บทที่ 12 ขโมย
"ขึ้นรถ" เสียงเข้มเอ่ยย้ำอีกครั้ง
"ไปไหนคะ หนูต้องรีบกลับไปทำรายงานให้เสร็จ แล้วเดี๋ยวจะต้องรีบไปทำงานด้วย ไม่มีเวลาว่างนะคะ" คนฟังขยับแว่นขึ้นคาดไว้ที่ศีรษะ แหงนมองใบหน้าสวยอย่างหงุดหงิด
"ถ้ารีบก็ขึ้นมาเร็วๆ" พรรณษาสะบัดหน้าใส่เขา พลางทำเสียงจิ๊จ๊ะในปาก ก่อนจะเดินไปที่ประตูรถอีกฝั่ง เปิดขึ้นไปนั่งอย่างคนว่าง่าย ศิริกัญญาเดินออกมาทันได้เห็นรถอาธีขับรถออกไปพอดี เธอได้แต่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว แต่คนอื่นที่ลงมาก่อนทันได้เห็นว่าพรรณษาขึ้นรถไปกับชายหนุ่มแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร เมื่อดูจากรถต่างก็คิดกันไปใหญ่
พรรณษาเอ่ยถามเมื่อรถแล่นออกมาถนนเส้นหลัก เธอหันไปมองคนข้างๆ ภายใต้แว่นตาราคาแพงนั้นยิ่งทำให้เขาหล่อขึ้นอีกหลายขุม ใบหน้าไร้หนวดเคราก็ดูดีไม่แพ้ใบหน้าคมเข้ม เธอมองริมฝีปากขยับขึ้นลงเบาๆ ของเขาจนเพลินไม่ทันได้ฟังว่าเขาพูดอะไร
"จะมองอีกนานไหม หรือต้องการอะไร"
เพราะคำว่าต้องการอะไรทำให้เธอได้สติว่าเผลอมองเขานานไปหน่อย
"คิดแต่เรื่องอย่างว่าหรือไงคะ" เธอรีบหันหน้ากลับมามองไปข้างหน้า เอ่ยถามเขาเสียงเข้ม
"ฉันว่าคนที่คิดแต่เรื่องอย่างว่าน่าจะเป็นเธอแล้วแหละ"
"แล้วจะไปไหนคะ" พรรณษารีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะถ้าเข้าเรื่องอย่างว่าก็เห็นจะเสียเปรียบเขาอยู่ตลอด
"ไปหอพักเธอไง" คนฟังหันหน้าไปมองเขาอีกครั้ง พลางทำสีหน้าสงสัย
"ก็รถเธอยังอยู่บ้านฉัน ฉันเป็นคนลากเธอมาก็ต้องรับผิดชอบซิ"
"ค่ะ ทีเรื่องแบบนี้รับผิดชอบดี เรื่องอื่นจะรับผิดชอบด้วยไหมคะ" คราวนี้กลายเป็นชายหนุ่มที่ต้องหันมามองหน้าเธอก่อนจะหันกลับไปมองถนน
"หมายความว่าไง พูดให้เคลียร์"
"ป๊าวนี่คะ" พรรณษาทำเสียงสูง แล้วดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยพอใจ
"ทำไมนอนกับฉันแค่สองครั้ง อยากจะเป็นแฟนฉันขึ้นมาทันทีเลยหรือ"
"อาธีจะให้ไหมล่ะคะ" เธอเห็นเขากำพวงมาลัยในมือแน่น ใบหน้าหงุดหงิดเริ่มเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉย
"ฉันเลี้ยงเธอได้ แต่เรื่องแฟนฉันคงต้องปฏิเสธ"
พรรณษาหน้าชาขึ้นมาทันที ที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจจะคุยเรื่องนี้กับเขาสักนิด แต่แค่นึกหมั่นไส้ที่เขานึกจะลากเธอไปไหนต่อไหนก็ได้ เธอจึงแกล้งแหย่เขา แล้วดูเหมือนมันจะได้ผลเสียด้วย น้ำเสียงเขาเปลี่ยนทันที อีกทั้งยิ่งตอกย้ำสถานะของเธอให้ชัดเจนขึ้นด้วย เขาก็แค่เห็นเธอเหมือนผู้หญิงที่เขาเลี้ยงไว้ดูเล่น พอต้องการก็เรียกหา เดิมทีเธอคิดว่าระหว่างเธอกับเขามันเป็นแค่อุบัติเหตุทางอารมณ์ เพราะต่างคนต่างยั่วยุใส่กัน มันเลยจบลงแบบนั้น ครั้งที่สองเธอให้เหตุผลกับตัวเองว่าสถานการณ์มันพาไป แต่เมื่อถูกเขาไล่ต้อนเธอกลับยินดีปล่อยให้อารมณ์ด้านมืดของตัวเองเข้าครอบงำจนลืมสถานะของตัวเองเผลอคิดไปว่าเขาคงมีใจ แต่เมื่อฉากหวานบนเตียงนอนจบลง สถานะของเธอก็ชัดเจนขึ้นทันที พรรณษาได้แต่ประดิษฐ์ยิ้มหวานๆ ส่งให้เขา แม้ภายในคอจะกล้ำกลืนก้อนแข็งๆ เอาไว้ก็ตาม
"สำคัญตัวเองจังเลยนะคะ หนูก็ไม่ได้อยากได้คุณเป็นแฟนสักหน่อย แล้วก็ไม่ได้อยากเป็นเด็กเลี้ยงในสังกัดของคุณด้วย"
"ก็ดี"
ทั้งเธอและเขาต่างก็นิ่งเงียบกันมาตลอดทาง จนเมื่อรถสีแดงคันหรูจอดที่หน้าหอพักของเธอ ไม่ลืมที่เธอจะหันไปยกมือไหว้ขอบคุณ และเขาก็เพียงบอกว่าเดี๋ยวจะให้คนเอารถมาส่งให้ก่อนเธอไปทำงาน พรรณษาลงจากรถอย่างไม่รีบเร่ง เดินถือสมุดและแฟ้มเอกสารเข้าหอพัก
ธีรินท์กำลังจะเลี้ยวรถเพื่อที่จะกลับบ้าน แต่สายตาเขาไปสะดุดกับสมุดเลคเชอร์ของเธอตรงที่วางเท้า เขาทำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อยหยิบมันขึ้นมาดู เห็นบอกว่าแค่ต้องรีบทำรายงานเขาไม่แน่ใจว่าเธอต้องใช้สมุดเล่มนี้ด้วยหรือเปล่า จึงตัดสินใจจอดรถถือสมุดเล่มเล็กเดินตามขึ้นไปที่ห้อง
เขาขึ้นบันไดมาถึงชั้นสาม เลี้ยวไปทางที่เป็นห้องพักของเธอแถบด้านใน แม้จะเป็นช่วงกลางวันแต่ภายในตึกก็ดูจะมืดเพราะส่วนที่เป็นห้องเธออยู่ด้านในสุดและริมนั้นยังก่อผนังตลอดทั้งแถบ เขาเห็นเธอยืนกอดสมุดที่เหลือในมืออยู่หน้าห้อง ท่าทางเก้ๆ กังๆ กำลังยื่นมือไปจับลูกบิดแต่ก็เหมือนไม่กล้าจับ จนเมื่อเขาเดินไปเกือบจะถึงเธอ
"มีอะไร" เขาเอ่ยถามเพราะท่าทางของเธอ แต่เมื่อมองไปที่หน้าประตูห้องจึงได้เข้าใจ แม่กุญแจถูกตัดขาดเศษที่เหลือยังตกอยู่ที่พื้น ลูกบิดประตูถูกงัดออกจนเป็นรูโบ๋
พรรณษาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงทักมาจากข้างหลัง ตอนเธอหันมามองเขาทำให้เขาเห็นสายตาแดงๆ ของเธอ มือสั่นๆ ยังค้างอยู่ไม่กล้าเปิดประตูห้องตัวเอง
"ถอยออกมา" เขาจับเธอให้ไปยืนอยู่ด้านหลังเขา ส่งสมุดเล่มที่เขาถือมาด้วยให้เธอ แล้วก็ค่อยๆ ใช้เท้าถีบประตูเข้าไปในห้องอย่างระวัง คนตัวเล็กจับแขนเขาไว้แน่นแอบอยู่ด้านหลัง ค่อยๆ โผล่หน้าออกมามอง เขายืนมองอยู่ด้านนอกจนแน่ใจว่าด้านในจะไม่มีคนอยู่ สภาพภายในห้องถูกรื้อค้นจนกระจุยกระจายแม้แต่เสื้อผ้าในตู้ยังถูกโยนออกมาข้างนอก ลิ้นชักลับในตู้ไม้อัด ก็ถูกงัดออกมา ลิ้นชักโต๊ะ หัวเตียง ก็ถูกค้น ในที่สุดเธอก็ร้องไห้ออกมาเบาๆ มองดูข้าวของในห้องพัง เสื้อผ้าหลายตัวก็เลอะเทอะไปหมด
"ลองดูซิอะไรหายมั่ง"
เธอวางสมุดในมือลงที่เตียงนอนแล้วก็ไปดูที่ตู้เสื้อผ้าลิ้นชักลับในตู้ถูกงัดออกของด้านในก็หายไปด้วย คอมพิวเตอร์บนโต๊ะเขียนหนังสือก็ถูกขโมยไป แม้แต่เศษเงินที่เธอหยอดใส่กระปุกเอาไว้ยังหายไปด้วย เครื่องใช้ไฟฟ้าอันเล็กอันน้อยก็หายไปหลายชิ้น แต่เธอก็ไม่ได้สนใจมันสักเท่าไหร่ ที่หนักหนาคงจะเป็นสร้อยข้อมือทองคำขาว ที่แม่เธอเคยให้มาตอนที่เธอออกจากบ้านครั้งนั้นให้เอามาขาย เพื่อเธอได้มีเงินเช่าห้อง แต่เธอก็กัดฟันเก็บมันเอาไว้จนถึงทุกวันนี้ เพียงเพราะแม่บอกว่ามันเป็นของที่พ่อเธอเคยให้ไว้
ธีรินท์เห็นเธอรื้อค้นในตู้อยู่นาน มือไม้สั่นเทา เสียงร้องไห้เบาๆ แต่หัวไหล่เธอสั่นไหวจนเห็นได้ชัด
"อะไรหาย สำคัญหรือ"
"สร้อยข้อมือ ของพ่อ" เสียงสะอื้นเอ่ยตอบ พลางยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตา
"มีอะไรหายอีกไหม"
"โน้ตบุ๊ก กระปุกออมสินแล้วก็ของจุกจิกค่ะ"
"มีกระเป๋าไหม"
"มีค่ะ" เธอไม่เข้าใจที่เขาถามแต่ก็ตอบไป
"เก็บของที่จำเป็นสะ เสื้อผ้า พวกอุปกรณ์การเรียนหนังสือสมุดอะไรเอาไปให้ครบ"
"ไปไหนคะ"
"แล้วจะอยู่ยังไงล่ะ แบบนี้ จะรอให้มันกลับมาข่มขืนหรือไง" เสียงเข้มเอ่ยดุ เขาเห็นกระเป๋าเดินทางข้างตู้เสื้อผ้าของเธอแล้วจึงไปหยิบมาวางไว้ให้บนเตียง
"เดี๋ยวจะให้เชนทร์เข้ามาเคลียร์กับหอพัก กับตำรวจให้ เธอพอมีรูปภายในห้องไหมส่งมาให้ฉัน"
"ส่งให้ทางไหนคะ"
"ทางไหนก็ได้"
"ไลน์ได้ไหมคะ"
"อื้อ"
"ขอเบอร์โทรค่ะ" ธีรินท์ขมวดคิ้วมองคนน้ำตายังไม่แห้งดีที่ยืนรอกดโทรศัพท์ เขาบอกเบอร์โทรให้เธอ อะไรนี่เธอไม่มีแม้แต่เบอร์โทรเขาเลยหรือไง เพียงครู่เดียวรูปภาพของห้องตอนที่ยังสภาพดีก็ถูกส่งไปให้เขาหลายรูป แต่ละรูปออกจะเป็นส่วนตัวสักหน่อย เพราะคนใส่ชุดนอนเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นตัวนิดเดียวเอกเขนกอยู่บนที่นอนเซลฟี่ตัวเองเห็นไปถึงโต๊ะเขียนหนังสือด้านข้างที่มีโน้ตบุ๊กวางอยู่บนโต๊ะ เธอพยายามหาแล้วแต่มันก็มีแค่รูปนี้และไม่ทันคิดอะไรก็รีบส่งให้เขา อีกรูปสร้อยข้อมือที่เธอเคยเอามาใส่เล่นแล้วถ่ายรูป ใบหน้ายิ้มหวานจุ๊บที่สร้อยเบาๆ แต่มันก็ชัดมากจนมองเห็นลวดลายของสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กที่ข้อมือบางได้
ธีรินท์ไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเล็กตรงโต๊ะเขียนหนังสือของเธอ มองดูคนตัวเล็กเก็บของจำเป็นใส่กระเป๋า ในมือของเขาก็ยังกดมือถืออยู่ ภาพที่เธอส่งมาให้เขาต้องตัดมันออกให้เหลือแค่โน้ตบุ๊ก กับสร้อยข้อมือเท่านั้น ส่งไปให้ผู้ช่วยของเขา แล้วก็ภาพภายในห้องตอนนี้ เมื่อเห็นข้อความของเขาถูกเปิดอ่าน ธีรินท์ก็โทรกลับไปหาเชนทร์ทันที
"เดี๋ยวฉันส่งโลเคชันให้ นายมาจัดการเรื่องห้องคุณษาให้ที เดี๋ยวฉันส่งรายละเอียดเพิ่มเติมให้"
ธีรินท์ยังจิ้มโทรศัพท์ยุกยิก พลางเงยหน้ามองคนตัวเล็กที ถามรายละเอียดต่างๆ แล้วก็ส่งไปให้เชนทร์
"แล้วทำไมยังไม่หยุดร้องอีก"
เมื่อถูกถามคนสะอื้นน้อยๆ ก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้งอย่างกลั้นไม่อยู่
"ข้อมูลทำรายงานหนูอยู่ในนั้นหมดเลย แล้วก็ต้องทำให้เสร็จวันนี้ด้วย พรุ่งนี้ต้องส่งแล้ว หนูพิมพ์ไว้เกือบจะเสร็จแล้ว ถ้าทำใหม่ไม่รู้จะทันหรือเปล่า" เสียงสะอื้นเอ่ยตอบ
"ยายออยล่ะ"
"ไปทำที่ห้องเพื่อน เดี๋ยวหนูคงต้องตามไป"
"แล้วจะเอาคอมที่ไหนทำ เพื่อนก็ต้องทำกันหมดไม่ใช่หรือไง" คนฟังได้แต่ทำหน้าเศร้าลืมคิดข้อนี้ไป
"เก็บของเสร็จหรือยัง"
"เสร็จแล้วค่ะ"
"โทรบอกเจ้าของหอซะ เดี๋ยวเชนทร์คงมาพอดี"
เพียงครู่ใหญ่ๆ เชนทร์ก็มาถึงที่หอของพรรณษา พอดีกับที่เธอโทรบอกเจ้าของหอให้เข้ามา เขาเพียงตบไหล่ลูกน้องเบาๆ เป็นการขอบคุณเท่านั้น แล้วก็พาเธอออกมา ลากกระเป๋าเดินทางสีชมพูออกมาแล้วก็ใส่ไว้ท้ายรถ ก่อนรถจะออกพรรณษาจึงได้บอกเขา
"ส่งหนูที่หอข้างมอก็ได้ค่ะ ขออยู่กับเพื่อนสักคืน พรุ่งนี้ค่อยหาห้อง" คำพูดของเธอดูจะไม่เข้าหูเขาสักเท่าไร เมื่อรถคันหรูแล่นไปคนละทางกับมหาวิทยาลัย
"หนูไม่ไปบ้านคุณนะ ไม่อยากอยู่ที่นั่น"
เมื่อเส้นทางไม่ใช่บ้านเขาเธอก็ได้แต่นั่งเงียบ เพราะขืนพูดอะไรไปก็เหมือนเขาจะไม่ได้ยินอีกนั่นแหละ จนเมื่อรถมาจอดที่ลานจอดรถใต้คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง เขาบอกแค่ว่าถึงแล้ว แล้วก็ลงจากรถไปหยิบกระเป๋าเดินทางของเธอออกมาจากท้ายรถ เธอจึงได้แต่ลงมายืนเฉยๆ เมื่อเขาเดินนำเธอเข้าไปทางลิฟต์เธอก็ต้องตามเขาไปแต่โดยดี
"ที่นี่ที่ไหนคะ"
"อ่านป้ายไม่ออกหรือ" เขามองสายตาไปทางป้ายที่อยู่ด้านหน้าที่ผ่านเข้ามา
"อ่านออกค่ะ แต่หมายถึงว่าห้องใครหรือคะ"
"ห้องฉันนี่แหละ เอาไว้เลี้ยงอีหนู"
"หนูไม่อยู่ที่นี่หรอก"
"อย่าเรื่องมาก ก็บอกไม่อยากอยู่บ้านนี่"
ลิฟต์โดยสารพาเธอขึ้นมาที่ชั้นสามสิบเก้า ห้องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ก็ยังนับว่าใหญ่กว่าห้องเธอหลายขุมทีเดียว พรรณษามองไปรอบๆ ห้องเดินตามเขาไปที่โซฟาเบดตัวใหญ่ จึงหย่อนก้นนั่งอยู่ตรงนั้น ส่วนเขาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาสองขวด ส่งให้เธอหนึ่งขวด
"อยู่ที่นี่ไปก่อนแหละ ยายออยจะได้ไม่วุ่นวายกับเธอมาก"
"แล้วเด็กคุณไม่อยู่หรือคะ"
"ตอนนี้ยังไม่มีใครอยู่ เธออยู่ไปก่อนได้"
"แต่ไม่ได้หมายความว่าหนูจะเป็นเด็กเลี้ยงของคุณนะคะ" พรรณษารีบเอ่ยบอกความเข้าใจให้เขาฟัง
"ถ้าได้ห้องแล้วหนูจะรีบย้ายออก"
"ไม่ต้องรีบหรอก"
"เผื่อคุณจะเอาใครมาอยู่"
"เฮ่อ ถึงเวลาแล้วจะบอก" เขาเพียงรับปากส่งๆ เพราะรำคาญจะตอบคำถามเรื่องนี้ของเธอ พรรณษาได้แต่เม้มปากแน่น หยิบขวดน้ำมาเปิดดื่ม เพราะไม่รู้จะทำอะไร
เธอเห็นเขาเดินหายไปในห้องข้างๆ เพียงครู่เดียวก็หยิบโน้ตบุ๊กเครื่องบางออกมาวางให้ที่โต๊ะกลางโซฟา รวมถึงสายชาร์จด้วย
"เอ้ารีบทำรายงานซะ วันนี้คงไม่ได้ไปทำงานแล้วมั้ง" เธอทำตาละห้อยใส่เขา เป็นเชิงขออนุญาตแล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นเสียบสายชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟตรงกลางโต๊ะ แล้วเดินไปเปิดกระเป๋าเดินทางเพื่อหยิบหนังสือออกมา
"เอากระเป๋าไปเก็บในห้องก่อนก็ได้ ห้องนั้น" เขาชี้ไปอีกห้องฝั่งตรงข้ามกับห้องที่เขาเดินเข้าไปเมื่อสักครู่ เธอลากกระเป๋าเข้าไปวางไว้ในห้องนอนอย่างที่เขาว่า เตียงใหญ่พร้อมเครื่องนอนครบครันถูกทำความสะอาดไว้อย่างดี เธอเอากระเป๋าแอบไว้มุมห้อง กำลังจะเดินออกจากห้อง นึกอย่างไรก็ไม่รู้เดินไปเปิดลิ้นชักที่ตู้หัวเตียง แล้วก็จริงอย่างที่เธอคิด ในนั้นมีถุงยางอนามัยอยู่เต็มไปหมด
เสียงกระแอมที่หน้าห้องเบาๆ ทำให้เธอตกใจรีบปิดลิ้นชั
กแล้วหันหน้ามามอง เห็นเขายืนมองเธออยู่
"สงสัยอะไร หรือต้องการอะไรหรือเปล่า"
