บทที่ 9 ใจเต้น
หญิงสาวสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เธอเดินไปหยิบผ้าห่มผืนบางที่เตรียมไว้มาปูลงบนพื้นพรมข้างเตียง คืนนี้เธอตั้งใจจะนอนพื้น เพราะถ้าให้ขึ้นไปนอนเบียดกับเขาบนเตียงแคบ ๆ แบบนั้น เธอคงหัวใจวายตายก่อนเช้าแน่ ๆ
เสียงน้ำจากฝักบัวเงียบลงไปแล้ว ไม่นานนักประตูก็เปิดออก เพชรเดินออกมาด้วยสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอวสอบ หยดน้ำเกาะพราวตามลาดไหล่และแผงอก ผมสีเข้มเปียกลู่ลู่ลงมาปรกหน้าผาก ชาริสาเผลอมองภาพนั้นค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบก้มหน้ามองพื้นพรมเพื่อซ่อนสายตาตัวเอง
เพชรเดินไปหยิบกางเกงนอนขายาวมาสวมลวก ๆ โดยไม่ใส่เสื้อ เขาเช็ดผมจนหมาดแล้วหันมามองชาริสาที่นั่งขดตัวอยู่บนพื้นข้างเตียง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที
"เธอลงไปนั่งทำอะไรตรงนั้น"
"ชาปูที่นอนค่ะ คืนนี้ชาจะนอนพื้น" เธอตอบโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขา
"นอนพื้นทำไม เตียงก็มีตั้งกว้าง" เขาถามเสียงดุ
"เตียงมันมีแค่นี้ ชาเป็นแค่ลูกจ้าง ชาไม่กล้าขึ้นไปนอนเบียดกับพี่เพชรหรอกค่ะ ชานอนพื้นได้ พี่เพชรนอนบนเตียงไปเถอะค่ะ"
เพชรเดินเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเขาเริ่มแสดงความหงุดหงิด
"เกิดไอ้เสน่ห์หรือไอ้สิงหามันบ้าจี้มาเคาะห้องกลางดึก แล้วเห็นเธอนอนขดอยู่บนพื้นเหมือนหมา พวกมันจะคิดยังไง มันคงคิดว่าฉันโรคจิตทรมานแฟนตัวเองสิ ขึ้นมานอนบนเตียงเดี๋ยวนี้"
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่ ถ้าไม่ลุกขึ้นมาดี ๆ ฉันจะอุ้มเธอโยนขึ้นเตียงเอง เลือกเอา" เขาขู่เสียงแข็ง
ชาริสากัดริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าเขาทำจริงแน่ หญิงสาวจึงจำใจลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มบนเตียงอย่างเชื่องช้า เธอพยายามนอนชิดริมเตียงให้มากที่สุด ร่างกายเกร็งทื่อเป็นท่อนไม้ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
เพชรเดินตามมาล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เขาเอื้อมมือไปปิดโคมไฟหัวเตียง ภายในห้องตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์ข้างนอกที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาพอให้เห็นลาง ๆ เตียงขนาดควีนไซส์ที่ดูเหมือนจะพอดีสำหรับสองคน แต่มันกลับแคบลงถนัดตาเมื่อต้องนอนร่วมกับร่างสูงใหญ่ของเขา แขนของเธอและเขาแทบจะเบียดกัน
ความเงียบครอบงำห้องพัก ชาริสาได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนข้าง ๆ กลิ่นสบู่อาบน้ำอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาลอยมาแตะจมูก มันทำให้เธอรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องอย่างประหลาด
"หลับหรือยัง" เสียงทุ้มดังขึ้นฝ่าความมืด
"ยังค่ะ" เธอตอบเสียงแผ่ว
"เรื่องไอ้วินนั่น..." เพชรเกริ่นขึ้นมาลอย ๆ
"ฉันไม่ได้งี่เง่าหรอกนะ แต่ฉันไม่อยากให้เพื่อนฉันมองว่าแฟนฉันชอบบริหารเสน่ห์ไปทั่ว มันหยามหน้าฉัน เธอเข้าใจใช่ไหม"
คำพูดของเขาตอกย้ำให้รู้ว่า เขาไม่ได้หึงหวงเธอเลยแม้แต่นิดเดียว เขาแค่ห่วงภาพลักษณ์ ห่วงศักดิ์ศรีของตัวเอง ชาริสากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก
"ชาเข้าใจค่ะ พี่เพชรไม่ต้องห่วง ชาจะระวังตัวให้มากที่สุด ชาจะไม่ทำอะไรให้พี่เพชรต้องเสียหน้าแน่นอนค่ะ"
"ก็ดี นอนซะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า" เขาตัดบทง่าย ๆ แล้วพลิกตัวหันหลังให้เธอ
ชาริสานอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด น้ำตาหยดเล็ก ๆ ไหลซึมออกมาทางหางตา เธอรีบยกมือขึ้นเช็ดมันออกอย่างรวดเร็ว เธอเจ็บปวดกับคำพูดของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังโง่เง่าที่ยังรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งได้มาอยู่ใกล้ชิดกันแบบนี้ เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเดินลงไปในบ่วงน้ำวนที่ไม่มีทางออก
เวลาผ่านไปพักใหญ่ จนกระทั่งชาริสาเริ่มเคลิ้มหลับ จู่ ๆ วงแขนแกร่งของคนที่เธอนึกว่าหลับไปแล้วก็วาดมาพาดทับบนเอวบางของเธอ เพชรขยับตัวเข้ามากอดรัดร่างของเธอไว้หลวม ๆ ราวกับกำลังละเมอหาหมอนข้าง ใบหน้าของเขาซุกอยู่ใกล้ลาดไหล่ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดต้นคอของเธอจนขนลุกซู่
ชาริสาสะดุ้งสุดตัว เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรุนแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หญิงสาวพยายามขยับตัวหนี แต่อ้อมแขนนั้นกลับรัดแน่นขึ้น ร่างกายของเขาร้อนผ่าวเบียดชิดกับแผ่นหลังของเธอจนรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจเขา
เธอไม่กล้าขยับตัวอีกเลย ได้แต่นอนเกร็งอยู่อย่างนั้นปล่อยให้เขากอดก่ายตามใจชอบ ชาริสาไม่รู้ว่าเขาทำไปเพราะเผลอละเมอ หรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่สำหรับเธอแล้ว อ้อมกอดนี้มันคือความอบอุ่นที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต แม้พรุ่งนี้เช้าเขาอาจจะตื่นมาแล้วโวยวายใส่เธอ หรือลืมไปหมดสิ้นว่าเคยทำอะไรลงไป แต่ในคืนนี้ วินาทีนี้ เธอขออนุญาตเห็นแก่ตัว เก็บเกี่ยวความรู้สึกนี้ไว้ในใจให้ลึกที่สุดก็พอ
ความอบอุ่นจากแผงอกกว้างที่แนบชิดอยู่เบื้องหลัง ทำให้ชาริสารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในความฝัน ลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอของเขาบ่งบอกว่าชายหนุ่มได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วจริง ๆ หญิงสาวค่อย ๆ พรูลมหายใจออกมาอย่างเชื่องช้า พยายามปรับจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามให้สงบลง แม้จะรู้ดีว่าอ้อมกอดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรักหรือความเสน่หา แต่มันก็ยากเหลือเกินที่จะห้ามใจไม่ให้หวั่นไหวกับสัมผัสที่แนบแน่นนี้
มือเรียวเล็กค่อย ๆ ยกขึ้นมาทาบทับลงบนหลังมือหนาที่วางแหมะอยู่บนหน้าท้องของตนเองอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากลงน้ำหนักมากเกินไป ภาพฝันแสนหวานนี้จะสลายหายวับไปกับตา ชาริสาลอบระบายยิ้มบางเบาในความมืด คราบน้ำตาที่เคยเอ่อคลอเมื่อครู่เหือดแห้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นที่ซึมลึกเข้ามาหล่อเลี้ยงหัวใจดวงน้อยที่บอบช้ำ
