บทที่ 9 ไก่วัดหรือไก่กู

เกือบจะสองทุ่ม เชนทร์เตรียมรถตู้มารอรับเจ้านายที่หน้าประตูเรียบร้อย เขาก้าวขาขึ้นไปนั่งที่เบาะใหญ่เอนกายพิงพร้อมปรับเบาะเอนลงเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นเชนทร์ไม่ยอมออกรถสักที จึงได้แต่ขมวดคิ้วแกมหงุดหงิดเอ่ยถาม

"ไม่ไปหรือไง"

"นายจะไปไหนครับ"

"ก็กลับบ้านน่ะซิ... ไปที่ร้าน" เสียงเข้มเอ่ยบอกในทีแรก แล้วก็หยุดเว้นวรรคคล้ายกำลังใช้ความคิด ก่อนจะเปลี่ยนใจบอกสถานที่ใหม่ เชนทร์ได้แต่ยกยิ้มมุมปากใส่เจ้านาย

"มาไงวะ ปกติวันธรรมดาไม่เห็นค่อยมาร้าน"

ภูมิพัฒน์เอ่ยถามเมื่อเห็นหุ้นส่วนเปิดประตูเข้ามาในห้องโดยไม่เคาะ

"ทำไม กูอยากกินเหล้ามาไม่ได้หรือไง"

"อ้อ อยากกินเหล้า ไม่ใช่มาเฝ้าใครใช่ไหม" ธีรินท์ขมวดคิ้วมองคนพูดอย่างไม่สบอารมณ์

"กูไม่ใช่หมา จะได้มาเฝ้า"

"ก็ดี อย่าทำให้เด็กในร้านเสียการปกครองล่ะ อ้อ แล้วไอ้กระโปรงพนักงานที่มึงสั่งเมื่อวาน เขาเอามาส่งให้แล้ว เปลี่ยนแบบเป็นทรงเอ ทรงบีอะไรของมึงนั่นด้วย"

"อือ เฝ้าร้านยังไงของมึง ของขาดไม่มีใครดูกันเลยหรือไง"

"แหม ไอ้คุณมึง ร้อยวันพันปีกูไม่เคยเห็นมึงจะสนใจ น้ำแข็งหมดมึงยังไม่รู้ด้วยซ้ำ เสือกรู้ไปยันกระโปรงพนักงาน" ธีรินท์ไม่เอ่ยต่อความ เขาเพียงชงเหล้าชุดใหญ่ที่วางอยู่ที่ประจำตรงโซฟาดื่มเท่านั้น

"อ้อ ใบสั่งซื้อของมึง กูจัดการให้แล้ว"

"อือ"

ภูมิพัฒน์ได้แต่เบ้หน้าให้คนทำเสียงในลำคอ เพราะทันทีที่เขาเข้ามาในร้านวันนี้ ผู้จัดการก็รายงานเขาเสียยกใหญ่ เรื่องกระโปรงที่คุณธีบอกให้ได้วันพรุ่งนี้แถมยังขอเปลี่ยนแบบอีกด้วย เขาแทบจะต้องไปกราบร้านตัดกระโปรงขอให้ช่วยทำงานด่วนให้หน่อย เอาแค่ไม่กี่ตัวก่อนก็ได้ ที่เหลือค่อยส่งไปให้วันหลัง แถมยังต้องเพิ่มเงินพิเศษ และยังเลี้ยงกาแฟให้พนักงานที่ร้านตัดเย็บอีกต่างหาก กว่าจะได้ของมาตามความต้องการของพ่อ ไม่งั้นมีหวังมันอาละวาดแน่

"เมื่อวันศุกร์กูไม่ได้เข้าร้าน เลยอดเห็นฉากสำคัญเลย วันนี้พวกไอ้ปาลมันมากันด้วย นั่งอยู่วีไอพีฝั่งโน้น พอเห็นน้องษาพากันตื่นเต้นวุ่นวายไปหมด ขอน้องษาไปชงเหล้าให้" ภูมิพัฒน์บุ้ยปากไปทางชั้นสองโซนวีไอพีที่อยู่คนละฝั่งกับออฟฟิศ

"กูเลยเพิ่งรู้ ว่าสาวชุดดำของมึงคือน้องษา กูบอกมึงไว้ก่อนนะ อย่าแดกไก่วัด"

"ใครบอกไก่วัด สัส! ไก่กู หยุดพูดทำเป็นรู้ดีได้แล้ว"

"แหม ไก่กูซะด้วย เต็มปากเต็มคำ แดกแล้วซิมึง"

พูดจบธีรินท์ก็เดินออกจากห้องทันที ภูมิพัฒน์ได้แต่หัวเราะตามหลังและก็รู้ด้วยว่าเพื่อนเขาจะเดินไปทางไหน เพียงครู่เดียวที่ธีรินท์เดินออกไป ภูมิพัฒน์ก็ได้รับข้อความจากไลน์

T.r : ไหนมึงบอกว่ากระโปรงพนักงานมาแล้วไง

ภูมิ : ก็มาแล้ว ถึงก่อนมึงสักพัก

T.r : เรียกพนักงานมึงไปเปลี่ยนเลย ทำผับหรูๆ กูเป็นร้านขายอะไรไปได้

ธีรินท์ยังเดินไม่ถึงโต๊ะของเพื่อนตัวเองด้วยซ้ำ เมื่อเห็นคนตัวเล็กคุ้นตาก้มๆ เงยๆ วางแก้วเหล้าที่โต๊ะกลางโซฟา กระโปรงรัดรูปจนเห็นก้นงอนทำเขาหงุดหงิด น่าเกลียด เพราะมันน่าเกลียดแหละเขาถึงได้ส่งข้อความไปต่อว่าหุ้นส่วนร้าน พอเขาเดินมาถึงโต๊ะ ดูไอ้ปาลจะหน้าระรื่นกว่าใคร ส่วนพนักงานเสิร์ฟคงจะโดนเจ้าของร้านเรียกไปเปลี่ยนชุด เพราะเขาเห็นเธอรับโทรศัพท์แล้วก็รีบเดินกลับไปทันที ยังไม่ทันได้ชงเหล้าให้เขาด้วยซ้ำ

"กูเกือบจำน้องษาไม่ได้เลย วันนั้นอย่างเฉี่ยว วันนี้ก็สวยว่ะ" ปาลเอ่ยบอกธีรินท์ที่นั่งลงแล้วกำลังหยิบขวดเหล้ามาเทเหล้าเอง

"สรุปวันนั้นมึงไปไหนวะ มีอะไรกับน้อง เอ๊ย ต้องเป็นหลานสิถึงจะถูก ว่าไงวะ" ปาลยังไม่ละความพยายามแม้ธีรินท์จะไม่ได้ตอบอะไร

"ไม่มีอะไรนี่" เสียงเรียบตอบพลางมองหน้าไอ้ปาล

"ถ้ามึงไม่มี กูขอมีได้ป่ะวะ สเป็กโคตร ขาวโบ๊ะเลยมึง" ธีรินท์เหลือบตามองคนพูด ยกแก้วขึ้นกระดกแล้วก็วางแก้วเหล้าบนโต๊ะจนเกิดเสียง

"แหมมึง กูเข้าใจว่าเป็นเด็กในร้าน แต่ถ้าน้องเขาโอเคก็วินๆ ป่ะวะ"

"เมียมึงอนุญาตแล้วหรือไง" ธีรินท์ตอบพลางยกแก้วขึ้นกระดกจนหมดแก้ว แล้วก็เติมแก้วใหม่

"หยาบคายเลยมึง"

"ถ้ามายุ่งกะเด็กในร้านกู แล้วเมียมึงมาอาละวาด กูจะเล่าวีรกรรมมึงให้หมด"

"แหม หวงนะมึง แล้ววันนั้นมึงทิ้งซันนี่เลย"

"ก็หลานกูมันมาป่วน มึงไม่เห็นหรือไง ที่ยายเด็กษามันยั่วกูน่ะ แผนยายออยทั้งนั้น ถ้ากูไม่ออกไปเดี๋ยวหลานกูมันตบเขาจะทำยังไง"

"อ๋อ กูก็นึกว่ามึงหลงเสน่ห์น้องษา ทำท่าหวงซะ"

"หลงห่าอะไร กูแค่ไปตามน้ำ เรื่องหวงมึงก็พูดให้มันดีๆ หน่อย พนักงานคนอื่นได้ยินกูขี้เกียจรำคาญ"

"โอเคคร้าบ...คุณธีรินท์" ปาลแกล้งลากเสียงใส่เพื่อน

"น้องษาพี่ขอเข้มกว่านี่อีกนิดนะ"

"ได้ค่ะ"

ธีรินท์หันไปมองตามเสียงคุ้นหูที่เอ่ยตอบไอ้ปาล พรรณษาเดินกลับมาตอนไหนเขาก็ไม่รู้ เขาหวังว่าเสียงเพลงคลอเบาๆ ในตอนนี้จะทำให้เธอไม่ได้ยินเรื่องที่พวกเขาเอ่ยถึงเธอ กับภูมิพัฒน์เขาพอจะพูดเรื่องต่างๆ ด้วยได้ แต่กับไอ้ปาลเขาไม่ค่อยอยากพูดอะไรกับมันมาก เพราะปากมันขนาดแค่ไอ้ภูมิมาถึงยังรู้เรื่องเขาตั้งมากมาย ถ้าไอ้ปาลรู้เรื่องพรรณษาเข้าอีก มีหวังมันได้เอาไปพูดถึงไหนต่อไหน พลอยจะทำให้เธอเป็นขี้ปากคนไปทั่ว แล้วกลุ่มเพื่อนเขาก็มีแตกหลายกลุ่มออกไปอีก บางคนก็ไม่ได้จะดีสักเท่าไรแค่คลำไม่เจอหางเป็นฟาดเรียบ เขากลัวเธอจะโดนไอ้พวกนี้มันวุ่นวายคิดว่าง่ายไปเสียทุกคน เพราะขึ้นชื่อว่าผู้หญิงที่นอนกับเขาบางคนยังไปนอนกับเพื่อนเขาต่อหน้าตาเฉย เพียงแต่ตัวเขาเองไม่นิยมผู้หญิงที่เคยนอนกับเพื่อนก็เท่านั้น ไม่ว่าจะราคาเท่าไร

"ฉันขอออนเดอะร็อก" ธีรินท์ส่งแก้วให้พรรณษา เหลือบมองใบหน้าขาวนวล ยิ่งต้องแสงไฟยามค่ำคืนยิ่งส่งให้ใบหน้านั้นกระจ่างเด่นขึ้นไปอีก

"ค่ะ" เสียงเรียบเอ่ยตอบพลางรับแก้วจากมือเขา แค่ปลายนิ้วเรียวกระทบคนส่งแก้วให้ พรรณษาก็เกือบจะทำแก้วหลุดมือ

ธีรินท์ลอบมองใบหน้าสวยนั้นอยู่บ่อยๆ รอยยิ้มหวานหว่านไปทั่วโต๊ะ คงมีแต่เขาที่ไม่ได้ พอเธอชงเหล้าให้เสร็จก็ถอยห่างออกไปดูแลแขกโต๊ะอื่นต่อ สักพักก็จะวนเวียนกลับมาดูแลโต๊ะนี้อีกที เขาเห็นเธอเดินขึ้นลงชั้นหนึ่งเป็นว่าเล่น ยังดีที่เธอไม่ต้องแบกถาดเหล้าโซดาขึ้นลงด้วย เพราะงานที่หนักๆ ส่วนมากจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิงก็แค่คอยชงเหล้าให้ ดูแลความเรียบร้อย กับเสิร์ฟกับแกล้มนิดหน่อย

กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย พอให้เขาสบายตาขึ้นบ้าง ไม่เหมือนอีชุดข้าวต้มมัดรัดจนเห็นสะโพกน่าเกลียดชุดนั้น ธีรินท์นั่งอยู่ที่โต๊ะกับกลุ่มเพื่อนจนห้าทุ่มกว่า เขาจึงได้ขอตัวกลับไปที่ห้องทำงานต่อ

"เคลียร์บิลที่ฉันนะ ขอตัวก่อนว่ะ ยังเคลียร์งานไม่เสร็จ" เขาบอกพรรณษาก่อนจะหันไปบอกพวกเพื่อนๆ แม้หลายคนจะส่งเสียงห้ามเรื่องบิล แต่เขาก็หันไปมองหน้าพรรณษาอีกครั้งเป็นการย้ำ ซึ่งดูเธอก็เข้าใจ เขาจึงได้ลุกออกจากโต๊ะไป

"ไงมึง ต้องมาเฝ้าทุกวันไหม"

แค่เขาเดินเข้าห้องทำงานภูมิพัฒน์ก็ส่งคำพูดไม่เข้าหูให้อีก

"ดูหงุดหงิดจังวะ ไอ้ปาลมันจะเคลมไก่มึงน่ะซิ" เสียงกลั้วหัวเราะทำให้คนฟังยิ่งหน้าตึงขึ้นไปอีก

"ใครนอนกับกูแม่งจะเอาต่อทุกคนเลยหรือไงวะ" เสียงห้วนบ่นแกมหงุดหงิด แต่ภูมิพัฒน์กลับหัวเราะชอบใจ

"กูเห็นทุกทีมึงก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนนี่ แค่ไม่ใช้บริการซ้ำ" ธีรินท์เหลือบมองหน้าคนพูดด้วยสายตาที่ภูมิพัฒน์ไม่ได้เห็นบ่อยนัก

"โอเค กูจะปรามๆ มันให้ อย่ามายุ่งกับเด็กในร้าน" ธีรินท์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยกแก้วเหล้าเข้าปาก

"เหมือนแดกเยอะเลยมึง พรุ่งนี้ไม่ทำงานหรือไง"

"ทำซิ เออว่ะ เหมือนจะกินไปหลายแก้ว มึนหัวฉิบหาย" เขายกนาฬิกาข้อมือดูเกือบจะเที่ยงคืน

"งั้นกูกลับก่อน"

"แหม รู้เวลานะมึง พรุ่งนี้มึงจะเข้าหรือเปล่า เผื่อกูจะไปหาลิลลี่"

"ไม่รู้ ถ้าไม่เข้าเดี๋ยวให้เตอร์หรือเชนทร์เข้ามาดูให้"

"เออ รีบลงไปเถอะ เดี๋ยวไม่ทัน"

"เสือก รู้ดี" เสียงด่าอย่างไม่จริงจังนัก แต่ก็รีบวางแก้วเหล้าลงที่โต๊ะแล้วก็ก้าวขายาวๆ ออกจากห้อง

ธีรินท์ลงมาถึงหลังร้าน จึงค่อยโทรศัพท์หาลูกน้องคนสนิทให้เอารถมารับ แต่ปกติเขามักจะโทรตั้งแต่ก่อนจะลงมาข้างล่างเพราะไม่อยากรอนาน จนคนตัวเล็กคุ้นตาเดินออกประตูมา ทำให้เขาขมวดคิ้วมองกระโปรงสั้นของเธออีกครั้ง จะใส่แบบนี้ขี่มอไซค์กลับบ้านเนี่ยนะ

"ยายออยมันให้ฉันพาเธอกลับไปด้วย"

"ขอบคุณค่ะ แต่หนูขี่รถมา"

"จอดไว้นี่แหละ เดี๋ยวให้คนเอากลับให้"

"ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพนักงานคนอื่นเห็นหนูขึ้นรถไปกับคุณจะไม่ดีนะคะ"

"ถ้าขึ้นไปเฉยๆ ก็ไม่มีใครพูดหรอก แต่ถ้าฉันจับเธอโยนขึ้นไป หรืออุ้มขึ้นไป เขาก็อาจจะไปพูดกันได้"

พรรณษาแหงนหน้ามองคนตัวสูงด้วยสีหน้าบึ้งๆ เหมือนเด็กถูกขัดใจ พอพี่เชนทร์ขับรถมาจอดประตูอัตโนมัติถูกเปิดออก เขาก็บุ้ยหน้าให้เธอขึ้นไปก่อน พรรณษาจำต้องก้าวขาขึ้นไปอย่างว่าง่าย

"เชนทร์หาคนมาเอารถพรรณษากลับให้ด้วยนะ"

"ได้ครับ" เชนทร์รับปากแล้วก็โทรหาลูกน้องอีกที

พรรณษานั่งนิ่งมาตลอดทาง เช่นเดียวกับธีรินท์เขาเพียงแค่เอนตัวไถโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้ถามหรือพูดคุยอะไรกับเธอสักคำ ซึ่งนั่นก็ออกจะดีไม่น้อย เพราะเธอก็ไม่อยากจะคุยกับเขานักหรอก จนมาถึงบ้านรถจอดหน้าประตู เขาก้าวขาลงแล้วก็เดินเข้าบ้านแต่ไม่ได้ตรงขึ้นไปชั้นสอง กลับตรงเข้าไปที่ห้องอาหาร

"กินข้าวหรือยัง มากินข้าวก่อน" น้ำเสียงออกจะเป็นคำสั่งมากกว่าเชิญชวน แม้จะไม่อยากกิน แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าเธอเองก็หิวไม่น้อย เพราะเธอได้กินข้าวไปเมื่อตอนหกโมงเย็น และตลอดเวลาทำงานได้เพียงแค่แอบจิบน้ำไปเท่านั้น จึงเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย เธอเดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ครัวฝรั่งเพราะรู้ว่าต้องทำอย่างไร นำอาหารที่ถูกจัดไว้เข้าไมโครเวฟ เพียงไม่กี่นาทีอาหารหลายอย่างก็ถูกขึ้นโต๊ะ

"ตักข้าวนิดเดียวพอ" เขานั่งรอแล้วก็สั่งเมื่อเห็นเธอกำลังจะตักข้าว

จานข้าวสองจานขนาดเท่าๆ กันวางบนโต๊ะ ธีรินท์ก็เอ่ยถามทันที "กินน้อยขนาดนี้จะมีแรงไหมล่ะ"

"ปกติหนูก็กินเท่านี้แหละค่ะ"

"หึ ขนาดกินเท่านี้ ยังอ้วนออกตูดหมด"

"แบบนี้เขาไม่ได้เรียกอ้วนนะคะ อาธีนิยมแต่ไม้เสียบผี ก็อย่าเอาหนูไปเปรียบเทียบ"

พรรณษาขี้เกียจเถียงกับเขาต่อเธอจึงได้แต่กินข้าวเงียบๆ เห็นเขากินเหมือนไม่หิว สงสัยคงจะกินเหล้ามาเยอะ หลังจากกินข้าวเสร็จพรรณษาก็เตรียมท่าจะล้างจานเพราะเห็นมีแค่ไม่กี่ใบ แต่ธีรินท์ก็บอกว่าเอาไว้อย่างนั้น พลางยืนมองคนตัวเล็กตาเขียว เพราะทำท่าจะล้างเสียให้ได้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"ยายออย นอนยัง เข้าไปนะ" พรรณษาเคาะประตูแล้วก็เรียกศิริกัญญาแต่ก็ไร้เสียงตอบ เธอจึงเคาะซ้ำอีกครั้งก่อนจะเอามือจับลูกบิดประตูเพื่อเปิดเข้าไป แต่ประตูก็ถูกล็อก เธอจึงเคาะซ้ำอีกรอบ ปกติศิริกัญญาไม่ใช่คนนอนขี้เซาเรียกไม่ตื่นแบบนี้นะ

"ทำไม ยายออยไม่ตื่นหรือ" เสียงทักของธีรินท์ข้างหลัง ทำเอาเธอตกใจ เพราะเขาได้ยินเสียงเธอเคาะประตูจึงเดินมาดู

"ปกติยายออยรู้สึกตัวง่ายจะตาย" เสียงบ่นพึมพำคล้ายพูดกับตัวเองมากกว่า

ธีรินท์จึงเคาะประตูอีกครั้ง เมื่อเห็นเงียบเขาจึงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาโทรหาศิริกัญญา

"ฮัลโหล....มีไรอาธี" เสียงงัวเงียเอ่ยตอบจากปลายสาย

"เปิดประตูห้องซิ"

"หนูอยู่หอเพื่อนอา มีไรพรุ่งนี้ค่อยคุย หนูเพิ่งทำร

ายงานเสร็จ ง่วงจะตายแล้ว" คนง่วงจะตายแต่ก็ยังตอบคำถามเสียยืดยาว ก่อนจะตัดสายธีรินท์ทิ้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป