บทที่ 7 ใบหย่าบนโต๊ะ และความมั่นหน้าขั้นสุด
ตอนที่ 7: ใบหย่าบนโต๊ะ และความมั่นหน้าขั้นสุด
กลิ่นอายความปลอดเชื้อและเสียงเครื่องมือแพทย์ในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนค่อยๆ ดึงสติของเพียงฟ้าให้กลับคืนมา ผ่านพ้นไปห้าวันเต็มๆ นับตั้งแต่คืนวันอันเลวร้าย ร่างกายที่เคยบอบช้ำเริ่มฟื้นตัวขึ้นทีละน้อยภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์และพยาบาล แม้ดวงตาคู่สวยจะยังคงร่องรอยความบวมช้ำและความอ่อนล้าโรยแรง แต่ความเจ็บปวดทางกายก็ยังเทียบไม่ได้กับความแหลกสลายในจิตใจ เมื่อเธอตระหนักได้ว่าลูกน้อยในครรภ์ที่เธอเฝ้ารอคอยด้วยความรักได้จากเธอไปตลอดกาลแล้ว
เตชินทร์ผู้คอยเฝ้าไข้อยู่ไม่ห่างช่วยจัดการเรื่องราวทั้งหมดด้วยความเจ็บปวดและเห็นใจ แต่เมื่อเพียงฟ้ารู้สึกตัวและตั้งสติได้ เธอกลับไม่หลั่งน้ำตาออกมาอีกเลย มีเพียงความว่างเปล่าและความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดขึ้นในแววตา ความอดทนและการให้โอกาสที่ผ่านมามันสิ้นสุดลงแล้ว ณ วินาทีที่เขากล่าวหาเธอว่าคบชู้และเลือกที่จะเดินหนีไปเสวยสุขกับผู้หญิงอื่น ปล่อยให้เธอเผชิญความเป็นความตายอยู่ลำพัง
เพียงฟ้าตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต เธอดึงแหวนเพชรแต่งงานออกจากนิ้วนางข้างซ้ายที่เคยภาคภูมิใจ วางมันลงบนกระดาษเอกสารแผ่นหนึ่งที่พี่เตชินทร์ช่วยประสานงานหามาให้—"หนังสือขอหย่า" พร้อมกับลายเซ็นของเธอที่จรดลงไปอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งความลังเลใจใดๆ อีกต่อไป ก่อนจะฝากให้ทนายความจัดการส่งมันตรงไปถึงโต๊ะทำงานของปกรณ์ที่บริษัททันที โดยที่เธอจะไม่หวนกลับไปเหยียบบ้านหลังนั้นอีกชั่วชีวิต
เช้าวันต่อมา ณ ห้องทำงานประธานบริษัท ปกรณ์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดค้างคาใจจากหลายวันที่ผ่านมา เขากวาดสายตามองไปบนโต๊ะทำงานและพบซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาวางเด่นเป็นสง่าอยู่กลางโต๊ะ
ด้วยความสงสัย ปกรณ์จึงเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ก่อนที่ดวงตาคมจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นเนื้อหาด้านใน—หนังสือขอหย่าที่มีลายเซ็นของเพียงฟ้ากำกับไว้อย่างชัดเจน และข้างๆ กันนั้นคือแหวนแต่งงานที่เขาสวมให้เธอในวันวิวาห์
ในวินาทีแรก ปกรณ์ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบคล้ายมีลางสังหรณ์บางอย่าง แต่ความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่สูงลิ่วก็รีบเข้ามาทำหน้าที่กลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นทันที ความคิดด้านลบที่ถูกฝังรากเข้าข้างตัวเองอย่างรวดเร็วผุดขึ้นมาในหัว 'กล้าดียังไงถึงส่งใบหย่ามาให้ฉัน? คิดจะเล่นเกมเรียกร้องความสนใจงั้นเหรอ หรือคงระริกระรี้อยากไปอยู่กินกับชู้รักเต็มแก่แล้วสินะ!'
ขณะนั้นเอง อมรรัตน์ เลขาสาวสวยเคาะประตูและเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม พร้อมกับแฟ้มเอกสารงานในมือ เมื่อเธอเห็นซองเอกสารและแหวนบนโต๊ะ ก็ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะแสร้งทำเป็นตกอกตกใจ
"อุ๊ย! นี่มัน... หรือว่าคุณพี่ภรรยาของท่านประธานส่งอะไรมาเหรอคะเนี่ย?" อมรรัตน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริตจะก้าน ดวงตาพราวระยับด้วยความสะใจลึกๆ ที่เห็นรอยร้าวในชีวิตคู่ของเขา
ปกรณ์แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชเวทนา สีหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธกรุ่น เขาหยิบปากกาขึ้นมาด้วยความมั่นใจเต็มร้อย ไร้ซึ่งความลังเลใจหรือความอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
"ก็แค่จดหมายเรียกร้องความสนใจงั้นแหละรัต ผู้หญิงที่ปีกกล้าขาแข็ง นอกใจผัวไปค้างแรมข้างนอก คิดว่าทำเป็นเก่งส่งใบหย่ามาแล้วฉันจะง้อรึไง?" ปกรณ์พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
อมรรัตน์รีบขยับเข้ามาใกล้ ส่งยิ้มเอาอกเอาใจและช่วยประจบสอพลอทันที "นั่นสิคะท่านประธาน... คนแบบนั้นไม่มีค่าพอให้ท่านประธานต้องเสียเวลาคิดมากหรอกค่ะ รัตว่าพี่กรเซ็นๆ ไปเถอะค่ะ จะได้จบเรื่องน่ารำคาญใจนี้สักที คนสวยๆ และพร้อมซัพพอร์ตพี่กรมีตั้งเยอะแยะค่ะ"
คำเยินยอและสายตาหวานเชื่อมของเลขาสาว ยิ่งทำให้ปกรณ์กระหยิ่มยิ้มย่องในความหลงตัวเอง เขาคิดเข้าข้างตัวเองอย่างมั่นหน้าว่า เพียงฟ้าก็เป็นแค่ผู้หญิงอ่อนแอที่เกาะเขาใช้เงินไปวันๆ ไม่มีทางไปไหนรอดอยู่แล้ว
"เธอก็พูดถูกรัต..." ปกรณ์จรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงบนใบหย่าด้วยความฉับไวและหนักแน่น ไร้ซึ่งความลังเล "อยากหย่านักใช่ไหม? ได้! ฉันจัดให้ตามคำขอ"
เขาโยนเอกสารแผ่นนั้นใส่มืออมรรัตน์ทันทีด้วยท่าทีหยันๆ "เอานี่ไปจัดการส่งคืนกลับไปให้ทางนั้นซะ! แล้วฝากบอกด้วยว่าอยากไปสำส่อนที่ไหนก็ไปเลย"
ปกรณ์หัวเราะในลำคอด้วยความสะใจ คิดเข้าข้างตัวเองอย่างตายตัวว่า เดี๋ยวเพียงฟ้าคงหมดท่า ไม่มีเงินใช้ และสุดท้ายก็คงต้องคลานเข่ากลับมาขอความเมตตาจากเขาเอง และในวันนั้น... เขาจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอให้สาสมกับที่กล้าหาญชาญชัยมาท้าทายเขา
โดยที่ปกรณ์ผู้แสนมั่นใจในตัวเองคนนี้ ไม่มีทางล่วงรู้เลยแม้แต่น้อยว่า รอยหมึกบนใบหย่าที่เขาเพิ่งจรดลงไปอย่างเลือดเย็น คือตราบาปชิ้นสุดท้ายที่จะตัดขาดเขาออกจากชีวิตของเพียงฟ้าไปตลอดกาล และความเย่อหยิ่งในวันนี้กำลังจะย้อนกลับมาแผดเผาหัวใจของเขาให้แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี
