บทที่ 13 พี่ชายสายเปย์
"สงสัยอะไร หรือต้องการอะไรหรือเปล่า"
"ไม่สงสัยค่ะ แล้วก็ไม่ได้ต้องการอะไร ให้หนูทายนะ ในกระเป๋ากางเกงคุณก็คงมีถุงยางอยู่ด้วย" ไม่พูดเปล่าคนตัวเล็กเดินสวนเขาออกมาจากในห้อง เธอยังเอามือตบที่หน้าขาเขาตรงรอยกระเป๋ากางเกงแล้วก็ลูบๆ จับๆ ว่ามันมีของที่เธอสงสัยอยู่ในนั้นไหม เป็นอย่างที่เธอคิด เธอแหงนมองหน้าเขาแล้วก็ทำเสียงขึ้นจมูกใส่เขาเบาๆ แล้วก็เดินผ่านคนตัวสูงไปที่โซฟารับแขก
ธีรินท์พยายามระงับอารมณ์ตัวเอง นึกอยากจะกระชากแขนยายตัวดีนี่ที่กำลังจะเดินเอาหัวไหล่ชนเขาผ่านไป ให้เซถลาไปนอนบนเตียงซะดีไหม แต่เมื่อเห็นรอยแดงๆ บนใบหน้าผลจากการร้องไห้ เขาก็อดสงสารเจ้าหล่อนไม่ได้อยู่ดี เดิมทีวันนี้เขาตั้งใจจะไปรับไปส่งเธอ แต่เมื่อเรื่องที่คุยกันในรถมันทำให้เสียบรรยากาศเขาก็เลยส่งเธอเสร็จแล้วจะกลับ ถ้าเธอไม่ทำสมุดตกไว้ในรถเขา เขาก็ยังนึกไม่ออกว่าป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไร คงไม่คิดจะติดต่อหาเขาแน่นอน
เห็นเธอเตรียมเปิดหนังสือและเข้ากูเกิลเพื่อหาข้อมูล เขาจึงถามเธอว่าทำรายงานเรื่องอะไร เมื่อได้คำตอบเขาจึงเอ่ยแนะนำ
"หนังสือในห้องฉันมีหลายเล่มอยู่ที่น่าจะมีข้อมูลของอาจารย์หลายท่านเลย ตั้งแต่สมัยฉันเรียนโท ลองเข้าไปหาดูเอา" เขาบุ้ยปากไปทางห้องที่เดินไปหยิบโน้ตบุ๊กมาให้เธอ
"โห ข้อมูลมันจะไม่เก่าไปหรือคะ ตอนนี้โลกมันไปไหนต่อไหนแล้ว"
"เธอคิดว่าฉัน เรียนจบมาสักยี่สิบปีหรือไง"
"คงเกือบๆ มั้งคะ"
"เดี๋ยวเขกกะโหลกซะ" ไม่พูดเปล่าคนพูดยังทำท่าจะทำจริงเสียด้วย คนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนพื้นเอาหลังพิงโซฟาได้แต่ย่นคอหลับตาไว้แน่น เพราะกลัวเขาจะเขกลงมาจริงๆ
"รีบๆ ทำเข้า เดี๋ยวฉันจะสั่งอาหาร อยากกินอะไร"
"อะไรก็ได้ค่ะ"
หลังจากสั่งอาหารเย็นเสร็จ เขาก็นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาเบดตัวใหญ่ ใช้นิ้วไถโทรศัพท์อย่างไม่มีจุดหมาย โดยมีพรรณษานั่งอยู่ที่พื้น เสียงโทรศัพท์เขาดังขึ้นเพียงครั้งเดียวก็กดรับ เธอไม่คิดจะสนใจ แต่เมื่อเขาเอ่ยชื่อพี่เชนทร์เธอจึงได้รีบหันไปมองหน้าเขา
"ว่าไงเชนทร์"
"ตำรวจจับตัวได้แล้วครับ ขี้ยาแถวๆ นี้ มันว่าเห็นแฟนขี่มอไซค์คันใหญ่ๆ แพงๆ มาส่ง มันเลยนึกว่าจะมีตังค์ เลยไปงัดห้องครับ"
"แล้วไงต่อ"
"มันว่าสร้อยกับคอมเอาไปขายแล้ว แต่ยังไม่ยอมบอกว่าขายที่ไหน ตำรวจเอาตัวไปโรงพักแล้วครับ"
"ตามของกลับมาให้ได้"
"ครับนาย"
แค่เพียงเขาเอาโทรศัพท์ที่แนบหูออกยังไม่ทันจะกดวางสายด้วยซ้ำ มือเล็กของเธอก็รั้งแขนเขาไว้แน่น
"เป็นไงมั่งคะ เจอของหรือเปล่า"
ธีรินท์ยังไม่ทันตอบก็พอดีกับเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น อาหารที่เขาสั่งจากร้านภายในคอนโดเอาขึ้นมาส่งให้ เขาจึงต้องลุกเดินออกไปรับอาหารเสียก่อน คนคอยฟังได้แต่นั่งทำตาเว้าวอน อยากฟังเรื่องราวเสียเต็มทน พอเขาวางถุงกล่องอาหารลง เธอก็รีบคว้าแขนเขาอีกรอบ
"อาธี พี่เชนทร์ว่าไงบ้างคะ"
"จับคนร้ายได้แล้ว ขี้ยาแถวนั้น แต่สร้อยกับคอมเอาไปขายที่ไหนยังไม่บอก เชนทร์กำลังตามไปที่โรงพัก"
พรรณษาทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นอย่างคนหมดหวัง นึกว่าจะได้ของคืนสักหน่อย
"กระปุกออมสินมีเงินตั้งสองพัน หึ คิดแล้วโมโห" เธอได้แต่บ่น เพราะทำอะไรไม่ได้
"มากินข้าวก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยทำต่อ"
หลังจากกินข้าวเสร็จเพียงครู่ เธอก็รีบลงมือทำรายงานต่อ แต่ก็ยังทำได้ไม่ทันได้ถึงไหน โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นบ้าง เบอร์โทรไม่คุ้นแต่เธอก็กดรับสาย
"ค่ะ"
"พี่ษา นี่ผมเองพี่" พรรณษาจำเสียงน้องชายของเธอได้
"มีไรศิล" เมื่อรู้ว่าเป็นใครเธอก็เลยเดินเลี่ยงเขาไปนั่งรับสายอยู่ที่โต๊ะกินข้าวโซนห้องครัวเล็กไม่ห่างกันนัก เธอพยายามพูดเบาที่สุดแล้ว แต่คนที่นอนเหยียดยาวบนโซฟาก็ตั้งใจฟังทุกข้อความ
"พี่พอมีเงินให้แม่ไหม แม่ให้มาถามอ่ะ ผมไปทำงานที่ร้านหมูกระทะแต่เงินเดือนยังไม่ออกครับ"
"ได้พอมีอยู่ เดี๋ยวพี่โอนไปให้นะ"
"พี่ษา โอนไม่ได้ พ่อเอาบัตรเอทีเอ็มแม่ไปครับ"
"แล้วทำไง ศิลจะมาเอาเองได้ไหม พี่มีรายงานต้องทำส่งพรุ่งนี้ คืนนี้จะเสร็จหรือเปล่าไม่รู้เลย แล้วนี่เบอร์ใหม่หรือ"
"ไม่ใช่ครับ ผมขอยืมโทรศัพท์ป้าดาข้างบ้านโทร พ่อเอาโทรศัพท์ของแม่กับของผมไปขายหมดเลย" พรรณษาได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"เดี๋ยวพี่จะหามือสองเครื่องถูกๆ ให้ใช้ไปก่อนนะ แล้วก็พยายามเก็บดีๆ อย่าให้พ่อเราเอาไปขายอีก"
พรรณษาจึงได้แต่บอกน้องชายให้มาเอาเงินที่เธอ โดยเธอยังได้กำชับให้ศิลนั่งแท็กซี่หรือวินมอไซค์มาจากบ้านเลยแล้วพอใกล้จะถึงให้ขอยืมโทรศัพท์เขาโทรหาเธอจะลงไปรอข้างล่าง เพราะกลัวจะช้าเดี๋ยวแม่จะไม่มีเงินซื้อกับข้าวเย็น
เธอเดินกลับมาที่โซฟาหย่อนก้นลงกับพื้นเพื่อที่จะทำรายงานต่อ แอบเหลือบตามองคนที่นอนไถโทรศัพท์เพียงนิด เมื่อเห็นเขาไม่ได้สนใจ เธอก็นั่งทำรายงานของเธอต่อ และอีกเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงโทรศัพท์เบอร์แปลกก็โทรเข้ามาหาเธออีกครั้ง พรรณษารีบรับสายแล้วก็เตรียมตัวจะลงไปข้างล่าง ไม่ลืมที่เธอจะคว้ากระเป๋าสตางค์ลงไปด้วย
"ไปไหนอ่ะ"
"เอ่อ..ธุระส่วนตัวค่ะ"
เธอบอกธุระส่วนตัว แต่คนฟังก็ลุกจากโซฟาเดินตามเธอออกมาจากห้องหน้าตาเฉย จนมาถึงหน้าคอนโด พรรณษารีบไปจ่ายเงินค่าวินมอเตอร์ไซค์ที่ศิลนั่งมา แล้วก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณเขาที่ให้น้องชายยืมโทรศัพท์ เธอหันซ้ายมองขวาเพื่อหาตู้กดเอทีเอ็ม ครั้นจะกลับเข้าไปในคอนโด ก็กลัวจะเสียเวลา ธีรินท์มองดูเด็กชายวัยรุ่นที่ใส่ชุดนักเรียนชั้นมัธยมปลาย หน้าตาก็มีส่วนคล้ายพรรณษาอยู่บ้าง แต่ก็แค่คล้ายๆ เขาเลยเดาว่านี่น่าจะเป็นน้องชายเธอ เพราะฟังจากที่เธอคุยโทรศัพท์แม้เขาจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ก็ได้ยินเธอเรียกแทนตัวเองว่า พี่
ซูเปอร์มาร์เก็ตมีชื่อขนาดใหญ่อยู่ถัดไปอีกนิด พรรณษาจึงรีบพาน้องชายไปที่นั่น แต่ก็ยังมีคนตัวสูงเดินตามเธอมาด้วย
"คุณกลับไปก่อนก็ได้ค่ะ หนูจะไปซื้อของกับน้อง"
"ฉันก็จะซื้อของด้วยพอดี"
เมื่อเขาไม่ยอมกลับเธอก็เลยคร้านจะสนใจ เพราะไม่อยากเสียเวลา กว่าจะเดินถึงห้างก็เล่นเอาเธอเหงื่อออกจนไรผมชื้นไปหมด เธอรีบตรงไปที่ตู้เอทีเอ็มหลากสีเรียงรายหลายตู้ น้องชายเธอยืนรออยู่ด้านนอก แต่ธีรินท์กลับตามเธอไปยืนประกบอยู่ที่ตู้ไม่ยอมห่าง
"คุณจะตามมาทำไม"
"ฉันก็จะกดเงิน เร็วๆ เข้า"
"ตู้ตั้งเยอะ"
"ก็ฉันใช้ธนาคารนี้"
เขาตัวสูงพอที่จะมองเห็นยอดเงินของคนตัวเล็กที่กำลังทำท่าคล้ายลังเลและเหมือนกำลังใช้ความคิด ยอดเงินหมื่นสองพันกว่าบาทที่เขาเห็น เธอกดมันออกมาหนึ่งหมื่นบาท ยัดใส่กระเป๋าลวกๆ แล้วก็รีบเดินไปหาน้องชายโดยไม่ได้สนใจว่าเขาจะกดเงินต่อจากเธอหรือเปล่า สองพี่น้องเดินตรงไปที่ร้านขายโทรศัพท์ เขาเห็นเธอก้มๆ มองๆ เครื่องมือสองอยู่สักครู่ก็ชี้บอกคนขายให้หยิบรุ่นราคาไม่เกินสองพันบาทขึ้นมาดู
"ใช้แบบนี้ไปก่อนนะศิล"
"ครับพี่ษา ว่าแต่พี่ษา จะเหลือเงินพอไว้ใช้หรือ"
"พออยู่" เธอคิดถึงเงินที่เหลือในธนาคารนั้นแล้วก็ได้แต่คำนวณว่ามันจะรอดไปถึงสิ้นเดือนนี้หรือเปล่า
พรรณษาดูเครื่องที่เธอถืออยู่แล้วก็ตกลงเอาเครื่องนี้ แล้วก็บอกคนขายขอดูอีกเครื่องราคาไม่ต่างกันเท่าไร เมื่อดูเสร็จเธอก็ตกลงเอาอีกเครื่อง
"สองเครื่องนี้ไม่เอาครับ เอาแบบนี้ให้ผมสองเครื่อง" ธีรินท์ดันโทรศัพท์เครื่องที่พรรณษาบอกว่าจะเอาคืนให้ร้าน แล้วก็ชี้ไปที่โทรศัพท์เครื่องใหม่ในกล่องราคาเกือบหนึ่งหมื่นบาท
"คุณ!!" พรรณษาหันไปทำตาเขียวใส่เขา แต่เมื่อเห็นสายตาจริงจังของเขาเธอก็เลยเงียบปากลง เพราะถ้ายังเถียงเขา เธออาจจะต้องอายคนแถวนี้เป็นแน่
พนักงานรีบหยิบโทรศัพท์มาให้เขาลอง ธีรินท์จึงจับมันส่งไปให้เด็กชายวัยรุ่น "ลองดูซิ ว่าใช้ได้ไหม โอเคหรือเปล่า"
ศิลมองหน้าพี่สาว ไม่กล้ารับของ แต่เมื่อเห็นเธอพยักหน้าให้น้อยๆ ก็รีบเปิดดูโทรศัพท์ เจ้าของร้านเข้ามาช่วยลองเครื่องให้ เมื่อทุกอย่างโอเค เขาก็หยิบบัตรเครดิตส่งให้ร้านค้า
"ไหนบอกกดเงิน"
"ใครจะพกเงินเป็นฟ่อนแบบนั้น ขี้เกียจนับ" เขากระซิบบอกเธอเบาๆ พอให้ได้ยินกันสองคน
"เดี๋ยวเงินเดือนออกหนูจะทยอยคืนให้"
"ไม่รับคำขอบคุณเป็นเงินสด เงินโอน เช็ค ขอดูเร็กซ์สองกล่องพอ" เสียงกระซิบข้างหูเบาๆ ทำเอาเธอหน้าแดงระเรื่อ หันหน้าไปมองเขาตาเขียว
พนักงานส่งถุงโทรศัพท์ให้กับบัตรเครดิตเขาหยิบมาแล้วก็ส่งถุงต่อให้น้องชายเธอ
"รับไปเถอะ พี่เป็นเจ้านายเธอ เดี๋ยวค่อยหักจากเงินเดือน" ธีรินท์เอ่ยเสียงดังพอให้พี่สาวของเด็กหนุ่มนี่ได้ยินด้วย
"เงินอยู่ในถุง" แต่ประโยคถัดมาเขากระซิบบอกน้องชายเธอเบาๆ ยืนหันหลังให้คนพี่จึงทำให้เธอไม่เห็นแล้วก็ไม่ได้ยินอีกด้วย ศิลได้แต่มองพี่ชายตัวสูงด้วยความงุนงง ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณเขา
พรรณษาเดินมาส่งน้องชายที่หน้าห้าง ระหว่างทางเธอก็หยิบเงินสดส่งให้น้องเธอไปอีกแปดพันบาท ศิลเหลือบมองหน้าธีรินท์เห็นเขาพยักหน้าน้อยๆ จึงได้รับเงินจากพี่สาวมาด้วย พรรณษาส่งศิลขึ้นรถมอไซค์รับจ้างที่หน้าห้างเสร็จ เธอก็เตรียมจะเดินกลับคอนโดเขาเพราะเห็นจะออกมานานแล้ว กลัวรายงานไม่เสร็จ แต่เมื่อเธอกำลังจะเดินกลับ ธีรินท์ก็จับแขนเธอไว้ รั้งให้เดินตามเขาเข้าห้างไปอีกครั้ง
"จะไปไหนคะ พี่ชาย" พรรณษาแกล้งทำเสียงเล็กใส่เขา ธีรินท์หันมายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เพราะรู้ว่าเธอแกล้งว่าเขาที่เมื่อกี้เขาเรียกแทนตัวเองกับน้องเธอว่าพี่
"เวลาครางก็เรียกพี่ธีนะ อย่าเรียกอาธี"
"คุณ สมองคิดแต่เรื่องใต้สะดือหรือไง" คนหน้าแดงเอ่ยต่อว่าพลางตีแขนเขาแรงๆ ไปหนึ่งที
"แล้วจะไปไหนอีกคะ"
"ไปซื้อของน่ะซิ"
เขาบอกแค่นั้นแล้วก็ยังจับมือเธอให้เดินตามเข้ามาในห้างด้วย เขาเลือกหยิบตะกร้าแทนรถเข็นเพราะคิดว่าจะซื้อของไม่เยอะ และของที่ได้ก็มีเพียงขนมขบเคี้ยวกับพวกน้ำอัดลมดูเหมือนเขาจะซื้อไปให้เธอเสียมากกว่า ของเขาน่าจะเป็นเบียร์กระป๋อง และก็ยังมีผลไม้ที่ปลอกหั่นให้สำเร็จแล้วอีกหลายแพ็ก ก่อนจะเดินมาคิดเงินที่เคาน์เตอร์ ตอนที่พนักงานกำลังสแกนสินค้าเพื่อคิดเงิน เขาเหลือบไปเห็นชั้นวางถุงยางอนามัยอยู่ด้านหน้า จึงหยิบมาด้วยสองกล่องแล้ววางส่งให้พนักงาน พรรณษาหน้าขึ้นสีทันที ธีรินท์เผลอมองใบหน้าสวยขึ้นสีก็ยิ้มขำนิดๆ ที่จริงเขาก็หยิบมาอย่างนั้นแหละ เพราะไอ้ไซซ์เอ็กซ์แอลที่มันเขียนอยู่ข้างกล่อง เขาใส่ไม่ได้หรอกมันออกจะคับ ส่วนมากเชนทร์จะเป็นคนจัดการเรื่องนี้และเตรียมพร้อมไว้ให้เขาแทบจะทุกที่ เขาแค่นึกอยากจะแกล้งเธอเท่านั้น ซึ่งมันก็ได้ผล ยิ่งเธอหน้าแดงหันหน้ามาทำตาดุใส่เขายิ่งทำให้พนักงานที่กำลังคิดเงินหน้าแดงไปด้วยอีกคน
"น้องชายหรือ" ระหว่างทางเดินกลับ ธีรินท์จึงได้เอ่ยถามพรรณษา
"ใช่ค่ะ"
ธีรินท์เอ่ยถามเพียงเท่านี้ เพราะเรื่องอื่นๆ เขาพอได้ยินยายออยพูดให้ฟังอยู่บ่อยๆ เรื่องเจ๊ษาดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ทั้งเรื่องดูแลแม่ หรือเรื่องที่ไม่ลงรอยกับพ่อเลี้ยง ส่วนเรื่องน้องชายเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือยายออยอาจจะเคยพูดแต่เป็นเขาที่ไม่ได้ใส่ใจฟัง
พรรณษากลับมาถึงห้องเธอก็รีบทำรายงานต่อเพราะเห็นจะเริ่มดึกเสียแล้ว ขนมที่ธีรินท์ซื้อมาเขาแกะซองแล้วก็วางไว้ให้เธอข้างๆ พร้อมกับผลไม้ ส่วนเขาก็นั่งกระดกเบียร์อยู่ข้างๆ บางครั้งก็ก้มหน้าลงมามองแอบอ่านรายงานของเธอบ้าง แต่ถ้าตรงไหนที่เขาอ่านแล้วมันขัดหูขัดตาก็จะบอกเธอว่ามันไม่โอเค พร้อมทั้งเสนอทางเลือกอื่นให้เธอแทน
"อาธีเก่งนะเนี่ย" จนเขาได้รับคำชมเสียหลายรอบ
"เก่งทุกเรื่อง.."
"หยุดค่ะ...รู้ว่าจะเก่งเรื่องอะไรต่อ"
เขายังพูดไม่ทันจนก็โดนคนที่กำลังพิมพ์รายงานอยู่หันมาชี้นิ้วใส่ทำสีหน้าจริงจังจนน่าหมั่นไส้ และเหมือนเธอจะรู้จริงว่าเขาจะพูดเรื่องอะไรต่อ ธีรินท์จึงได้ยกยิ้มมุมปากพลางยักไหล่ให้เธอ พลางเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักที่โต๊ะกลางโซฟาหยิบซองฟอยล์คุ้นตาขึ้นมาหลายอัน คนตัวเล็กได้แต่ทำตาโต อ้าปากค้าง
"คนบ้าอะไรมีถุงยางทุกซอกทุกมุมในครัวก็คงมีด้วยมั้ง" แทนคำตอบคนถูกต่อว่ากลับหัวเราะหน้าตาเฉย
"รู้ยังว่าฉันเก่ง...โดยเฉพาะเรื่องอะไร" ธีรินท์เอ่ยตอบพลางหัวเราะเสียงดังพร้อมคำพูดที่เขาโ
ดนเธอขัดคอไม่ให้พูดเมื่อสักครู่ คนฟังหุบตาไข่ห่านลงได้ ก็ได้แต่ส่งสายตาเขียวๆ ให้แทน
