บทที่ 2 แผนการ

บ้านหลังใหญ่ใจกลางกรุงเทพบนเนื้อที่กว่าสามไร่ พรรณษามองรถหรูคุ้นตาพวกนั้นที่เรียงรายจอดอยู่ในโรงรถ ศิริกัญญาเลี้ยวรถเข้าไปจอดเสร็จเธอเพียงดับเครื่องแล้วก็ลงจากรถโดยไม่สนใจกุญแจที่เสียบคาเอาไว้ เพราะรู้ดีว่าเดี๋ยวคนขับรถของอาธีจะมาทำความสะอาดและล้างรถให้ พรรณษาก้าวลงตามมาแล้วก็เลยไปเปิดประตูด้านเบาะหลังเพื่อหยิบถุงกระดาษหลายถุงที่ยายออยบอกว่าเป็นพร็อพสำหรับคืนนี้

พรรณษาเอี้ยวตัวดูกระจกบานใหญ่ตรงหน้าสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง ดวงตาหวาดหวั่นแต่ไหนๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้ คงต้องเดินหน้าต่อไป

"อาแกเขาจะไม่ตะเพิดเราออกมาใช่ไหม" พรรณษาเอ่ยถาม พลางมองใบหน้าของตัวเองที่ถูกแต่งแต้มไว้จนเข้ม ปากสีแดงสดที่เธอมองแล้วไม่ชอบใจจึงแอบเอากระดาษชำระมาแอบเช็ดให้มันจางลงสักนิดก็ยังดี ผมตรงยาวถึงกลางหลังถูกม้วนให้เป็นลอนปลายผมยิ่งส่งให้ใบหน้าสวยของเธอดูเฉี่ยวขึ้นทันตา ชุดเดรสสีดำเปิดไหล่ขาวเนียนตัดกับผ้าสีดำยิ่งทำให้เธอยิ่งดูขาวขึ้นอีก สองมือของเธอพยายามดึงชายกระโปรงตัวสั้นพอดีตัวลงหวังจะช่วยให้มันยาวลงอีกสักนิด แต่แค่เธอขยับตัวก็เหมือนมันจะยิ่งร่นขึ้นไปอีก

"เชื่อใจได้เจ๊ รอบนี้ไม่โดนด่าแน่ เห็นว่าทางนั้นนัดเพื่อนหลายคน เขาต้องคีพลุค"

"เฉพาะกับคนอื่นน่ะซิ ฉันไม่เคยเห็นอาแกรักษาภาพกับแกกับฉันสักที ด่าได้เป็นด่า"

"รอบนี้รับประกันเจ๊ สู้ๆ เอาให้อาธีหลงเสน่ห์เจ๊ให้ได้สักทีซิ" พรรณษาไม่ได้ตอบ ได้แต่ย่นปากใส่หลานสาวของเขาแทน เพราะค้านจะตอบว่าเธอไม่ได้ชอบคุณอาธีนั่นสักหน่อย ที่รับปากก็เพราะเห็นจะปฏิเสธไม่ได้ บวกกับความรบเร้าของศิริกัญญามันน่ารำคาญใจ เหมือนเด็กรบจะเอาของเล่นไม่มีผิด

รถยนต์ของศิริกัญญาเลี้ยวเข้ามาจอดในสถานบันเทิงสุดหรูชื่อดังในย่านนี้ ทำเอาพรรณษาขมวดคิ้วมองเพราะถนนทั้งเส้นนี้คลาคล่ำไปด้วยสถานบันเทิงมากมายเพียงแต่เธอไม่คิดว่าจะเป็นร้านนี้ ร้านที่เธอต้องมาเริ่มงานในวันจันทร์ที่จะถึง พรรณษาพยายามคิดในทางที่ดี คนมาเที่ยวตั้งเยอะคงไม่มีใครจำได้หรอกมั้ง อีกอย่างเธอก็แต่งหน้าเข้มจัดชนิดที่เกือบจำไม่ได้ด้วยซ้ำ

"ข่าวกรองแน่นะยายออย" พรรณษาถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง

"ชัวร์เจ๊ พี่เตอร์บอก" พี่เตอร์คือเลขาของธีรินท์ เป็นทั้งคนขับรถ ทั้งบอดี้การ์ด

สองสาวเดินเข้าไปภายในร้านแจ้งความประสงค์บอกพนักงานขอโซนวีไอพีบนชั้นสอง ยายออยพยายามมองฝ่าแสงสลัวอีกทั้งแสงไฟที่กะพริบส่ายไปส่ายมาจนน่าเวียนหัว เสียงดนตรีข้างล่างเปิดเพลงที่ชวนให้คนโยกย้ายตามจังหวะ คั่นด้วยเสียงหล่อๆ ของดีเจเป็นระยะๆ

"นู่นไงๆ" ศิริกัญญาหันมาบุ้ยปากให้เธอหันไปมองตาม แล้วจึงหันไปบอกพนักงานว่าต้องการโต๊ะตัวข้างๆ กับโต๊ะวีไอพีใหญ่ด้านในสุด

พรรณษาเดินตามศิริกัญญาไปอย่างไม่ค่อยมั่นคงนัก จะเพราะด้วยรองเท้าส้นเข็มกว่าสี่นิ้วนี่หรือเพราะขาเธอจะเริ่มสั่น เมื่อเห็นธีรินท์ที่นั่งอยู่ด้านใน แม้จะอยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก แต่เขาก็ยังดูเด่นสะดุดสายตาไม่น้อย ใบหน้าเรียวขาวบวกกับไรหนวดเขียวจางๆ ดวงตาคมยิ่งส่งให้ใบหน้าหล่อร้ายนั้นชวนหลงใหลไม่น้อย แต่คงไม่ใช่กับเธอเพราะปากบางๆ ของเขาที่เธอเคยเจอฤทธิ์เดชมาบ้าง ออกจะขยาดอยู่ไม่น้อย

"อุ๊ย อ้าวอาธี"

ศิริกัญญากรีดเสียงอุทานได้อย่างน่าหมั่นไส้ เอ่ยทักทายอาแท้ๆ ของตัวเอง

"น้องไม่ต้องแล้วก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่นั่งโต๊ะนี้แทน" ธีรินท์ขมวดคิ้วมองหลานสาวคนสวยของตัวเองหันไปบอกพนักงานเรื่องโต๊ะ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา

"เฮ้ยๆ ใครวะไอ้ธี" เสียงเพื่อนในกลุ่มที่นั่งกันอยู่เจ็ดถึงแปดคนได้มั้ง พรรณษาก็ไม่แน่ใจแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจจะนับ เห็นเพียงแต่มีผู้หญิงอยู่สามคนหนึ่งในนั้นก็คือ ซันนี่ เด็กเอ็นตัวแม่แห่งวงการออกจะมีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย ตามคำบอกเล่าของศิริกัญญา นั่งอยู่ข้างธีรินท์เอียงข้างเข้าหาชายหนุ่มนิดๆ เรียวขาขาวไขว่ห้างเบียดเกยกับขาของเขาไว้ เธอได้ทันเห็นเธอคนสวยส่งสายตามองมาพอดี

"หลานสาว" ธีรินท์เอ่ยตอบเสียงสะบัดแต่เห็นจะทำอะไรไม่ได้เมื่อเจ้าตัวถือวิสาสะนั่งลงที่โซฟาตัวข้างๆ เขา แล้วก็ดันยายเพื่อนตัวแสบให้มานั่งที่โซฟาตัวเดียวกับเขาอีกด้วย

"เฮ้ย จริงดิ คนที่ไอ้นัทมันเคยเห็นน่ะหรือ สวัสดีครับพี่ชื่อปาลนะครับ" ปาลเอ่ยถามคนนั่งนิ่งเงียบแล้วก็หันไปสวัสดีสองสาว

"สัส! เป็นอา ไม่ใช่พี่" เสียงดุของธีรินท์เอ่ยบอกเพื่อน ทำเอาพรรณษาเกือบจะสะดุ้ง ไหนยายออยบอกไม่ด่าหรอกต้องคีพลุค เธอได้แต่เตรียมใจรอนังษาเอ๊ย

"แหมมึง เพิ่งจะสามสิบกว่าๆ เป็นพี่ก็พอ ใช่ไหมครับ อืม... น้อง.." ปาลจงใจลากเสียงเป็นเชิงถาม

"อ๋อ สวัสดีค่ะออยค่ะ นี่เพื่อนออย ชื่อษาค่ะ" ศิริกัญญาเอ่ยแนะนำ เพราะสายตาของปาลหันมามองทางเธอด้วย

อาปาลที่แนะนำตัวเองเป็นพี่จึงเอ่ยแนะนำเพื่อนของธีรินท์ในโต๊ะให้รู้จัก และยังสั่งเครื่องดื่มสีฟ้าสวยมาให้สองสาวด้วย

พรรณษาคว้าแก้วเครื่องดื่มสีสวยมาจิบย้อมใจเล็กน้อย เพราะคิดไม่ออกว่าจะทำอีกท่าไหนถึงจะขัดขวางยายคนสวยนั้นได้ ดูเจ้าหล่อนเกาะแขนซบไหล่เขาไว้ไม่ยอมปล่อย ยายออยก็ขยันขยิบตาใส่เธอให้จนตาจะเขเสียให้ได้ เธอเห็นเขานิ่งเงียบไม่พูดไม่จา มีเพียงตอบคำถามเป็นบางคำเท่านั้น มีแต่เพื่อนอีกสามคนที่ขยันเอ่ยถามจนเธอกระดิกตัวไปทางไหนไม่ได้เลย

"อาธีมาที่นี่บ่อยหรือคะ บรรยากาศดีทีเดียว" หลังจากได้เหล้าไปสองแก้ว พรรณษาก็เริ่มหน้าชากล้าเอ่ยถามชายหนุ่มข้างๆ ราวกับสาวนักท่องราตรีเอ่ยชมบรรยากาศ

"บ่อย"

คำตอบสั้นๆ ของธีรินท์พลางเหลียวหน้ามามองสาวคนข้างๆ เขาเกือบจำเธอไม่ได้เห็นเดินมาทีแรกเขายังแอบมองหุ่นนาฬิกาทรายของเจ้าหล่อนอยู่เลย เรียวขาสวยได้รูปนั่นยิ่งสะดุดตา แต่เมื่อมองเห็นว่าเป็นใครแถมยังเดินมาด้วยกันกับหลานสาวของเขาอีก เขาแทบจะสบถออกมาให้ได้

"มาทำอะไรกัน จะก่อเรื่องอะไรอีก" ธีรินท์โน้มหน้าลงมากระซิบพอให้ได้ยินกันแค่สองคน จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขา

"อาธีคิดมากไปได้ พวกหนูก็แค่มาเที่ยวกันเอง" พรรณษาประดิษฐ์ยิ้มหวานใส่ชายหนุ่มแหงนหน้าเอ่ยตอบเขาเบาๆ ก็คงจะเหมือนแค่คนคุยกันธรรมดา ถ้าเธอจะไม่หัวเราะน้อยๆ ออกมาอย่างน่าหมั่นไส้ เรียกสายตาจากสาวสวยอีกข้างของเขาให้หันมามองด้วย

"ถ้าก่อเรื่องฉันไม่ไว้หน้าแน่" ธีรินท์เข่นเขี้ยวใส่คนตัวเล็กที่ยังยิ้มหวานใส่เขา

"อ๋อ ได้ซิคะ แต่ษาเต้นไม่ค่อยเก่งนะคะ ต้องให้อาธีนำนะ" เสียงหวานที่เคยกระซิบเอ่ยดังพอให้หลายคนได้ยิน พอดีกับที่จังหวะเพลงเปลี่ยนเป็นเพลงช้าเหมาะแก่การเต้นรำ ธีรินท์แทบจะหน้าเหวอ แต่เขาก็สามารถปรับสีหน้านั้นได้อย่างรวดเร็ว

"โหไรวะไอ้ธี มึงนี่นะ เป็นตาอยู่คว้าพุงปลาเลยมึง"

เสียงเพื่อนของเขาเอ่ยไล่หลัง เมื่อมือเล็กคว้าแขนเขาดึงให้ลุกขึ้นทันที เดินไปที่พื้นที่ว่างด้านข้าง แต่รองเท้าส้นเข็มของเธอเกิดพลิกพรรณษาเกือบจะลงไปกองกับพื้นอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้แขนแข็งแรงของเขาช่วยคว้าแขนเธอไว้ สาบานได้ว่าเธอไม่ได้แกล้งล้ม แต่ศิริกัญญาแอบส่งยิ้มร้ายยักคิ้วให้พรรณษาเมื่อเห็นเจ๊ษาทำได้ดีมาก

"เพื่อนน้องษา กับเจ้าธีนี่มันยังไงกันแน่เนี่ย" ปาลเอ่ยถามศิริกัญญา เมื่อมองเห็นคนตัวสูงโอบเอวสาวตัวเล็กเอาไว้ แขนเรียวของเธอก็รั้งคอเขาไว้หลวมๆ สองร่างโยกย้ายเบาๆ ตามเสียงเพลงจังหวะสบายๆ เพราะปกติพวกเพื่อนอย่างปาลแทบจะไม่เคยเห็นภาพแบบนี้ของเจ้าธีมันเลยสักครั้ง

"ออยก็ไม่อยากยุ่ง ไว้ให้เจ้าตัวเขาบอกเองดีกว่าค่ะ" ศิริกัญญาจงใจพูดให้สาวที่นั่งหน้างออยู่ได้ยิน ชวนให้คิดเป็นอย่างอื่น

แต่ใครจะรู้ว่าบทสนทนาของหนุ่มสาวที่ดูสวีตหวานในสายตาคนนอกคุยอะไรกัน

"ฉันนี่เอือมกับพวกเธอจริงๆ" ธีรินท์เอ่ยบอก พลางถอนหายใจใส่คนในอ้อมกอด เขาก็เลยเล่นไปตามน้ำเพราะอยากจะรู้ว่าจะมาไม้ไหนอีก

"สาวคนใหม่หรือคะ" พรรณษาไม่สนใจคำค่อนขอดของเขาเธอกลับเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มสดใสให้

"เกี่ยวอะไรกับเธอ แล้วก็จะบอกไว้อย่างนะ ว่าฉันไม่ได้สนใจเธอ เลิกเอายายออยมาเป็นข้ออ้างเข้าหาฉันได้แล้ว ถ้าอยากได้เสี่ยเลี้ยงเดี๋ยวฉันจะแนะนำให้" พรรณษาทำแก้มป่องๆ พลางยิ้มให้คล้ายไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดออกมา

"แต่ษาสนใจคุณนี่คะ"

"ฉันไม่ชอบผู้หญิงราคาพันห้า" พรรณษากะพริบตาลงแช่ในท่าหลับตาอยู่ครู่ ไงล่ะโดนแล้วหนึ่งดอกยายษาจี๊ดไหม พรรณษาได้แต่ถามตัวเอง คำตอบที่ได้แม้จะขำอยู่ในใจ อยากจะบอกใส่หน้าเขาเหมือนกันว่าเธอก็ไม่ได้พิศวาสผู้ชายปากแบบนี้นักหรอก แต่มันทำไม่ได้ พรรณษาลืมตาขึ้นช้าๆ

"แต่ถ้าคุณธีสนใจหนูไม่คิดเงินก็ได้นะคะ" พรรณษายิ้มร้ายใส่เขา พลางกรีดนิ้วไปที่สันกราม ส่งสายตายั่วยวน เผยอปากมองเขาอย่างท้าทาย จะด้วยเพราะเหล้าหรือเพราะการแสดงของดาราดังระดับเอ็กตร้าอย่างเธอก็ไม่แน่ใจ เธอได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดของเขาที่เจือไปด้วยความไม่ชอบขี้หน้าหรือจะเรียกว่ารังเกียจดีเธอก็ไม่แน่ใจ มือที่เขาโอบเอวเธอไว้หลวมๆ ถูกปล่อยออก

"แค่คุณเดินออกไปกับหนู ทิ้งยายนั่นไว้ที่นี่ หนูจะเลิกยุ่งกับคุณอีกสัญญา"

"ต้องการแค่นี้ใช่ไหม"

"ค่ะ แค่นี้ แค่ไม่ใช่ยายคนนี้"

ธีรินท์หันหลังเดินออกไปทันที พรรณษารีบคว้าแขนเขาไว้เกาะเดินออกไปพร้อมกัน ไม่ลืมที่เธอจะหันไปขยิบตาให้เพื่อนรุ่นน้องอย่างศิริกัญญา

"อ้าวๆ นั่นๆ ไปไหนกันแล้วน่ะ" เสียงเพื่อนของธีรินท์เอ่ยถามเมื่อเห็นสองคนที่กำลังเต้นรำยังไม่ทันจบเพลงเดินเกาะแขนกันออกไปแบบนั้น

"แหม คุณปาลก็ไม่น่าถามเลย" ศิริกัญญาเอ่ยตอบได้อย่างน่าหมั่นไส้ ส่งสายตามองเด็กเอ็นคนสวยที่อาหนุ่มสุดหล่อของเธอหิ้วมาด้วย ซึ่งปกติจะเห็นอาของเธอหิ้วสาวมาบ่อยๆ ก็ไม่แปลก แต่กับคนนี้เธอรับไม่ไหวจริงๆ แล้วปกติก็จะเห็นแค่ครั้งสองครั้งแต่กับยายคนนี้เธอเห็นมาเกือบเดือนแล้วจนกลัวว่าอาของเธอจะเลี้ยงดูจริงจัง จึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม

ธีรินท์โทรเรียกคนขับรถของตัวเอง เพียงครู่เดียวพี่เตอร์ก็เอารถตู้สีดำทึบมาจอดที่หน้าผับ เขาก้าวขาขึ้นนั่งเบาะแถบใน พรรณษาจึงก้าวตามเขาขึ้นไปนั่งเบาะข้างๆ เขาไม่ได้เอ่ยสั่งอะไร พี่เตอร์ขับรถออกมาได้สักพักจึงได้เอ่ยถาม

"คุณษา จะให้ส่งที่ไหนครับ" พี่เตอร์เรียกคุณตามหลานสาวเจ้านาย

"เอ่อ.." พรรณษากำลังตัดสินใจว่าจะลงตรงไหน ระหว่างทางกลับบ้านของชายหนุ่มมีที่ไหนที่พอจะใกล้กับหอพักของเธอบ้าง แต่เห็นจะคนละทาง ครั้นจะบอกว่าไปบ้านเขาก็กลัวจะโดนด่าอีก เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองลืมกระเป๋าถือใบน้อยที่มีโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์อยู่ในนั้น เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร

"จอดข้างหน้านั่นแหละ" ธีรินท์ก็เอ่ยตอบออกมาแทน

รถแล่นมาอีกเพียงไม่ถึงร้อยเมตร พี่เตอร์ใจดีพยายามจอดตรงหน้าร้านสะดวกซื้อให้ เพราะเห็นจะดึกแล้ว เมื่อรถจอดเธอก้าวขาลงมายังไม่ทันจะถึงพื้นทั้ง

สองข้าง เสียงเจ้านายของพี่เตอร์ก็สั่งให้ออกรถทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป