บทที่ 1 พรรณษา
"เจ๊ษา เจ๊ษา"
เสียงตะโกนโหวกเหวกเรียกคนที่กำลังจะเดินไปลานจอดรถของมหาวิทยาลัย พรรณษาหยุดเดินหันมองเสียงคุ้นหู พลางหยุดยืนรอ ศิริกัญญา ที่วิ่งหน้าตาตื่นมาเกือบถึงลานจอดรถ
"มีไรยายออย"
"เจ๊..เจ๊.." เสียงเหนื่อยหอบ เอ่ยบอกความต้องการไม่ทันใจ
"ใจเย็นค่อยๆ พูด มีไร"
"เจ๊เลิกเรียนแล้วไปไหนวันนี้ มีงานป่ะ"
"หึ มีไร" พรรณษาทำเสียงในลำคอ พลางถามซ้ำคำที่เธอยังไม่ได้รับคำตอบ
"มีไรให้ช่วยหน่อย"
พรรณษารู้สึกขนลุกกับคำว่ามีไรให้ช่วยหน่อยของเพื่อนรุ่นน้องอย่างศิริกัญญาไม่น้อย เพราะเรื่องที่เธอจะต้องคอยช่วยเหลือแต่ละครั้งเห็นจะไม่พ้นให้ช่วยไปไล่สาวๆ ที่คุณอาสุดหล่อของเธอควง ยิ่งคนไหนไม่เข้าตาหลานสาวอย่างเธอ ก็มักจะขอร้องให้ไปช่วยไล่ผู้หญิงคนนั้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีทั้งต่อหน้าและลับหลัง แต่พรรณษามักจะเลือกวิธีหลังเสียมากกว่า เพราะไม่ค่อยอยากปะทะฝีปากกับคุณอาของยายออยสักเท่าไร เพราะส่วนมากคนที่แพ้ราบคาบก็จะเป็นเธอสองคนที่ถูกด่าหน้าแหกออกมา ชนิดที่เรียกว่าหมอไม่รับเย็บกันเลยทีเดียว แต่ศิริกัญญาเธอก็มีความมานะอดทน แม้จะถูกด่าอยู่บ่อยๆ เธอก็ยังไม่ละความพยายาม จนท้ายที่สุดเหมือนคุณอาเธอจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเสียเองจนต้องเลิกรากับสาวที่ควงมาแล้วไม่ถูกชะตากับหลานสาวตัวเองอยู่บ่อยๆ
"ฉันว่าแกเลิกล้มความตั้งใจเหอะ อาธีของแกคงควงเล่นเฉยๆ แหละ ตามประสาคนหล่อและรวยมาก"
พรรณษาเริ่มชักจูงหลานสาวแทนเพราะเห็นจะขัดขวางอาธีของเธอไม่สำเร็จแน่ เพราะหมดจากคนนี้ ก็หาคนใหม่ควงไม่ซ้ำหน้า
"น่าเจ๊ คนนี้ไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวขอกระเป๋า เดี๋ยวรองเท้า นี่ขอจะไปทัวร์เกาหลี มีหวังอาธีหมดตัวก่อนแน่"
"ก็อาธีของเธอมันสายเปย์นี่ ทำไงได้ล่ะ สาวๆ ก็ต้องชอบเป็นธรรมดา"
"ถ้าอาธีชอบเจ๊ หนูจะไม่ว่าเลย" พรรณษาทำท่าสั่นๆ เหมือนขนลุกเพราะความน่ากลัวของชายหนุ่มที่ถูกเอ่ยถึง
"พูดให้เขาได้ยิน จะพากันถูกด่า"
"หนูพูดจริงนี่ คนดีๆ ไม่มอง ชอบแบบของแบกะดิน" พรรณษายิ้มขันคำพูดของหลานสาวอาธี จะเหมือนใคร เธอได้แต่ทำเสียงสูงคิดเองในใจไม่ให้คนตรงหน้าได้ยิน พลางยิ้มน้อยๆ
"ไปเหอะเจ๊ ไปบ้านหนูก่อน เดี๋ยวดึกๆ ค่อยเข้าไปที่ผับ" ศิริกัญญาไม่ฟังเสียงทัดทานของอีกฝ่าย ได้แต่คว้ามือของพรรณษาแล้วดึงให้เธอเดินตาม
"เดี๋ยวก่อน ไปเอาของที่รถก่อน รอนี่แหละ"
พรรณษาเอ่ยบอกพลางเดินต่อไปที่ลานจอดรถทิ้งให้ศิริกัญญานั่งรอที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นก้ามปูใหญ่ เธอล้วงมือลงในกระเป๋าผ้าใบใหญ่เพื่อควานหากุญแจรถฮอนดา และไขกุญแจไปที่รถคันสีแดง เปิดเบาะหยิบสมุดเลคเชอร์สองเล่มออกมาจากในนั้น และหยิบหมวกกันน็อกที่ห้อยไว้ใส่เข้าไปแทนที่ เสียงปิดเบาะดังกึก เธอสำรวจรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าสีแดงอีกครั้ง นอนนี่นะนังแดง เธอมักจะต้องบอกลานังแดงให้นอนเฝ้ามหาวิทยาลัยอยู่บ่อยๆ ยามที่ศิริกัญญามีเรื่องต้องไหว้วานให้เธอช่วย
พรรณษารีบเดินกลับมาที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ศิริกัญญารีบดีดตัวลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นเจ๊ษาคนสวยเดินมา ใบหน้าเรียวดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ได้จัดว่าสวยหวานแต่ก็สวยเก๋ดูมีเสน่ห์ เหมือนที่ศิริกัญญา มักจะบอกว่าเจ๊สวยแบบเฉี่ยวๆ
"แล้วต้องไปที่ไหน"
พรรณษาเอ่ยถามเมื่อเดินมาถึง คำตอบที่ได้คือสถานบันเทิงขนาดใหญ่ย่านธุรกิจของเมืองหลวง แต่เธอต้องสะดุดหูกับชื่อสถานที่นี้อยู่ไม่น้อย
"ไม่ไปได้ไหม ที่นั่นเพิ่งไปสมัครงานมา จะเริ่มงานวันจันทร์หน้านี่แล้ว" พรรณษารีบเอ่ยห้ามทัพทันที
"ไม่มีใครจำได้หรอกเจ๊ หนูเตรียมพร็อพมาแล้ว"
แม้พรรณษาจะยังไม่เชื่อใจมากนักแต่ก็ออกจะขัดเพื่อนรุ่นน้องอย่างศิริกัญญาไม่ได้ เพราะยายออยก็ออกจะคอยช่วยเหลือเรื่องเรียนไม่น้อย เวลาที่ต้องทำงานเลิกดึกๆ หรือวันไหนมีงานที่เธอต้องโดดเรียนก็มักจะได้ยายออยนี่แหละคอยจดเลคเชอร์ให้ คอยตามงานทวงงานที่ตัวเองมักจะลืมบ่อยๆ เวลาสอบก็จะได้ยายคนเก่งนี่อีกแหละที่คอยติวสอบให้เธอด้วย กว่าจะผ่านพ้นมาจนถึงปีสี่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอเลย เพราะนอกจากค่าเล่าเรียน ค่ากิน ค่าอยู่ ก็เล่นเอาพรรณษาต้องทำงานตัวเป็นเกลียวเลยทีเดียว จนเมื่อตอนปีสองเธอต้องดรอปเรียนไปเกือบสองปีเพราะช่วงนั้นแม่เธอตกงานนอกจากค่าเล่าเรียนของเธอแล้ว ยังมีค่าเทอมของน้องชายต่างพ่ออีกคน นี่ยังไม่รวมถึงค่าเหล้าค่าบุหรี่ของพ่อเลี้ยงเธออีกด้วย ทำให้เธอต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่บ้านจนต้องหยุดการเรียนเอาไว้ แม้ว่าบ้านหลังนั้นเธอจะไม่ได้อยู่แล้วก็ตามแต่ค่าใช้จ่ายก็มักจะตามเธอมาไม่หยุดหย่อนยามเมื่อแม่ของเธอชักหน้าไม่ถึงหลัง หรือไม่พอให้ตามความต้องการของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีใหม่ของแม่
พรรณษาออกจากบ้านมาเช่าห้องอยู่ตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย แม่เธอมีสามีใหม่ได้สิบปีกว่าแล้วตั้งแต่เธอเพิ่งจะได้เจ็ดขวบ เธอก็อยู่กับแม่มาได้อย่างสงบสุขจนเมื่อมีน้องชายต่างพ่อขึ้นมาอีกหนึ่งคน เมื่อค่าใช้จ่ายในบ้านเริ่มไม่พอ พ่อเลี้ยงกับแม่เธอก็เริ่มที่จะมีปากมีเสียงกัน หนักเข้าทั้งคู่ก็ถึงขึ้นทะเลาะลงไม้ลงมือกันจนหัวร้างข้างแตกอยู่บ่อยๆ เพราะความที่พ่อเลี้ยงทะเลาะกับแม่บ่อยๆ ทำให้ชอบออกจากบ้านไปกินเหล้ากับเพื่อนจนหยุดงานอยู่เรื่อยๆ หนักเข้าก็ถึงขนาดติดเหล้าจนออกจากงาน
จุดแตกหักเมื่อเธอเรียนจบมัธยมปลาย จากวัยรุ่นเริ่มเข้าสู่วัยสาวพ่อเลี้ยงที่นับวันยิ่งไม่ได้สติ เธอถูกลวนลามโชคดีที่แม่มาเห็นได้ทัน พรรณษาจึงตัดสินใจออกจากบ้านตั้งแต่วันนั้นและก็หางานทำจ่ายค่าเช่าห้องเอง จนเมื่อเธอเริ่มเข้ามหาวิทยาลัยค่าเทอมเธอก็เป็นคนออกเอง บางครั้งยังจุนเจือมาถึงน้องชายเสียอีกด้วย และจนถึงวันนี้ น้อยครั้งมากที่เธอจะกลับไปเหยียบบ้านหลังนั้น ถ้าไม่จำเป็นและเธอก็มักจะเลือกไปตอนที่พ่อเลี้ยงไม่อยู่เท่านั้น
"เจ๊ษา เลยรถแล้ว" เสียงเรียกของศิริกัญญาทำให้พรรณษาคืนสติอีกครั้ง ตลอดทางเดินมายายออยพูดอะไรไปบ้างเธอก็ฟังแทบไม่รู้เรื่องได้แต่อือออ เพราะมัวแต่คิดเรื่องอื่นจนไม่ได้สนใจฟัง
รถเก๋งยี่ห้อเดียวกับนังแดงของเธอ ราคาเฉียดล้าน พรรณษาเกือบจะเดินผ่านถ้าศิริกัญญาไม่เรียกไว้ เธอขึ้นไปนั่งข้างคนขับพลางมองถุงกระดาษหลายถุงที่
เบาะหลัง พร็อพสำหรับคืนนี้
