บทที่ 2 คืนวิวาห์ บทที่ 2
“นังหม่อน...เดี๋ยวก็ยันลงแม่น้ำไปเลย รู้มากจริงนะแก ที่ฉันสอนเพราะว่า...เอ้อ...เอ้อ...ฉันเคยเห็นในคลิปว๊อย เห็นว่ามันมี...เอ้อ...เอ้อ...ท่าไหนบ้าง”
หม่อนยิ้มส่วนกานดาทำหน้าม้านเมื่อหลานสาวรู้ทัน หล่อนไม่แต่งงานก็จริงแต่เรื่องผู้ชายไม่มีใครรู้หรอกว่า...แซ่บซี๊ดไม่แพ้คนมีผัว
บทที่ 2
ในที่สุดงานวิวาห์ก็มาถึง มีการจัดงานที่บ้านเจ้าสาวโดยที่กานดาแทบไม่ต้องทำอะไรในฐานะญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวผู้ทำหน้าที่แทนพ่อและแม่ ถึงจะมีคนถามเกี่ยวกับเรื่องที่มีการเปลี่ยนตัวเจ้าสาวกะทันหันแต่กานดาก็ทำหน้าของตัวเองได้อย่างไม่มีบกพร่อง หล่อนไม่ได้ปริปากพูดเรื่องที่ ไหม เจ้าสาว ตัวจริงทำเอาไว้งามหน้า นั่นคือการหอบเงินสินสอดหนีหน้าเจ้าบ่าวจนต้องให้น้องสาวเข้ามาทำหน้าที่แทนเพราะจริง ๆ แล้วกานดาก็นึกสงสารหม่อนเหมือนกันที่ต้องละทิ้งการเรียนกลางคันแล้วมาเป็นเจ้าสาวในงาน
และพอเจ้าบ่าวเดินทางมาถึงกานดาก็พยายามสังเกตสีหน้าของ อัครเดช เจ้าบ่าวว่าบึ้งตึงหรือไม่ แต่เมื่อเขาได้เห็นหน้าเจ้าสาวคนใหม่ก็ดูเหมือนมีความพอใจแอบซ่อนแต่ป้าของเจ้าสาวก็อ่านเกมออกว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มคงจะไม่เสียหน้ากระมังเพราะหม่อนก็มีความสวยไม่น้อยไปกว่าไหมเหมือนกัน ทั้งความสวยและท่าที รูปร่างหน้าตาที่ไม่เป็นรองเจ้าสาวตัวจริง
ส่วนหม่อนก็ตื่นเต้นจนทำอะไรแทบไม่ถูกทั้งที่หล่อนคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรทำให้หล่อนหวั่นใจ หล่อนเตรียมตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว ซักซ้อมไว้แล้วว่าจะพูดอะไรกับเจ้าบ่าวบ้าง แต่เมื่อได้เห็นหน้าหล่อนก็ลืมทุกอย่างไปเกือบหมด นั่นเพราะพ่อเลี้ยงอัครเดชเป็นผู้ชายหน้าตาดี เขาตัวโตมากเหมือนนักกีฬา มีเสน่ห์ทั้งที่อายุก็มากกว่าหล่อนนับสิบปี
หม่อนก็เคยเห็นเขาแต่ไม่ชัดเท่าไหร่ตอนเทียวไปเทียวมาหาพี่สาวเพราะตอนนั้นหล่อนไม่ได้สนใจอะไร มุ่งหน้าเรียนแต่หนังสือเพราะคิดว่าจะได้ตอบแทนบุญคุณของป้า กลับกลายเป็นว่าสุดท้ายหล่อนเรียนยังไม่ทันจบก็ได้ตอบแทนบุญคุณของกานดาเสียก่อน และเป็นการตอบแทนชนิดสมน้ำสมเนื้อเลยทีเดียว
“นี่...หม่อน...จำที่ป้าสอนแกได้มั้ย”
กานดาเข้ามากระซิบหลานสาวตอนที่หม่อนปลีกตัวมาห้องน้ำขณะที่ข้างนอกเต็มไปด้วยแขกเหรื่อมากมายและอัครเดชก็กำลังพูดคุยกับแขกของเขาอย่างออกรสออกชาติ หม่อนที่กำลังยืนหน้ากระจกหันไปมองกานดาในชุดลูกไม้สวยเว่อร์วังอลังการแล้วนิ่วหน้า
“อะไรอีกล่ะป้า...นี่หนูจะเข้าหออยู่แล้วนะ”
“ก็เออน่ะสิ” กานดาทำหน้าจริงจัง “ก็เพราะว่าจะส่งตัวแกเข้าหอนะสิฉันเลยมาเตือนมาบอกแกเสียก่อน”
“ป้าเป็นห่วงอะไรอ่ะ ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว”
“รู้น่ะว่าอยากเข้าหอจนตัวสั่น”
หม่อนส่ายหน้า “ใครจะอยากขนาดนั้นน่ะป้า หม่อนกำลังคิดอะไรอยู่ต่างหาก แล้วป้าจะบอกอะไรหม่อน”
“ฉันก็จะบอกให้แกน่ะรู้ไว้ว่าเวลาเข้าหอต้องเอาใจพ่อเลี้ยงอัคให้มาก ๆ อย่าทำให้เขาขัดใจ นี่ที่เขาจัดงานแต่งโดยไม่เรียกร้องขอคืนสินสอดสักบาทก็บุญแค่ไหนแล้ว”
“หม่อนเอาใจเขาอยู่แล้วน่า”
“แต่แกพูดเหมือนไม่ค่อยเต็มใจ อย่าให้ฉันรู้นะว่าแกคิดจะหนีงานแต่งน่ะ ถ้าแกหนีไปฉันต้องถูกฆ่าตายแน่ๆ”
แล้วกานดาก็เริ่มฟูมฟายด้วยการร้องไห้เหมือนเด็กเล็ก ๆ จนเจ้าสาวต้องเป็นฝ่ายปลอบใจ
“ป้า...แก่แล้วร้องเหมือนเด็กเลย หยุดเถอะๆ ฉันไม่ได้คิดจะหนีหรอก แต่คิดว่าจะเจรจากับพ่อเลี้ยง”
กานดาเช็ดน้ำตาแล้วทำหน้าเหวอ “แกจะเจรจาเรื่องอะไรนังหม่อน แกจะพูดอะไรกับเขา”
“หม่อนจะขอร้องพ่อเลี้ยงว่าให้ยกโทษให้พี่ไหมไงล่ะ บางทีเขาอาจพูดด้วยง่าย ๆ เนอะถ้าเราทำดีด้วย แล้วถ้าหลังจากนี้เขาอยากจะมีเมีย อยากหย่ากับหม่อนก็ยินดีให้เขามีเมียน้อย หม่อนจะหย่าให้โดยดีเลยล่ะ”
“ปากแกเหรอนั่น แล้วเอาความคิดบ้า ๆ นี้มาจากไหน ผู้หญิงที่ไหนจะยอมให้ผัวมีเมียใหม่ ถ้าไม่สบายก็ไปรับยาช่องสุดท้ายเลยนังหม่อน”
“โอย...ทุกทีเลยป้า หม่อนสบายดี...อุ๊ย...หม่อนต้องไปแล้ว พ่อเลี้ยงเขาคุยกับเพื่อนเสร็จแล้วมั้ง หลังส่งตัวเข้าหอหม่อนต้องทำอะไรมั่งเนี่ย”
“นี่แกไม่รู้จริง ๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่วะนังเด็กคนนี้ พอเข้าหอแล้วแกก้ต้องทำหน้าที่เจ้าสาวนะสิ”
“นี่ไงป้า หม่อนเป็นเจ้าสาวแล้วนะ ใส่บชุดเจ้าสาวนี่ไงเขาเรียกว่าเจ้าสาว”
“เออ...แหม๊...หลานอิป้ากานดามันช่างอินโนเซ้นส์ซะเหลือเกิ๊น เข้าเรือนหอเดี๋ยวแกก็รู้เองแหละวะว่าต้องทำอะไรบ้าง ไปๆ...ออกไปข้างนอก อย่าให้แขกเขาสงสัย”
กานดาเดินลิ่ว ๆ นำหน้าปล่อยให้หลานสาวยืนคิดอยู่ในห้องน้ำต่ออีกชั่วครู่ หม่อนก็แกล้งพูดไปงั้นเพราะหล่อนก็นึกกลัวอยู่เหมือนกันว่าหลังจากนี้ไม่รู้ข้อตกลงที่หล่อนคิดไว้เมื่อพูดไปแล้วพ่อเลี้ยงจะว่ายังไงบ้าง แต่ที่แน่ ๆ หล่อนชักเริ่มรู้สึกแปลก ๆ พอได้เห็นหน้าเจ้าบ่าวชัด ๆ
พ่อเลี้ยงอัครเดชหล่อมากเลยนะนังหม่อน... หล่อเข้าขั้นนายแบบ ยิ่งมองก็ยิ่งมีเสน่ห์ แล้วทำไมพี่สาวของหล่อนถึงใจร้อนทิ้งผู้ชายที่น่า...อย่างพ่อเลี้ยงไปได้ หม่อนคิดสักครู่ก็เดินกลับออกไป งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อกระทั่งถึงเวลาส่งตัวเข้าหอ มีคนเฒ่าคนแก่และกานดาร่วมทำพิธีส่งตัวบ่าวสาว หม่อนใจเต้นตึกตัก หล่อนมัวแต่คิดถึงแผนของตัวเองจนไม่รู้ตัวเลยว่าประตูห้องหอปิดลงและเหลือหล่อนกับพ่อเลี้ยงอัครเดชอีกคนอยู่ในห้องที่บนเตียงได้รับการตกแต่งโรยด้วยกลีบดอกไม้กันลำพังสองคน
“หม่อน”
