆ เธอเป็นแค่เครื่องมือที่เขาใช้แล้วก็ทิ้งไปเมื่อหมดประโยชน์ ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งนั้น 

"ให้มันจริงอย่างที่ปากพูดเถอะ ถ้าฉันรู้ว่าแกทำอะไรน้อง แกเตรียมตัวเก็บข้าวของออกจากบ้านไปเลย" คุณหญิงภารดาสั่งทิ้งท้ายก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น 

"เดี๋ยวเธอเอาของพวกนี้ไปเก็บซะ พรุ่งนี้ค่อยจัดกระเป๋า วันนี้ไปพักผ่อนได้แล้ว" เพชรหันมาบอกเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเดินขึ้นห้องไป ตกดึกคืนนั้น ชาริสานั่งมองถุงเสื้อผ้ามากมายในห้องพักเล็ก ๆ ของตัวเอง เสื้อผ้าหรูหราที่เขาซื้อให้ยังไม่ได้ถูกนำออกมาแขวน เธอหยิบชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาดู มันสวยงามเกินกว่าที่คนอย่างเธอจะคู่ควร เนื้อผ้าเรียบลื่นสัมผัสกับปลายนิ้วราวกับกำลังเตือนสติว่าเธอไม่ควรคาดหวังอะไรที่สูงเกินตัว เธอเดินไปหยุดยืนหน้ากระจกบานเล็ก ทาบชุดราคาแพงนั้นเข้ากับตัวเองแล้วถอนหายใจ หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแคบ ๆ พลางนึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น มะรืนนี้เธอต้องก้าวเข้าไปอยู่ในโลกของเขา โลกที่เต็มไปด้วยแสงสีและความจอมปลอม โลกที่เธอต้องสวมหน้ากากเป็นคนรักของผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจ ต้องแกล้งทำเป็นว่าเขารักเธอเพื่อตบตาคนอื่น ทั้งที่ความจริงแล้วเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเลยแม้แต่น้อย ชาริสานอนพลิกตัวไปมา ความคิดตีกันวุ่นวายจนนอนไม่หลับ การเดินทางครั้งนี้เหมือนการเดินเข้าใกล้กองไฟ เธอรู้ดีว่ามันอันตราย รู้ดีว่าสุดท้ายคนที่ต้องเจ็บปวดคือตัวเอง แต่ลึก ๆ ในใจกลับปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอแอบยินดีที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับเขา ได้ทำหน้าที่ดูแลเขาอย่างใกล้ชิดในแบบที่เธอไม่เคยมีโอกาสได้ทำ เธอไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจก้าวขึ้นเรือสำราญลำนั้นในอีกสองวันข้างหน้าจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล ชาริสาได้แต่ภาวนาให้ตัวเองเข้มแข็งพอที่จะรับมือกับความใกล้ชิดที่กำลังจะเกิดขึ้น ขอแค่หัวใจของเธอไม่ถลำลึกไปมากกว่านี้ก็พอแล้ว ขอแค่เขาไม่พูดจาทำร้ายจิตใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเธอก็พอใจแล้ว ทว่าความจริงมักโหดร้ายเสมอ และหนึ่งเดือนบนเรือสำราญลำนั้นก็กำลังจะสอนให้เธอรู้ว่า บางครั้งการแอบรักก็ต้องแลกมาด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดที่ไม่มีวันลืม

เช้าวันเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่คิด ชาริสายืนมองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ด้วยความรู้สึกแปลกตา วันนี้เธอไม่ได้สวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ตัวเก่งเหมือนทุก ๆ วัน แต่ถูกแทนที่ด้วยชุดเดรสสีครีมเรียบหรูที่เพชรเป็นคนเลือกให้ ผมยาวประบ่าถูกม้วนลอนอ่อน ๆ แต่งหน้าบางเบาตามที่เขาจ้างช่างมาจัดการให้ตั้งแต่เช้ามืด เธอพรูลมหายใจยาว พยายามปรับสีหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด แม้ข้างในจะตื่นเต้นจนมือเย็นเฉียบไปหมดแล้วก็ตาม รถสปอร์ตคันหรูของเพชรแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าเรือแหลมฉบัง ชาริสามองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นเรือสำราญลำมหึมาจอดเทียบท่าอยู่ ความใหญ่โตของมันทำเอาเธอเผลออ้าปากค้าง ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ ส่วนใหญ่แต่งตัวดูดีมีฐานะ ชาริสากระชับสายกระเป๋าสะพายใบหรูที่เพิ่งได้มาใหม่แน่นขึ้น รู้สึกประหม่าจนก้าวขาแทบไม่ออก 

"มัวนั่งบื้ออะไรอยู่ ลงมาได้แล้ว" เสียงดุของคนขับทำลายความเงียบ เพชรดับเครื่องยนต์แล้วหันมามองเธอ 

"จำที่ตกลงกันไว้ได้ใช่ไหม วันนี้เธอคือแฟนฉัน ทำตัวให้เป็นธรรมชาติ อย่าหลบตา แล้วก็ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง เข้าใจไหม" 

"เข้าใจค่ะ" ชาริสาพยักหน้ารับคำ เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวลงไป เพชรเดินอ้อมมารอรับ เขายื่นแขนมาตรงหน้าเธอเป็นเชิงบังคับให้ควงแขน ชาริสาลังเลเล็กน้อย แต่พอเห็นสายตากดดันของเขาก็ต้องยอมสอดมือเข้าไปคล้องแขนแกร่งนั้นไว้ เดินมาได้ไม่ไกลนัก เสียงโห่แซวก็ดังขึ้น ชาริสามองไปตามเสียง เห็นกลุ่มผู้ชายหน้าตาดีสี่คนยืนรวมกลุ่มกันอยู่ แต่ละคนมีหญิงสาวหุ่นนางแบบแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดประกบอยู่ข้างกาย เธอเดาได้ทันทีว่านี่คือแก๊งเพื่อนของเพชรที่เขาเคยเล่าให้ฟังบ่อย ๆ 

"ไงวะไอ้เสือเพชร นึกว่าจะเบี้ยวซะแล้ว" ผู้ชายร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าสุดเอ่ยทักทาย เขามองเลยเพชรมาหยุดที่ชาริสาอย่างสงสัย 

"เปิดตัวสักทีนะเว้ย แฟนมึงคนนี้หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มไม่เบา ไปแอบซุ่มคบกันตอนไหนวะเนี่ย" 

"นี่ชาริสา" เพชรแนะนำสั้น ๆ เขากระชับแขนที่ชาริสาควงอยู่ให้แน่นขึ้นเหมือนจะแสดงความเป็นเจ้าของ 

"ชา นี่เสน่ห์ เปรม อยุธ แล้วก็สิงหา เพื่อนพี่เอง" 

"สวัสดีค่ะ" ชาริสายกมือไหว้ทักทายทุกคนอย่างนอบน้อมตามความเคยชิน

"แฟนมึงนี่มารยาทงามจังวะ ไหว้ซะพวกกูดูแก่เลย" เปรมหัวเราะร่วน แซวอย่างอารมณ์ดี 

"ไม่ต้องไหว้หรอกครับน้องชา พวกเราเป็นกันเองทั้งนั้น ว่าแต่น้องชาไปหลงกลไอ้เพชรมันได้ยังไงครับเนี่ย หน้าตาอย่างน้องไม่น่ามาลงเอยกับคนกะล่อนแบบมันได้เลยนะ"

ชาริสาอึกอัก เธอไม่รู้จะตอบยังไงให้ดูเป็นธรรมชาติ กำลังจะบอกว่ารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่เพชรก็ตอบขึ้นเสียก่อน 

"กูจีบเก่งไงมึง ถามได้" เพชรพูดแทรกขึ้นมาหน้าตาเฉย 

"กูเจอชาตอนไปนั่งกินกาแฟแถวมหาลัยน้องเขา เห็นหน้าปุ๊บก็ถูกใจเลยตามจีบอยู่นานกว่าน้องเขาจะใจอ่อน ใช่ไหมชา" เขาหันมาส่งสายตากดดันให้เธอ ชาริสาได้แต่ยิ้มแหยและพยักหน้ารับ 

"คะ... ค่ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป