บทที่ 6 6

ผู้หญิงของผม ไม่มีทางเดือดร้อนเพราะผม

“…ลับหลังเฮียเลอร์ เก็บมันได้เลย” อลันหันไปสั่งลูกน้องคนสนิทขณะปรายตามองไอ้ตัวดีที่กำลังล่อตีนอย่างคาดโทษ ส่งผลให้คนโดนหมายหัวลนลานทันที

“เฮียลันโหดแม้กับน้องอ่ะ คืนนี้ไบรท์จะนอนกับเฮียเลอร์” ยักคิ้วกลับ ในขณะที่อลันเค้นเสียงหัวเราะออกมาทันที

“อย่าพลาด กูรอซ้ำ”

“บอกตัวเองเลย หลงสาวขนาดนั้นอ่ะ โดนทิ้งมามีช้ำแน่นอน” 

“กวนตีน” 

ไคเลอร์มองทั้งคู่สลับกันได้แต่หลุดเสียงหัวเราะในลำคอพร้อมกับส่ายหน้าไปมาเบาๆ กัดกันได้ทุกวัน ไอ้คนน้องนี่ก็ชอบล่อตีน ส่วนไอ้คนพี่นี่ก็ชอบตอบกลับ ยอมใจพวกมันจริงๆ 

“กลับแล้วนะเฮีย” เจ้าของเสียงบอกหยัดตัวลุกจนเต็มความสูง ฝ่ามือหมุนนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลาไปพลางๆ 

“รีบเหรอ กูว่าจะชวนดื่มต่อสักหน่อย”

“ผมมีนัดแล้ว”

“ไปหลอกลูกใครมาวะ” 

“ยี่สิบกว่าแล้ว ไม่เด็ก” 

“เหอะ ห่างกันเป็นสิบปี?”

“เฮียอย่าปากดี ถ้าเฮียเลอร์เองก็มีเหมือนกัน” ไอ้เหี้ยลัน ทำถึงจนคนอย่างไคเลอร์หุบปากทันที ไอ้พวกนี้ฝีปากโคตรร้าย เถียงไม่ได้กูก็ต้องเงียบ ปล่อยมันไหวไหล่เดินหน้าหยิ่งออกไป 

“เนี่ย! บอกแล้วว่าเดี๋ยวนี้เฮียลันไม่แผ่ว”

“มันหลงผู้หญิงที่ไหน สวยเหรอ?”

“ดาราอ่ะเฮีย ก็สวยของเขา ว่าไม่ได้” 

“ไปสืบดิ หรือจะรอให้มันอุ้มมึงอยู่ฝ่ายเดียว อย่าอ่อน” ไบรอันมองแรงใส่พี่ชายคนโตทันที

“เนี่ย เฮียเลอร์ก็อีกคน เถียงไม่สู้แล้วจะโยนให้ผมรับหน้า เฮียลันใส่ผมยับเลยนะ ถึงตอนนั้นเฮียช่วยปะล่ะ” 

“เออๆ เดี๋ยวช่วย เดี๋ยวเป็นแบล็คหลังให้”

“พี่ชายไบรท์อันตรายทั้งคู่ โคตรเชื่อไม่ได้เลย”ไบรอันยกมือขึ้นลูบใบหน้า ต่างจากเฮียเลอร์ที่หลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ 

“มันเป็นพี่มึง มันเล่นมึงได้ แต่กูเป็นพี่พวกมึงไงไบรท์ พวกมึงจะมาเล่นหัวกูไม่ได้”

“เนี่ย~ ไบรท์เป็นคนที่น่าสงสารที่สุด ไปดีกว่า หาสาวมาปลอบ อยู่กับเฮียแล้วปวดหัว”

“หัวบน?”

“หัวล่างเลยครับ”

“ไอ้สัด! พอกันกับไอ้ลัน” 

เพนท์เฮาส์หรูริมแม่น้ำ

เกือบสามทุ่มประตูหน้าท้องจึงถูกดันเข้ามาก่อนจะปรากฏตัวคนที่เจ้าของห้องชุดหรูกำลังรอ 

ดวงตาคมกริบหยุดมองยังร่างบอบบางในชุดเดรสสีน้ำตาลอ่อน ละมุนเข้ากับผิว รับกับดวงหน้าสวยหวาน มีเสน่ห์แม้มองเพียงเสี้ยวใบหน้าก็ตาม

แซมส่งกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาในห้องพร้อมกับสบตากับผู้เป็นนาย ส่วนคำถามที่ว่าทำไมเสื้อผ้ามีแค่นี้ ปล่อยให้ผู้เป็นเจ้านายได้ถามเอง 

“วันนี้ทำงาน เหนื่อยไหมครับ” ร่างสูงผละออกจากการยืนมองทิวทัศน์ริมระเบียงตรงมาหาร่างเล็กที่ยืนมองเขานิ่งๆ 

อลันวางมือคว้าหมับที่กระเป๋าก่อนจะเดินมาโอบเอวบางแล้วพาเข้าไปในห้องพร้อมกัน 

ทำตัวเป็นกันเองให้สมกับที่เคยลึกซึ้งกันมาแล้ว แม้เธอจะยังเกร็งๆ อยู่ก็ตาม 

“ฟ่างต้องนอนห้องไหนเหรอคะ” 

“ห้องที่เราเคยนอนด้วยกันไงครับ ฟ่างจำไม่ได้เหรอ” 

“เราต้องนอนห้องเดียวกันเหรอคะ แบบนั้นมันจะดูไม่ดีหรือเปล่าคะ” ผละตัวออกจากวงแขนแกร่งเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นก็ยังอยู่ใกล้กัน ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจากเนื้อตัวของเขาอย่างชัดเจน 

“ฟ่างอยู่ที่นี่ในฐานะเมียของผม ไม่ใช่เหรอครับ ผมว่าการที่เรานอนห้องเดียวกันมันก็ถูกต้องแล้วนะ หรือผมสื่อสารไม่ชัดเจน”

“ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ใช่ไหมคะ คุณไม่ได้บอกใครจริงๆ ใช่ไหม” 

“คนนอกไม่มีใครรู้เรื่องนี้ครับ” 

“คนนอก? แปลว่ามีคนในรู้เหรอคะ” คิ้วสวยได้รูปขมวดเข้าหากัน เธอกลัวจริงๆ นะ กลัวจะมีคนรู้เรื่องนี้จริงๆ

“แค่พี่น้องของผมเท่านั้นเองครับที่รู้”

“แล้วเราจะแน่ใจได้ยังไงคะว่าเขาจะไม่เอาไปพูดต่อ” ข้าวฟ่างหลุดความกังวลออกมาอย่างเปิดเผย แน่นอนว่าเธออยากให้เรื่องนี้มันเป็นความลับ ไม่อยากให้คนอื่นมีมูลจนเก็บเอาไปสงสัย

เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ทุกอย่างมันจะไม่จบแค่ที่สามเดือนแน่ๆ ยิ่งคนเราถ้าได้สืบ เขาจะสืบจนรู้แน่นอน

“อย่ากังวลเลยครับ ผู้หญิงของผม จะไม่มีทางเดือดร้อนเพราะผมอย่างแน่นอน” ฝ่ามือใหญ่เลื่อนขึ้นมาประคองแก้มนุ่มจนคนโดนสัมผัสหยุดชะงัก 

เวลาสบตากันคล้ายโดนมนต์สะกดจำต้องหยุดอยู่นิ่งๆ กระพริบตาปริบๆ สบตากับอีกฝ่าย ในแบบที่ไม่สามารถหลบสายตาได้เลย 

“ฟ่างดูกลัวผมนะครับ” 

“ก็ทุกอย่างมันทำให้อดคิดแบบนั้นไม่ได้นี่คะ” 

“ผมอยากให้ฟ่างไว้ใจผมนะ อย่างน้อยๆ ตอนที่เราอยู่ด้วยกันฟ่างจะได้มีความสุข ไม่เครียดแบบนี้ไงครับ” 

“…คุณคะ” 

“ครับ” 

“ฟ่างอาจจะมาค้างที่นี่ไม่ได้ทุกวันนะคะ บางทีมีงานเช้ามากก็ไม่สะดวกเดินทาง ฟ่างเลยเก็บเสื้อผ้ามาแค่บางส่วนเท่านั้น” 

“เรื่องการเดินทางไม่ต้องห่วงหรอกครับ ฟ่างแค่บอกว่าต้องไปทำอะไรที่ไหน ตอนกี่โมงแค่นั้น อย่างอื่นผมจะจัดการให้เอง” 

“แต่มันก็ยังไม่สะดวกอยู่ดีนะคะ ฟ่างเก็บเสื้อผ้ามาไม่ครบเลยค่ะ” 

“ผมเตรียมทุกอย่างไว้รอคุณหมดแล้วนะครับ โซนแต่งตัวผมแบ่งไว้ให้คุณเกือบทั้งหมด ไปดูไหมครับ” สีหน้าของคนฟังสลดลงทันที ข้ออ้างที่จะใช้กลายเป็นว่าไม่มีแล้ว 

ข้าวฟ่างเดินเลี่ยงไปยังห้องแต่งตัว ในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อผ้าเยอะมาก และของใช้ส่วนตัวสำหรับผู้หญิง เครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ ที่ของทุกชิ้นเป็นแบบเดียวกับที่เธอใช้ทั้งหมด เขารู้เยอะเกินไปจริงๆ 

“ฟ่างยังไม่เคยบอกคุณเลยนะคะว่าฟ่างใช้ของพวกนี้ด้วย นี่มันยี่ห้อเดียวกับที่ฟ่างใช้ทั้งหมดเลย ทำไมคุณถึงรู้”

“แต่มันก็ถูกใจใช่ไหมครับ” 

“คุณกำลังทำให้ฟ่างกลัวคุณอยู่นะคะ คุณซับซ้อนเกินไป” อลันคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะลากกระเป๋าไปเก็บให้เข้าที่เข้าทาง 

“ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ผมไม่ทำร้ายคุณแน่นอน”

“แล้วตอนนี้ด้านนอกมีคนเฝ้าอยู่ไหมคะ” ถามก่อนที่ตากลมสวยจะตวัดไปมองยังบริเวณทางออก ถึงจะมองไม่เห็นใครแล้วแต่เธอก็ยังกลัวว่าจะยังมีคนยืนอยู่ด้านนอกเหมือนที่เคยเห็น

“ไม่ครับ จะไม่มีใครอยู่ที่นี่ตอนที่คุณอยู่กับผม ที่นี่จะมีแค่เราสองคนเท่านั้น” คนฟังพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดหนักๆ พยายามรวบรวมความกล้า ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เธอก็ไม่เคยรู้สึกประหม่าเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย

“กลัวผมเหรอ?” 

“คืนนั้น… เรื่องระหว่างเรามันแค่เรื่องผิดพลาดใช่ไหมคะ” 

“คุณกำลังคิดอะไรอยู่ล่ะครับ” 

“วันนั้นฟ่างอยู่กับผู้จัดการส่วนตัว อยู่กับเพื่อนคนอื่นๆ หลายคน แต่ทำไมถึงไม่มีใครพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเลย เหมือนพวกเขาไม่รู้เรื่องว่ามันเกิดอะไรขึ้น” 

“คุณเลยเลือกที่จะถามผม ไม่กล้าถามพวกเขาเพราะกลัวคนพวกนั้นรู้เรื่องของเราใช่ไหมครับ” มาเฟียหนุ่มยิ้มมุมปาก ภายใต้ตากลมใสเขาอ่านเธอออก เข้าใจทุกความคิดของเธอ

“…” คนฟังกัดปากตัวเองแน่น ไม่ปฏิเสธเลยว่านั่นเป็นความคิดของเธอจริงๆ

“ถ้าฟ่างคิดแบบนั้น รู้ใช่ไหมครับว่ามันหมายความว่า ฟ่างไม่ได้ไว้ใจคนอื่นขนาดนั้น คนรอบตัวที่มีอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่คนที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับฟ่าง” 

“ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจค่ะ แต่…”

“แต่ไม่มากพอใช่ไหมครับ” อลันหยุดคำพูดของคนตัวเล็กด้วยการวางนิ้วยาวเหยียดบนริมฝีปากอวบอิ่ม ลูบไล้ไปมาเบาๆ อย่างอ่อนโยน 

“ฟ่างของผมทำถูกแล้วนะครับ การไม่ไว้ใจใครแบบร้อยเปอร์เซ็นต์คือสิ่งที่ควรทำมากที่สุด บางทีคนที่อยู่รอบตัวของคุณ เขาก็ไม่ได้จริงใจกับคุณร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน”

“แปลว่าอะไรคะ คุณหมายถึงใคร” 

“ผมไม่อยากใส่ร้ายใคร และไม่อยากพูดถึงใครแบบเสียๆ หายๆ ต่อหน้าฟ่าง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ผมมั่นใจว่ามีคนคิดร้ายกับฟ่างของผม ผมไม่ใจดีด้วยนะครับ” 

“มันหมายความว่ายังไง” 

“เรื่องคืนนั้นมันอาจจะเป็นเรื่องผิดพลาดในบางส่วน แต่เราสองคนเลือกกันและกันนะครับ”

“คุณมีสติดี เหรอคะ?” ฝ่ามือขาวผ่องคว้าหมับที่ข้อมือหนา ไม่ยอมให้เขาเล่นสนุกกับการสัมผัสใบหน้าของเธออีกต่อไป

“ผมมีสติมากกว่าฟ่าง”

“แล้วทำไมคุณไม่หยุดคะ ทำไมถึงไม่หยุดทุกอย่าง ทำไมต้องปล่อยให้มันเลยเถิดแบบนั้นทั้งที่คุณหยุดมันได้”

“ผมชอบฟ่างนะครับ คุณตรงสเปคผมทุกอย่าง คุณคือคนที่ทำให้หัวใจของผมมันเต้นแรง”

“เราตกลงกันแล้วนะคะ”

“…”

“ถ้าฟ่างไม่ได้ท้องแบบที่คุณกลัว ฟ่างก็จะไปจากคุณ” 

บทก่อนหน้า
บทถัดไป