บทที่ 7 ไซซ์เอส

เช้าวันจันทร์พรรณษาไปเรียนตามปกติ และเธอก็เจอศิริกัญญาที่ห้องเรียน ใบหน้าไร้แววเศร้าหมองเสียใจ แต่กลับจะดูสดใสกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ

"เจ๊ษา ๆ ทางนี้" ศิริกัญญายกมือโบกให้คนที่เดินเข้าประตูห้องหันมามอง แต่เธอเห็นใบหน้าสดใสนั้นมาแต่ไกลแล้ว

"เป็นไงมั่ง โอเคหรือยัง" พรรณษาเอ่ยถามหมายถึงเรื่องนั้น

"อื้อ โอเคแล้ว แต่เมื่อวานไม่ได้โทรกลับ ขี้เกียจเปิดเครื่อง เบื่อคนโทรตาม"

พรรณษาพอจะเข้าใจว่ายายออยหมายถึงใคร คงจะไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากอาธีของเธอนั่นเอง เพราะพ่อแม่ของศิริกัญญาอยู่ต่างประเทศกันหมด เดิมทีตัวยายออยเองก็อยู่กับพ่อกับแม่ แต่เนื่องจากต้องเดินทางย้ายประเทศบ่อยบวกกับต้องย้ายโรงเรียนตามครอบครัวหลายครั้ง แม่ของยายออยจึงส่งกลับมาเมืองไทย ให้อาธีน้องชายแท้ๆ ดูแลหลานสาว

"แล้วปรับความเข้าใจกันแล้วใช่ไหม"

"อื้อ เรื่องนั้นช่างมันเถอะ"

"เรื่องเจ๊เหอะ เสร็จแล้วเหรอ" พรรณษานิ่วหน้าไม่เข้าใจว่าศิริกัญญาหมายถึงเรื่องไหน เลคเชอร์ที่เธอขอลอกก็เสร็จตั้งนานแล้ว หรือมีงานอะไรที่เธอลืมไปอีก

"แหมเจ๊ อย่าเนียน บอกมาเหอะ หนูรู้แล้วนะ" รอยยิ้มกรุ้มกริ่มแถมยังยักคิ้วส่งให้ พรรณษาก็ยิ่งไม่เข้าใจ

"เรื่องอะไร"

"ก็..เรื่องอาธีไง" พรรณษาหน้าแดงขึ้นทันตาเพราะไม่คิดว่าธีรินท์จะพูดเรื่องนี้กับหลานสาวตัวเอง นี่เขาเป็นคนประเภทไหนกันแน่เนี่ย

"เอ่อ..."

พรรณษายังไม่ทันได้เอ่ยตอบ หรือแม้อยากจะถามกลับก็หมดโอกาส เมื่ออาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามาในห้อง พลางขยับแว่นตามองลอดแว่นว่าห้องเรียนคนเยอะไหม หรือถ้าตรงไหนยังคุยกันอยู่ ท่านก็จะหยุดยืนมองอยู่แบบนั้น ซึ่งนักศึกษาพอจะรู้กิตติศัพท์ของท่านจึงพากันแยกตัวนั่งประจำที่ตัวเอง พรรณษาก็เช่นกัน

"เรื่องมันเป็นไงเล่าซิเจ๊" พอหมดคาบเรียนศิริกัญญาก็เริ่มถามต่อทันที

"แล้วได้ยินมาไงล่ะ"

"ก็..อาธีจูบเจ๊อยู่ตรงบันได แล้วก็อุ้มเข้าห้องหายไปทั้งคืน ทิ้งยายหน้าพลาสติกไว้ที่ห้องรับรองแขกทั้งคืนเหมือนกัน จริงป่ะเจ๊" พรรณษาไม่ตอบแต่ลุกหนีออกจากโต๊ะเลคเชอร์เพราะจะต้องไปเรียนคาบต่อไป อีกทั้งจะได้เอาใบหน้าเห่อร้อนหันหนีจากคนช่างซักนี่ด้วย

"แบบนี้แสดงว่าจริงน่ะซิ งั้นหนูต้องเรียกเจ๊ว่าอาสะใภ้แล้วซิเนี่ย"

"หึ ไปถามอาธีเธอสิ ว่าให้ค่าตัวฉันมาเท่าไหร่" พรรณษาทำเสียงในลำคอ ก่อนจะเอ่ยตอบพูดจบเธอก็รีบเดินเข้าห้องเรียน ทิ้งให้ศิริกัญญาได้แต่ยืนอึ้งอยู่ กว่ายายออยจะหาขาตัวเองเจอว่าต้องรีบไปเข้าห้องเรียนด้วย ก็เกือบชนกับอาจารย์

"เดี๋ยวหนูจะกลับไปจัดการอาธี" ศิริกัญญายังกระซิบกระซาบ แม้อาจารย์จะเริ่มทำการสอนแล้วก็ตาม

"ช่างเหอะ เดี๋ยวจะไปทะเลาะกับเขาเปล่าๆ" พรรณษากระซิบตอบเช่นกัน แล้วก็หันหน้าไปสนใจการสอนของอาจารย์ต่อ เป็นการตัดขาดการคุยกับศิริกัญญาไปโดยปริยาย

พรรณษาต้องคอยหาเรื่องพูดให้ศิริกัญญาเลิกสนใจเรื่องของเธอกับอาธีอยู่บ่อยๆ พอโดนถามมากๆ เธอก็มักจะเปลี่ยนเรื่องไปเสียดื้อๆ ไม่อยากให้ยายออยต้องกลับไปมีปัญหากับอาธีอีก เพราะเห็นวันนั้นเธอออกจะตกใจอยู่ไม่น้อย จนถึงเวลาเลิกเรียน ยายออยจะชวนเธอไปค้างที่บ้านด้วย แต่เธอก็ต้องปฏิเสธเพราะวันนี้จะเป็นวันเริ่มงานวันแรก แล้วจะต้องไปถึงร้านสิบเจ็ดนาฬิกาตรง เพราะเธอเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ ที่จะทำงานไม่ครบเวลาเหมือนคนอื่น เจ้าของร้านเลยอนุญาตให้เธอเริ่มงานเร็วโดยมาช่วยงานในครัว งานทั่วไป ก่อนจะเริ่มงานเสิร์ฟตอนหนึ่งทุ่มและเลิกงานได้ตอนเที่ยงคืน เพราะเธอคิดว่ากว่าจะถึงห้องอาบน้ำกินข้าว คงจะตีหนึ่งพอดี ตอนเช้าตื่นแปดโมงเช้า ก็คงจะได้นอนพอเต็มอิ่ม โชคดีที่ตารางเรียนของเธอไม่ได้เริ่มเช้ามาก เต็มที่ก็แค่เก้าโมงเช้าเท่านั้น

ตุ๊บ!!

เสียงแฟ้มเอกสารกระทบพื้นโต๊ะตัวเตี้ยหน้าโซฟาใหญ่เสียงดัง ธีรินท์เงยหน้ามองคนที่โยนแฟ้มมาให้ด้วยสายตาไม่สบอารมณ์นัก

"ห่าอะไรของมึงอีก"

ภูมิพัฒน์มองหน้าคนถามด้วยสายตาเว้าวอน ก่อนจะดันแฟ้มที่โยนลงไปไม่ตรงทิศทางให้ไปอยู่ตรงหน้าธีรินท์

"มึงรับพนักงานใหม่ให้กูทีสิ กูจะไปตามลิลลี่กลับบ้านน่ะ" ภูมิพัฒน์เอ่ยถึงแฟนสาวที่งอนเขาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วยังไม่หาย

"มึงไม่เข้าร้านมาตั้งแต่วันศุกร์แล้วนะ" ธีรินท์เอ่ยเตือน

"แหม เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา มึงก็ไม่เข้า ได้แต่ส่งไอ้เชนทร์เลขามึงมาแทน"

"กูติดธุระ"

"ธุระกับสาวชุดดำนั่นน่ะเหรอ เห็นพวกไอ้ปาลมันโม้แตกว่ามึงทิ้งน้องซันนี่เอาไว้ที่นี่เฉยเลย แถมเป็นเพื่อนหลานสาวด้วยมึง ขบเผาะๆ เปล่าวะ" ภูมิพัฒน์ยิ้มร้ายใส่เพื่อน ถึงแม้เขาจะไม่ได้เข้าร้านแต่เรื่องของไอ้ธี ก็กลายเป็นกระแสในกลุ่มไลน์ แล้วสงสัยไอ้นี่ไม่ได้อ่านไลน์กลุ่ม

ไร้การยอมรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธจากธีรินท์ เขาคงเงียบเฉยไม่ต่อความ เอื้อมตัวไปหยิบแฟ้มเอกสารมาเปิดดู

"เสิร์ฟผู้หญิงสามคน พาร์ตไทม์หมดเลย ผู้ชายอีกสามคนทำเต็มเวลา เด็กรับรถอีกคน" ภูมิพัฒน์รายงานจำนวนพนักงานเข้าใหม่ ให้เจ้าของร้านอีกคนฟัง

"หึ พอเด็กเสิร์ฟให้กูรับ พอเด็กดริ๊งก์ไม่เคยเห็นเรียกกูมั่ง" ธีรินท์อดจะค่อนขอดหุ้นส่วนร้านอีกคนไม่ได้ เพราะเห็นจะจริงอย่างที่เขาพูด

"ก็มึงบอกไม่กินไก่วัด"

ธีรินท์ยังไม่ทันได้ตอบภูมิพัฒน์ต่อ เขาก็ต้องสะดุดตากับใบสมัครงานฉบับสุดท้าย ใบหน้าคุ้นตาบนรูปถ่ายขาวดำขนาดหนึ่งนิ้ว เขาไล่สายตาไปมองประวัติ พรรณษา อุ่นอรุณ รอยคิ้วขมวดมุ่น

"แต่มีน้องคนนึงสวยดีว่ะ ยังเรียนอยู่เลย เห็นว่าปีสุดท้ายนี่ล่ะมั้ง" ธีรินท์พอจะเข้าใจว่าไอ้เพื่อนของเขามันหมายถึงใคร เพราะจากที่เปิดดูประวัติพนักงานก็เห็นเธอออกจะโดดเด่นกว่าเพื่อน

"กูชวนเขาให้เป็นเด็กดริ๊งก์ด้วยนะ แต่เขาไม่เอาว่ะ เสียดาย" ธีรินท์เหลือบตามองหน้าคนบ่นเสียดาย

"ไปไหนก็ไปเลยมึง เดี๋ยวกูจัดการเอง"

"เออ ฝากด้วยนะมึง กูไปง้อลิลลี่ก่อน"

ภูมิพัฒน์พูดจบก็รีบก้าวเท้ายาวๆ ออกจากห้องกระจกทึบบนชั้นสองของผับไปอย่างรวดเร็ว

สิบเจ็ดนาฬิกาตรง พนักงานใหม่ที่มาเตร่รออยู่ด้านหลังร้าน ก็ถูกเรียกขึ้นมาพร้อมผู้จัดการร้าน พรรณษาเดินเข้ามาเป็นคนสุดท้าย พลันสายตาที่เหลือบไปเห็นชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอยู่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่แต่ถูกลากออกมาวางอยู่ตรงหน้าโซฟา พวกผู้ชายเลือกที่จะนั่งเก้าอี้ที่ถูกยกมาเสริม ปล่อยให้สาวๆ นั่งที่โซฟาตัวยาว และผู้จัดการนั่งอยู่ที่โซฟาเดี่ยวข้างๆ พรรณษายกมือขึ้นสวัสดีตามคนอื่น ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งสายตาสำรวจของเธอมองเขาด้วยความตกใจ อย่าบอกนะเข้าเป็นเจ้าของที่นี่ ไม่เคยเห็นยายออยพูดถึง แล้วที่มาวันนั้นก็คิดว่าเขาแค่มาเที่ยว แถมเจ้าของร้านที่สัมภาษณ์เธอวันนั้นก็เป็นอีกคน

"นี่คุณธี เจ้าของร้านอีกคนครับ เป็นหุ้นส่วนกับคุณภูมิ" ผู้จัดการเป็นคนเอ่ยแนะนำ พรรณษาจึงได้ถึงบางอ้อ ซวยฉิบหาย เธอได้แต่พึมพำอยู่ในใจ

"สวัสดีครับ คุณภูมิน่าจะพูดรายละเอียดไปหมดแล้วทั้งเรื่องเงินเดือน สวัสดิการ" พนักงานต่างพยักหน้าเอ่ยตอบ ธีรินท์หันสายตามาทางพรรณษา ใบหน้าบึ้งตึงของเธอคล้ายมีแววขบคิดอยู่ ยายนี่กำลังคิดอะไร แต่สายตาของเขากลับสะดุดอยู่ที่กระโปรงสั้นเหนือเข่าของเธอ ที่เวลานั่งอยู่บนโซฟาแล้วมันถลกมาจนถึงหน้าขา เรียวขายาวเนียนออกจะเรียกสายตาหลายๆ คนให้แอบหันไปมองบ่อยๆ

"ส่วนรายละเอียดงาน เดี๋ยวผู้จัดการจะเป็นคนสอนให้ ถ้ามีเรื่องสงสัยอะไรก็ถามคุณตั้ม ผู้จัดการได้เลย" การประชุมพนักงานใหม่เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว

"ถ้างั้นก็เริ่มงานได้เลยครับ"

เมื่อเจ้าของร้านเอ่ยจบประชุม พนักงานผู้ชายก็ยกเก้าอี้ที่เอามาเสริมออกไปด้านนอกด้วย ส่วนผู้หญิงก็กำลังทยอยเดินตามกันออกไป

"คุณพรรณษาคนไหนครับ เดี๋ยวอยู่ก่อน" เสียงเรียกของเจ้าของร้าน ทำให้เธอชะงักเท้าหันมามองหน้าเขาทันที

"ยังเรียนอยู่ใช่ไหม ใช้คอมคล่องหรือเปล่า จะให้เช็กสต๊อกสินค้า"

"พอได้ค่ะ" พรรณษาเอ่ยตอบ แล้วก็หยุดยืนรอ แต่คนตัวสูงยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ พลางหมุนเก้าอี้ไปมาเบาๆ เธอจึงได้แต่ถอยหลังกลับไปนั่งที่โซฟาตามเดิม

"ไง ถึงขนาดต้องตามฉันมาที่นี่เลยหรือไง"

"หนูจะลาออก แล้วก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า..คุณเป็นเจ้าของที่นี่" พรรณษาเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกเขาทันที เมื่อก่อนเธอจะเรียกเขาว่าคุณก็ต่อเมื่อเธอเถียงกับเขาหรือเขาพูดไม่ค่อยเข้าหูเธอเท่านั้น แต่ในเมื่อเขาเป็นเจ้าของที่นี่ เธอเป็นพนักงาน เธอจึงยั้งปากคำว่าอาธี เอาไว้

"ลาออกก็ได้ แต่เงินประกันไม่ได้คืนนะ" พรรณษากัดฟันกรอด เงินประกันห้าพันบาทของเธอ

"ไหนคะ งานที่คุณจะใช้ให้ทำ" ธีรินท์ยกยิ้มมุมปากให้คนเสียดายเงินประกัน พลางไล่สายตามองดูเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวที่หน้าอกและด้านหลังสกรีนชื่อร้าน แล้วก็กระโปรงของเธอ ก่อนจะเอ่ย

"ชุดมันไม่พอดีตัวเกินไปหรือเปล่า มันไม่ได้ดูสวยเลยใส่เรียกแขกหรือไง ก้นก็ใหญ่ขนาดนั้น"

"ก็ร้านคุณมันเหลือแต่ไซซ์เอส กับไซซ์แอลให้หนูทำยังไงล่ะคะ ก็ต้องทนใส่ไปก่อน" พรรณษารู้อยู่แล้วว่ากระโปรงออกจะฟิตไปสักหน่อย เพราะเธอค่อนข้างจะมีสะโพกและก้น พอใส่พอดีตัวเกินมันก็เลยดูรัดๆ ยิ่งเขาตอกย้ำมาแบบนี้ เธอแทบจะนับหนึ่งไม่ถึงสิบ

เขาสั่งให้เธอไปที่โต๊ะทำงานตัวเล็กอีกตัวที่อยู่ภายในห้องเดียวกัน เธอไปนั่งที่โต๊ะทำงานชุดเล็กนั้นอย่างว่าง่าย มองเอกสารบนโต๊ะ และก็หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ถูกเปิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ โชยเข้าจมูกทำให้พรรณษารู้ว่าเขาเดินเข้ามายืนซ้อนอยู่ด้านหลังเธอแล้วก็ก้มลงไปที่ซีพียูใต้โต๊ะเพื่อเปิดมัน พรรณษารีบเบี่ยงขาหลบแทบไม่ทันเพราะไม่รู้ว่าเจ้านั่นมันอยู่ใต้โต๊ะ

เธอแทบจะกลั้นใจรอเจ้าคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ราคาแพงตรงหน้าไม่ไหว กว่ามันจะติดจนขึ้นหน้าจอให้ใส่รหัสผ่าน เขาบอกรหัสเธอก็รีบกดเข้าไปทันที

"เอกสารอยู่ที่ไฟล์ไหนคะ"

เธอเอ่ยถามพลางจับเมาส์เพื่อเตรียมพร้อม แต่แล้วเขาก็ก้มตัวลงมาวางมือมาที่เมาส์ที่เธอจับอยู่ พรรณษารีบดึงมือออก เขาหันมามองหน้าเธออย่างไม่ค่อยถูกใจนัก เธอรีบเอี้ยวตัวหลบเขาจะดันเก้าอี้ให้ห่างจากตัวเขาแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเก้าอี้ตัวนี้ไม่มีล้อให้หมุนได้สะดวกเหมือนตัวที่เขานั่งอยู่เมื่อครู่ ถ้าจะถอยห่างเธอต้องยกมันออก

ใบหน้าเขาก้มลงมามองที่หน้าจอ ระยะห่างแค่เพียงคืบกลิ่นน้ำหอมจางๆ แทบจะทำให้พรรณษาอยากจะกลั้นหายใจเอาไว้ มือเขาคลิกเมาส์เลื่อนไปเลื่อนมา ก่อนจะสั่งพรินต์เอกสารออกมาหนึ่งชุด เขาเดินไปหยิบมาจากเครื่องพรินต์ตัวใหญ่ข้างๆ โต๊ะแล้วก็ส่งให้เธอ

"ไปเช็กสต๊อก เสร็จแล้วเอามาให้ฉัน" พรรณษารับเอกสารมาแล้วก็มองดูรายการว่ามีอะไรบ้างที่เธอต้องไปตรวจนับ ยังไม่ทันจะลุกออกจากโต๊ะก็ได้ยินเสียงเขาโทรสั่งใครก็ไม่รู้

"เอากางเกงไซซ์เอส ของผู้ชายมาให้ฉันที่ห้องตัวนึง" พรรณษาได้แต่ทำหน้าเหลอหลาไม่แน่ใจว่าเขาสั่งมาให้ใคร

"เปลี่ยนกางเกงซะก่อน มันต้องปีนบันไดขึ้น

ไปดูของด้วย แล้วก็ระวังๆ อย่าสร้างเรื่องให้ฉันตั้งแต่วันแรกล่ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป