บทที่ 6 จับไข้

พรรณษาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมอาบน้ำตัวเดิม แถมด้วยผ้าขนหนูผืนเล็กที่พันผมไว้รอบศีรษะ เธอพยายามมองสำรวจหาชุดตัวเองที่ใส่อยู่เมื่อคืน ว่าโดนถอดไปโยนไว้ตรงไหน แต่ก็หาไม่เจอ เธอจึงเดินไปมองที่ตะกร้าผ้าใช้แล้วของเขาในห้องแต่งตัว อ้อ มันอยู่ตรงนี้ มือบางรีบคว้าชุดสวยที่ถูกม้วนเป็นเลขศูนย์มาถือไว้แน่น เมื่อออกมาเจอเจ้าของห้องที่นั่งอยู่ตรงโซฟาตัวใหญ่ถัดจากโซนห้องนอน เธอพอจะคุ้นชินห้องเขาอยู่ไม่น้อย พอรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เพราะบางครั้งที่เธอช่วยงานแม่บ้านของที่นี่นิดๆ หน่อยๆ และก็บ่อยครั้งที่พวกพี่ๆ จะขอแรงให้เธอเอาเสื้อผ้าของเขามาเก็บเพราะไม่ค่อยมีใครอยากเข้ามาวุ่นวาย เกิดทำอะไรไม่ถูกใจก็อาจจะโดนดุได้

"จะหอบผ้าหอบผ่อนไปไหน" เสียงเอ่ยทักเมื่อเห็นคนตัวเล็กหอบของพะรุงพะรัง ทำท่าจะเดินไปทางประตู

"หนูจะกลับแล้วค่ะ"

"มาทายาก่อน"

"เอ่อ..เดี๋ยวหนูไปทาเองได้ค่ะ"

"จะเดินมาเองหรือจะให้ฉันเดินไปหา"

พรรณษาได้แต่ถอนหายใจหนักๆ เดินไปหาเขาที่โซฟา เธอกำลังจะหย่อนก้นนั่งที่โซฟาตัวเล็ก กลับถูกแขนแข็งแรงของเขาดึงให้ไปนั่งข้าง ๆ โชคดีที่เขาแต่งตัวด้วยชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว แค่เพียงก้นถึงพื้น มือใหญ่ของเขาก็เอื้อมมารั้งสาบเสื้อที่ทบกันอยู่ให้แยกจากกัน เธอพยายามเอามือดึงผ้าปิดทรวงอกเอาไว้ ปลายนิ้วเรียวป้ายยาแล้วก็เกลี่ยมือเบาๆ ที่รอยแดงตรงคอไล่ลงมาถึงเนินอกอิ่ม พอเธอเห็นเขาทาครบแล้วก็รีบปิดเสื้อเข้าหากัน

"มีตรงไหนอีก"

"หมดแล้วค่ะ" พรรณษารีบบอกอย่างรวดเร็ว

"ฉันจำได้ว่ามีอีกที่" ตรงรอยบิกินี เขาจำได้แม่นยำ

"เดี๋ยวหนูทาเองได้ค่ะ" เธอรีบบอกแล้วก็แย่งหยดยาจากมือเขามาถือเอาไว้

"รีบทาซะ จะได้กินข้าว แล้วก็กินยาซะด้วย ตัวร้อนๆ แล้ว"

พรรณษาเพิ่งจะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองครั่นเนื้อครั่นตัวก็ตอนที่เขาบอกเธอตัวร้อนนี่เอง เพราะตัวเองมัวแต่ระแวงความเจ็บตรงกายสาว เธอหันหลังให้แล้วรีบป้ายยาอย่างรวดเร็ว แล้วก็เดินไปที่โต๊ะอาหารตัวเล็กในห้องส่วนตัวใหญ่ ห้องของเขาใหญ่พอจะเป็นบ้านอีกหลังได้สบายๆ เพราะออกจะครบครันไปเสียทุกอย่างแม้กระทั่งเคาน์เตอร์บาร์ใหญ่ที่มีเหล้าต่างประเทศหลากหลายชนิดวางเรียงกันอยู่ คงจะขาดก็แต่ห้องครัวเท่านั้น

ทีแรกเธอว่าตัวเองไม่หิวเท่าไร แต่เมื่อตักข้าวต้มกุ้งเข้าปากได้เพียงคำเดียว คำต่อไปของเธอก็เกือบจะหมดชาม ยาแก้ปวดสองเม็ดวางอยู่ในแก้วใบเล็กเธอหยิบมันโยนเข้าปาก แล้วก็กระดกน้ำตามอีกใหญ่

"ค่อยๆ กินไม่เป็นหรือไง แล้วก็รีบเข้าไปนอน นอนที่ห้องนี่แหละ"

"เอ่อ.."

"ไปนอนห้องยายออยเกิดไข้ขึ้นสูงขึ้นมาใครจะเห็น อย่าเรื่องมากรีบไปนอน"

พรรณษาอยากจะเถียงเขาสักหลายคำ แต่เมื่อมาถึงตรงนี้อาการปวดหัวเริ่มจะถามหาจนเธอไม่นึกอยากต่อล้อต่อเถียงกับเขาแล้ว จึงยอมเดินตามเขาเข้าไปแต่โดยดี

"ยายออยไปที่ไหนหรือคะ" ยังไม่ลืมที่จะถามหาคู่กรณีของเขา

"หนีไปบ้านที่หัวหินแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก ให้เชนทร์อยู่เป็นเพื่อน"

พรรณษาพยักหนักหน้ารับรู้ แล้วก็เดินกลับไปที่ห้องนอนเขาอีกครั้ง ผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตาถูกเปลี่ยนผืนใหม่ เพราะรอยยับยู่ยี่นั้นไม่มี กลับเรียบตึงและยังไม่มีร่องรอยการนอนมาก่อนด้วย พรรณษาไม่ทันได้สนใจอีก เธอทิ้งตัวลงนอนทั้งชุดคลุมอาบน้ำ ผ้าคลุมผมเพราะผมยังไม่แห้งก็พันไว้แบบนั้น เธอหลับสนิทไปตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีเมื่อเธอได้ยินเสียงไดร์เป่าผมอยู่ข้างหู เธอค่อยๆ ปรือตาขึ้นมอง เห็นธีรินท์กำลังจับมันเป่าผมเธออยู่

"นอนไปทั้งแบบนี้ได้ยังไง"

เสียงเขาบ่นอะไรต่อเธอก็ไม่รับรู้ เพราะหลับลงไปอีกอย่างง่ายดาย และก็ถูกเขาปลุกตื่นอีกทีตอนบ่ายสองกว่าๆ เพราะต้องกินยาอีกรอบ อาหารเที่ยงตอนบ่ายสองจึงเป็นเพียงอาหารง่ายๆ เกี๊ยวน้ำชามใหญ่ดูน่าอร่อยแต่เธอก็กินได้เพียงนิดเดียว แล้วก็กินยาแก้ปวดลดไข้อีกสองเม็ด หลับยาวอีกครั้งตื่นมาจนเกือบจะหกโมงเย็น

"อ้าว ตื่นพอดี จะได้ให้แม่บ้านยกกับข้าวขึ้นมาให้ ดีขึ้นบ้างไหม"

"ดีขึ้นแล้วค่ะ" แต่สีหน้าคนตอบแทบจะไม่ต่างจากตอนที่นอนซมไข้ ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อคงจะเพราะพิษไข้ ผมเผ้าแม้จะเป่าไดร์จนแห้งแต่ก็ดูยุ่งอยู่ไม่น้อย เธอเอามือรวบผมแล้วก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่านอนทั้งที่ยังเช็ดผมไม่แห้ง แต่สมองก็ดันประมวลออกมาให้เธอรู้จนได้ ภาพจำสุดท้ายก่อนจะหลับสนิทเธอเห็นเหมือนเขาจะเป่าผมให้ พรรณษาแกล้งทำเป็นไม่สนใจแล้วก็ลุกจากเตียงเดินไปที่โต๊ะอาหารสักพักแม่บ้านของเขาก็ยกกับข้าวสำหรับทานสองคนมาให้

พรรณษาแทบจะไม่กล้ามองพี่แม่บ้านที่เดินเข้ามา เพราะออกจะคุ้นเคยกันอยู่บ้าง เวลาที่เธอมาค้างกับศิริกัญญาบ่อยครั้งที่เธอมักจะเข้าไปช่วยในครัว เธอรีบก้มหน้างุดกินอาหารอย่างไม่รู้รส

"อาธีจะไม่ไปดูยายออยหน่อยหรือคะ" พรรณษาเอ่ยทำลายความเงียบบนโต๊ะอาหาร

"เดี๋ยวก็กลับมาเองแหละ" ธีรินท์มองหน้าคนถามพลางสำรวจอยู่ในที ก่อนจะเอ่ย "แล้วเรื่องเธอล่ะ จะเอายังไง" เขาเอ่ยถามลองเชิง

"หมายถึงอะไรคะ"

"เรื่องที่เธอนอนกับฉันน่ะ"

"อาธีจะให้เท่าไหร่ล่ะคะ พันห้าหรือ" พรรณษาเอ่ยถามไม่มองหน้า แต่เอื้อมแขนไปตักต้มจืดหน้าตาเฉย

"อ้อ ต้องการแค่นั้น"

นอกจากก้าวร้าวแล้วยังจะ เขาไม่รู้จะเปรียบเทียบคำไหนกับคนตรงหน้าเลยจริงๆ ได้แต่ส่งสายตาขุ่นๆ ให้ เขาคิดว่าเธอจะเรียกร้องอะไรที่เขาไม่สามารถให้ได้เสียอีก แต่เปล่าเลยเจ้าหล่อนกลับเรียกราคามา แม้ออกจะโล่งใจ แต่ก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน

"เดี๋ยวหนูจะกลับเลย" คนกินข้าวเสร็จเอ่ยบอก แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะกินยาแก้ปวดที่วางอยู่ข้างจานข้าวตัวเองไปอีกสองเม็ด พลางแบมือให้คนตรงข้าม

"อะไร" ธีรินท์ขมวดคิ้วมองเพราะไม่เข้าใจ

"อ้าว ค่าตัว ค่าแรง หรืออาธีเรียกมันว่าค่าอะไรก็อันนั้นแหละค่ะ"

ธีรินท์เดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์มาเปิดดู ในนั้นมีเงินสดอยู่เพียงห้าร้อยกว่าบาทเท่านั้น

"เอาไปเท่านี้ก่อนได้ไหมล่ะ ฉันไม่มีเงินสดติดตัว" เขาแกล้งเอ่ยถามเจ้าหล่อนไปอย่างนั้น เพราะในลิ้นชักหัวเตียงเขาจำได้ว่าเคยใส่เอาไว้ หรืออีกทีก็คงต้องไปเปิดตู้เซฟ

"โอนเลยค่ะ พร้อมเพย์" เจ้าตัวบอกหมายเลขต่อท้ายมาให้พร้อมเชียวแหละ

ธีรินท์จึงหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างจานข้าวมากดเข้าแอปพลิเคชันธนาคารโอนเงินให้ตามความต้องการของเธอ ห้าพันบาท พรรณษายังไม่รู้ว่าเท่าไร เพราะโทรศัพท์ไม่ได้อยู่ที่ตัวเอง อาจจะอยู่ห้องยายออยแล้วก็ได้ จำได้ว่าล่าสุดวางของกันไว้ที่ห้องอาหารข้างล่างก่อนจะเกิดเรื่อง เขาโอนเสร็จก็ไม่ได้ให้เธอดูสลิปเขาคว่ำโทรศัพท์ลงข้างจานแล้วก็กินผลไม้ต่อ

"หนูลาเลยนะคะ" เธอยกมือขึ้นสวัสดีเขาแล้วรีบไปคว้ากองเสื้อผ้าที่วางแอบไว้ข้างโซฟา

"ถ้าครั้งหน้าจะใช้บริการอีก ติดต่อทางไหน" เสียงถามอยู่ด้านหลัง เพราะเขาเดินตามเธอมาด้วย

พรรณษามองใบหน้าหล่อ แต่แววตาออกจะกวนประสาทนั้นอย่างเหลืออด คันปากยิบๆ แต่ก็ต้องอดทนไว้เพราะกลัวจะเป็นอย่างคืนนั้น

"เดี๋ยวให้เตอร์ไปส่ง"

พรรณษาเอ่ยห้ามเขาไม่ทัน เพราะเขายกหูโทรศัพท์บอกเลขาคนสนิทของเขาเสียแล้ว แล้วถ้าเธอไม่ยอมให้พี่เตอร์ไปส่ง เขาคงจะวุ่นวายกับเธอไม่เลิก เพราะคำสั่งเจ้านาย พรรณษาจึงให้พี่เตอร์ไปส่งที่มหาวิทยาลัยเพราะนังแดงของเธอยังจอดไว้อยู่ที่นั่น

ห้องพักราคาห้าพันห้าร้อยบาทในกรุงเทพเมืองใหญ่นับว่าถูกมาก แต่ขนาดของห้องก็ต้องเป็นไปตามราคา เฟอร์นิเจอร์ราคาถูกแถมอยู่ในห้องพอให้เธอได้ใช้งานได้ เมื่อกินข้าวกินยามาแล้ว พรรณษาก็ทิ้งตัวลงเตียงนอนทันที เธอเหลือเวลาพักผ่อนอีกแค่วันเดียว วันจันทร์เรียนเสร็จตอนเย็นเธอก็ต้องไปทำงานอีก สถานบันเทิงหรูที่เธอไปเมื่อคืนในฐานะลูกค้าแถมเลือกโซนวีไอพีเสียด้วย แต่พรุ่งนี้เธอคงต้องไปในฐานะพนักงานเสิร์ฟ เดิมทีเธอก็คิดอยากจะสมัครเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์แหละ แต่กลัวจะไปด่าลูกค้า แม้เงินจะดีมากก็ตาม แต่เด็กเสิร์ฟของที่นี่ก็รายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อาจจะเพราะเป็นสถานบันเทิงที่ราคาแพง

คล้ายจะนึกอะไรได้ พรรณษาผงกหัวขึ้นมารีบเสียบสายชาร์จโทรศัพท์เพราะไม่รู้ว่าแบตหมดไปตอนไหน แค่เพียงเครื่องติดเท่านั้น เสียงข้อความก็รัวเข้ามาจนเธอมองแทบไม่ทัน ทั้งศิริกัญญา ทั้งข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ แต่ที่สะดุดตาคงจะเป็นจากธนาคาร มีเงินโอนเข้า ห้าพันบาทถ้วน พรรณษาตาโตด้วยความตกใจ แล้วก็ปล่อยผ่านไม่คิดจะไปถามไถ่สาวความยาวกับเขาอีก เธอเพียงโทรกลับหา

ศิริกัญญาแต่เหมือนยายออยจะปิดเครื่องไปอีกครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป