บทที่ 2 บทที่ 2 ตื่นมาก็หายตัว

บทที่ 2 ตื่นมาก็หายตัว

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอนหรู เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วด้านนอกไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของคนที่เพิ่งรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาดีขึ้นเลยสักนิด

ภัทรพลขยับร่างกายช้าๆ เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าข้างกาย มือหนากวาดปัดไปทั่วเตียงกว้างเพื่อมองหาเรือนร่างที่เขาซุกไซ้และกอดรัดฟัดเหวี่ยงมาตลอดทั้งคืน ทว่ามีเพียงความเย็นชืดของผ้าปูที่นอนตอบกลับมาเท่านั้น

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากันล เขาพลิกตัวลุกขึ้นนั่งสลัดความง่วงทิ้งไป สายตาคมเข้มกวาดมองไปรอบห้องนอนที่เงียบสนิท

“คุณมิน...”

ไร้เสียงตอบรับ

ภัทรพลก้าวลงจากเตียงโดยมีเพียงกางเกงนอนขายาวตัวเดียวสวมอยู่ เขาเดินตรงไปเปิดประตูห้องน้ำ แต่ข้างในกลับว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของหญิงสาวคนเมื่อคืนเลย จะมีก็เพียงรอยหยดน้ำจางๆ บนพื้นที่บ่งบอกว่าเธอเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวและออกไปจากที่นี่ได้ไม่นาน

“หึ! หนีงั้นเหรอ?”

ประธานหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ อารมณ์บูดบึ้งแล่นขึ้นมาทันที ใบหน้าหล่อบึ้งตึงจนดูน่ากลัว ตั้งแต่เกิดมาสามสิบแปดปี ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนตื่นมาแล้วเดินหนีไปจากเตียงของเขาโดยไม่เอ่ยลาสักคำ มีแต่พวกเธอจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่ออยู่ต่อให้นานที่สุด

สายตาของเขาเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ภัทรพลเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน ลายมือตวัดๆ แต่ดูเป็นระเบียบเขียนไว้ว่า

‘ขอบคุณสำหรับค่ำคืนนี้นะคะ ถือว่าต่างคนต่างผิดพลาดและหายกันไปก็แล้วกันค่ะ ไม่ต้องตามหาฉันหรอกนะคะ’

“ต่างคนต่างผิดพลาด หายกันไปงั้นเหรอ?” ภัทรพลขยำกระดาษโน้ตในมือจนยับยู่ยี่ “ผู้หญิงหน้าไม่อาย คิดจะเคลมฉันแล้วทิ้งง่ายๆ แบบนี้เลยหรือไงมินตรา!”

เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก แต่วูบหนึ่งในความคิด สัมผัสที่เร่าร้อน นุ่มนวล และเสียงครางกระเส่าของเธอเมื่อคืนยังคงแจ่มชัดอยู่ในหัวของเขา สมองจำทุกองศาความโค้งเว้าของเธอได้แม่นยำ ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ตอบสนองต่ออารมณ์ของเขาอย่างเดียงสา แต่ทว่าเร่าร้อนเกินห้ามใจ

‘บ้าชะมัด... แค่คิดก็ขึ้นอีกแล้ว’ ชายหนุ่มสบถในใจ พยายามสลัดภาพหลอนเหล่านั้นออกไปทันที

ขณะที่กำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำ สายตาคมก็สะดุดเข้ากับสิ่งของที่เป็นประกายแวววาวชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่ข้างเตียง ภัทรพลก้มลงหยิบมันขึ้นมาดู มันคือสร้อยข้อมือเงินแท้ดีไซน์เรียบหรู มีจี้รูปดาวดวงเล็กๆ ห้อยอยู่

“ทิ้งสร้อยไว้ให้ดูต่างหน้าด้วยงั้นสิ... หึ!” ภัทรพลยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ อารมณ์บูดเมื่อครู่คลายลงไปเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอยากเอาชนะ เขาเก็บสร้อยข้อมือเส้นนั้นใส่กระเป๋ากางเกงทันที แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย แต่งตัวเตรียมไปทำงานเช้านี้

#เวลา 09.00 น.

ณ บริษัท พีทีพี จำกัด

บรรยากาศในออฟฟิศชั้นสูงสุดตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อร่างสูงใหญ่ของท่านประธานก้าวเดินออกจากลิฟต์ส่วนตัว ใบหน้าของภัทรพลนิ่ง เคร่งขรึม ดุดัน และแผ่รังสีอมหิตออกมาจนพนักงานที่เดินผ่านต้องรีบก้มหน้าหลบตากันเป็นแถวๆ

‘พีระ’ ลูกน้องคนสนิทวัยสามสิบต้นๆ ที่ทำงานรู้ใจกันมานาน รีบก้าวเข้ามาต้อนรับพร้อมกับเอกสารแฟ้มใหญ่ในมือทันที

“อรุณสวัสดิ์ครับท่านประธาน แฟ้มรายงานยอดขายไตรมาสสองที่นายขอไว้เมื่อวานเรียบร้อยแล้วครับ”

ภัทรพลไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขาเดินดิ่งเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว แล้วนั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบต่ำ

“พีระ..”

“ครับท่านประธาน?” พีระเสียวสันหลังวาบ รู้ทันทีว่าวันนี้เจ้านายอารมณ์ไม่ดีแน่ๆ

“ผู้หญิงที่ใส่เดรสสีแดงเข้มที่นั่งห่างจากกูเมื่อคืนที่บาร์ มึงเห็นใช่ไหม?”

“เอ่อ... ผู้หญิงที่นั่งอยู่ห่างจากนายไปประสาทสามสี่เก้าอี้ใช่ไหมครับ”

“อืม... ไปสืบมาให้กูทีว่าเธอเป็นใคร พักอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร ฉันต้องการข้อมูลทั้งหมดภายในเที่ยงวันนี้”

“เอ่อ... คือว่านายครับ” พีระมีสีหน้าลำบากใจ “บาร์เมื่อคืนเป็นระบบสมาชิกก็จริง แต่เธอก็เป็นลูกค้านะครับ ทางบาร์จะยอมให้ข้อมูลเหรอครับ”

“กูไม่ต้องการข้ออ้างอะไรทั้งนั้น” ภัทรพลตวัดสายตาดุๆ มองพีระทันที “มีเงิน มีเส้นสาย ถ้ามึงหาประวัติผู้หญิงคนเดียวไม่ได้ ก็พิจารณาตัวเองซะ!”

“ครับ! ผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้เลยครับ!” พีระเหงื่อตก รีบก้มหัวแล้วเตรียมจะหันหลังเดินออกจากห้อง

“เดี๋ยว...” ภัทรพลเอ่ยเรียกไว้

“ครับ?”

“เรื่องรับสมัครเลขานุการส่วนตัวคนใหม่ที่กูสั่งไว้ล่ะ ถึงไหนแล้ว”

“อ๋อ วันนี้มีนัดสัมภาษณ์รอบสุดท้ายช่วงบ่ายสองครับ ฝ่ายบุคคลคัดเลือกโปรไฟล์ระดับท็อปมาให้ท่านประธานเลือกด้วยตัวเองทั้งหมดสามคนครับ เอกสารประวัติวางอยู่บนโต๊ะด้านซ้ายมือแล้วครับ”

ภัทรพลปัดมือเป็นเชิงไล่ให้ออกไป พีระรีบก้าวออกจากห้องทำงานทันทีราวกับกลัวว่าถ้าอยู่ต่อนานกว่านี้จะโดนพายุอารมณ์ของท่านประธานซัดกระหน่ำอีกครั้งแน่ๆ

เมื่ออยู่คนเดียวในห้องทำงาน ภัทรพลเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ควักสร้อยข้อมือเงินรูปดาวดวงเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทขึ้นมาหมุนเล่น สายตาคมจ้องมองมันด้วยความรู้สึกหลากหลาย

“หนีฉันไป... คิดว่าจะหนีพ้นงั้นเหรอ” เขาเอ่ยเสียงต่ำ “โลกนี้มันไม่ได้กว้างขนาดนั้นหรอกนะเด็กน้อย”

#อีกด้านหนึ่ง

“โอ๊ย! ทำไมมันปวดหัวขนาดนี้เนี่ย”

หญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดานั่งกุมขมับอยู่บนโซฟา ใบหน้าสวยซีดเนื่องจากอาการแฮงก์เหล้าอย่างหนัก บวกกับการที่เมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอนเลย

ใช่! ไม่ได้นอนเพราะกิจกรรมที่เร่าร้อนที่มีผู้ชายคนนั้นปรนเปรอให้เธอจนร่างแทบแหลกเป็นชิ้นๆ

“คนบ้าอะไร แรงเยอะชะมัด” มินทราเอ่ยบ่นอุบอิบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อภาพความทรงจำเมื่อคืนวาบเข้ามาในหัวเธอ

เธอยกมือขึ้นลูบริมฝีปากตัวเองที่ยังรู้สึกเจ็บนิดๆ จากแรงจูบที่ดุดันของภัทรพล คืนนั้นเธอเมาและเสียใจเรื่องบ้านมากจนขาดสติ รู้ทั้งรู้ว่าเขาอันตรายแต่ก็ยังกระโจนเข้าหาไฟ แต่พอตื่นมาตอนเช้า เห็นแผงอกกว้างที่มีรอยเล็บของเธอข่วนอยู่เต็มไปหมด มินตราก็สติกลับคืนมาทันที

“ไม่ได้ๆ เรื่องคืนนั้นมันคือความผิดพลาด เราต้องโฟกัสเรื่องงานและเรื่องหาเงินมาไถ่บ้านก่อน” หญิงสาวเตือนสติตัวเอง พลางส่ายหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป

เธอหันไปมองนาฬิกาที่ติดอยู่กับผนังบ้าน นาฬิกาบอกเวลาบ่ายโมงนิดๆ

“ตายแล้ว! สัมภาษณ์งานตอนบ่ายสอง!” หญิงสาวเด้งตัวลุกขึ้นจากโซฟาราวกับติดสปริงไว้ที่ตัว เธอลืมไปสนิทว่าวันนี้มีนัดสัมภาษณ์งานตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวของประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่าง พีทีพี จำกัด ซึ่งเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้เธอมีเงินเดือนสูงๆ ไปจัดการหนี้สินของแม่เลี้ยงได้

มินตรารีบวิ่งเข้าห้องน้ำ จัดการแต่งหน้าแต่งตัวด้วยชุดสูทกระโปรงสีดำทรงสุภาพรวบผมตึงเป๊ะดูเป็นมืออาชีพ ก่อนจะรีบวิ่งไปโบกแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้าไปยังบริษัททันที โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า...

สิ่งที่กำลังรอเธออยู่หลังประตูห้องสัมภาษณ์นั้น จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล

#เวลา 13.55 น.

ณ หน้าห้องสัมภาษณ์ ชั้นบริหาร

มินตราวิ่งหอบมาถึงหน้าห้องจนทันเวลาพอดี เธอยืนปรับลมหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล

“มินตรา พงษ์ธรรม มาสัมภาษณ์งานค่ะ”

“อ๋อ คุณมินตรานะคะ เชิญนั่งรอสักครู่นะคะ ตอนนี้ท่านประธานกำลังพิจารณาผู้สมัครคนแรกอยู่ค่ะ” เจ้าหน้าที่สาวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

มินตรานั่งลงบนเก้าอี้รับรอง พยายามทำใจให้ร่มๆ สูดหายใจเข้าลึกๆ

“สู้ๆ นะมินตรา แกเป็นถึงอดีตเลขามือโปรจากต่างประเทศ ประธานบริษัทไหนๆ แกก็รับมือได้อยู่แล้ว” เธอเอ่ยพึมพำให้กำลังใจตัวเอง

เพียงครู่เดียวประตูห้องทำงานใหญ่ก็เปิดออก ผู้สมัครคนแรกเดินหน้าเสียออกมา ดูท่าทางจะโดนท่านประธานจอมโหดสับเละในการสัมภาษณ์ซะแล้ว

“คนต่อไป... คุณมินตรา เชิญครับ” เสียงของพีระเอ่ยเรียกชื่อของเธอ

มินตราลุกขึ้นยืนทันที จัดเสื้อสูทให้เรียบร้อย สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง ยิ้มแย้มอย่างมั่นใจเต็มร้อย แล้วก้าวเดินเข้าไปในห้องสัมภาษณ์งานสุดหรูทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป