บทที่ 1 คุณหนูที่หนีเก่งที่สุด
“คุณหนูหายไปแล้วครับ!”
เสียงตะโกนดังขึ้นกลางบ้านหลังใหญ่จนแม่บ้านที่กำลังจัดแจกันดอกไม้สะดุ้ง หญิงสาววัยกลางคนที่กำลังถือถาดชาอยู่ถึงกับหยุดเดิน ส่วนชายวัยกลางคนในชุดสูทที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ในห้องรับแขกก็เงยหน้าขึ้นช้า ๆ
แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าการที่คุณหนูหายตัวไปก็คือ...
ไม่มีใครในบ้านดูประหลาดใจกับเรื่องนี้เลย
“อีกแล้วเหรอ?”
พ่อบ้านถอนหายใจ
“ครับคุณท่าน”
“คราวนี้หนีทางไหน?”
“ยังไม่ทราบครับ”
ชายวัยกลางคนหลับตาลงแล้วใช้นิ้วกดหว่างคิ้ว
“ห้องนอน?”
“ไม่อยู่ครับ”
“ห้องแต่งตัว?”
“ไม่อยู่ครับ”
“โรงรถ?”
“รถคันโปรดของคุณหนูก็หายไปด้วยครับ”
คราวนี้คนเป็นพ่อถึงกับวางเอกสารลง
“อะไรนะ?”
พ่อบ้านกลืนน้ำลาย
“รถสปอร์ตสีขาวหายไปครับ”
ความเงียบปกคลุมห้องรับแขกอยู่หลายวินาที
ก่อนที่เสียงถอนหายใจหนัก ๆ จะดังขึ้นพร้อมกันแทบจะทุกคน
ฮันซออา
คุณหนูคนเดียวของบ้าน
ผู้หญิงที่ทำให้คำว่า “อยู่อย่างสงบ” กลายเป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับคนรอบตัว
เธอไม่ใช่เด็กเกเร
ไม่ใช่คนเอาแต่ใจจนไร้เหตุผล
และไม่ใช่คุณหนูที่ชอบดูถูกคนอื่น
ตรงกันข้าม ซออาเป็นคนอารมณ์ดี ชอบช่วยเหลือคน และเป็นคนที่รักอิสระมากเกินไปหน่อย
ปัญหามีเพียงอย่างเดียว
เธอเบื่อชีวิตที่ถูกวางเอาไว้ให้ตั้งแต่เกิด
ทุกเช้าต้องมีตารางเรียน
ทุกเย็นต้องมีงานสังคม
ทุกสัปดาห์ต้องเข้าร่วมงานของบริษัท
และทุกครั้งที่กลับบ้าน มักมีคำถามเดิม ๆ
“เมื่อไหร่จะเริ่มช่วยงานบริษัท?”
“เมื่อไหร่จะรู้จักผู้ชายดี ๆ สักคน?”
“เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเหมือนเด็ก?”
จนกระทั่งเมื่อคืน ซออาตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่ทนอีกต่อไป
เธอจะออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง
โดยเฉพาะวันนี้
วันที่พ่อของเธอนัดผู้ชายคนหนึ่งมาให้พบ
โดยไม่ได้ถามความสมัครใจของเธอสักคำ
“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าเขาจะเป็นใคร”
เสียงของซออาดังออกมาจากในรถ ขณะที่เธอขับรถไปตามถนนด้วยรอยยิ้ม
“หล่อแค่ไหนก็ไม่สน”
เธอเหลือบมองตัวเองผ่านกระจกมองหลัง
วันนี้เธอไม่ได้แต่งตัวเหมือนคุณหนูเลยสักนิด
เสื้อยืดสีขาวตัวหลวม กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และหมวกแก๊ป
กระเป๋าแบรนด์เนมที่มักติดตัวถูกทิ้งไว้ที่บ้าน
เครื่องประดับราคาแพงก็ถอดออกหมด
ถ้าไม่มีใครรู้จักเธอมาก่อน คงไม่มีทางเดาได้ว่าผู้หญิงที่กำลังขับรถอยู่คือทายาทคนเดียวของตระกูลฮัน
ซออายิ้มให้ตัวเอง
“วันนี้ฉันจะเป็นคนธรรมดา”
เธอพูดอย่างภาคภูมิใจ
แต่ทันทีที่เลี้ยวเข้าซอยเล็ก ๆ รถกลับส่งเสียงเตือนบางอย่าง
ติ๊ด...
ติ๊ด...
ซออาขมวดคิ้ว
“อะไรอีกล่ะ?”
เธอมองหน้าปัด
น้ำมันใกล้หมด
“โอ๊ย...”
หญิงสาวถอนหายใจ
“ลืมเติมน้ำมันอีกแล้ว”
เธอขับต่อไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรก่อนรถจะค่อย ๆ ช้าลง
แล้วหยุดสนิท
ซออานิ่งไป
เธอลองสตาร์ตใหม่
รถไม่ขยับ
ลองอีกครั้ง
ก็ยังเหมือนเดิม
“อย่าบอกนะว่า...”
หญิงสาวเหลือบมองมาตรวัดน้ำมันอีกครั้ง
ขีดสุดท้ายหายไปแล้ว
ซออาเอนศีรษะพิงพนักอย่างหมดแรง
“ฉันเพิ่งหนีออกจากบ้านมาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเลยนะ”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
นิ้วกำลังจะกดโทรหาใครบางคน
แต่ก็หยุดชะงัก
ไม่เอา
ถ้าโทรกลับบ้านตอนนี้ พ่อจะรู้ว่าเธออยู่ไหน
ซออาจึงเปิดแอปแผนที่แทน
“ปั๊มน้ำมัน...”
เธอเลื่อนหน้าจอ
“อยู่ตั้งสองกิโล”
หญิงสาวมองออกไปนอกกระจก
แดดวันนี้แรงจนถนนแทบไม่มีคนเดิน
“เดินก็ได้”
ซออาเปิดประตูรถ หยิบกระเป๋าใบเล็กออกมา แล้วเดินออกไปอย่างไม่ยอมแพ้
เธอเดินได้ไม่ถึงห้านาที
ก็เริ่มบ่น
“ทำไมชีวิตคนธรรมดามันลำบากขนาดนี้เนี่ย”
ในเวลาเดียวกัน รถซีดานสีดำคันหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวผ่านถนนเส้นเดียวกัน
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะหลังเหลือบมองโทรศัพท์ในมือ
“ยังไม่พบครับ”
เขาพูดสั้น ๆ
เสียงจากปลายสายตอบกลับมา
“รถของคุณหนูอยู่ไหน?”
“พบแล้วครับ”
ชายหนุ่มเงยหน้ามองรถสปอร์ตสีขาวที่จอดทิ้งไว้ริมถนน
“แต่ไม่พบตัวคุณหนู”
ปลายสายเงียบไป
“คุณคัง”
“ครับ”
“ผมฝากลูกสาวไว้กับคุณ”
ชายหนุ่มมองถนนตรงหน้า
“ผมจะพากลับไปครับ”
“ขออย่างเดียว”
“ครับ”
“อย่าให้เธอรู้ว่าผมเป็นคนส่งคุณไป”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบทันที
ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท
“เธอน่าจะเดาได้ครับ”
“ทำไม?”
“เพราะเธอฉลาด”
ปลายสายหัวเราะเบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องดูว่าคนอย่างคุณจะตามเด็กดื้อคนนี้ทันหรือเปล่า”
ชายหนุ่มวางสาย
เขามองรถสปอร์ตอีกครั้ง
จากนั้นเปิดประตูลงจากรถ
คังแทจุน
ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี ผู้มีใบหน้าเรียบนิ่งราวกับไม่เคยมีเรื่องอะไรในโลกทำให้เขาประหลาดใจ
เขาไม่ได้แต่งตัวเหมือนบอดี้การ์ดในภาพยนตร์
เพียงเสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงขายาว และเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้ม
แต่ท่าทางของเขาบอกชัดว่าเป็นคนที่สังเกตทุกอย่างรอบตัวตลอดเวลา
สายตาของแทจุนกวาดไปตามถนน
ก่อนจะหยุดอยู่ที่หญิงสาวคนหนึ่ง
เธอกำลังยืนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ
ในมือมีขวดน้ำหนึ่งขวด
และกำลังพยายามเปิดฝาขวดด้วยสีหน้าหงุดหงิด
แทจุนมองอยู่ครู่หนึ่ง
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเทียบรูปที่ได้รับ
ใช่
ฮันซออา
เขาเดินเข้าไปหา
“คุณหนูครับ”
หญิงสาวชะงัก
ขวดน้ำในมือหยุดนิ่ง
เธอค่อย ๆ หันกลับมา
สายตาสบเข้ากับชายหนุ่มตรงหน้า
ซออามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
สูทไม่มี
เนกไทไม่มี
แต่ท่าทางแบบนี้...
เธอรู้ทันทีว่าเขาเป็นใคร
“คุณเป็นใคร?”
“คังแทจุนครับ”
“ไม่รู้จัก”
“ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณหนู”
ซออาแทบสำลักน้ำ
“อะไรนะ?”
แทจุนยื่นโทรศัพท์ให้ดู
บนหน้าจอเป็นรูปของเธอ
ซออาขมวดคิ้ว
“พ่อฉันส่งคุณมา?”
“ครับ”
“ฉันไม่รับ”
“ไม่ได้ถามครับ”
ซออาจ้องเขา
“คุณพูดกับเจ้านายแบบนี้เหรอ?”
“คุณหนูไม่ใช่เจ้านายผมครับ”
“แล้วฉันเป็นอะไร?”
“เป้าหมายที่ต้องดูแล”
คำตอบนั้นทำให้เธออ้าปากค้าง
แทจุนมองขวดน้ำในมือเธอ
“รถอยู่ไหนครับ?”
“ไม่รู้”
“รถของคุณหนูอยู่ที่ไหน?”
“ก็...อยู่แถวนั้น”
“น้ำมันหมด?”
ซออาหันขวับ
“คุณรู้ได้ยังไง?”
“รถจอดอยู่ริมถนน และฝากระโปรงยังไม่เปิด แปลว่าไม่ได้เสียเครื่อง”
เขาหยุดเล็กน้อย
“น่าจะน้ำมันหมด”
ซออาหุบปาก
แม่นเกินไปแล้ว
แทจุนเดินผ่านเธอไป
“ไปครับ”
“ไปไหน?”
“เอารถ”
“แล้วถ้าฉันไม่ไป?”
เขาหันกลับมา
“ผมจะอุ้มคุณหนูไป”
ซออาตาโต
“คุณกล้าเหรอ?”
“ครับ”
“กลางถนนเนี่ยนะ?”
“ถ้าจำเป็น”
หญิงสาวจ้องหน้าเขา
ใบหน้าของชายคนนี้ไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม
พูดจริงแน่นอน
“ก็ได้!”
เธอเดินกระแทกเท้าตามไป
“แต่ฉันไม่กลับบ้านนะ”
“ครับ”
“ฉันจะไปหางานทำ”
“ครับ”
“แล้วคุณห้ามห้ามฉัน”
“ครับ”
ซออาหยุดเดิน
“คุณพูดเป็นคำอื่นบ้างไหม?”
“ได้ครับ”
“อะไร?”
“ไม่ครับ”
ซออากำหมัดแน่น
ผู้ชายคนนี้กวนประสาทกว่าที่คิด
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ซออานั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
ตรงหน้าเธอมีใบสมัครงานหนึ่งใบ
เธอวางปากกาลงอย่างภาคภูมิใจ
“เรียบร้อย!”
แทจุนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าจากโทรศัพท์
“คุณหนูสมัครงานอะไรครับ?”
“พนักงานร้านกาแฟ”
“ทำไม?”
“เพราะฉันอยากรู้ว่าการหาเงินด้วยตัวเองเป็นยังไง”
แทจุนมองใบสมัคร
“คุณหนูไม่เคยทำงานมาก่อน”
“ก็เลยต้องเริ่มสิ”
“คุณหนูเคยชงกาแฟไหม?”
“เคย”
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ที่ไหน?”
“ที่บ้าน”
“ชงให้ใคร?”
“แม่บ้าน”
“แล้วเป็นยังไงครับ?”
ซออาเงียบไปสองวินาที
“แม่บ้านบอกว่าถ้าอยากกินกาแฟ ให้สั่งเอา”
แทจุนก้มมองโต๊ะ
ริมฝีปากของเขากระตุกนิดเดียว
ซออาหรี่ตา
“เมื่อกี้พี่กำลังจะหัวเราะใช่ไหม?”
“เปล่าครับ”
“ฉันเห็นนะ”
“คุณหนูตาฝาดครับ”
“คังแทจุน!”
เจ้าของร้านเดินเข้ามาพอดี
“สัมภาษณ์เสร็จแล้วค่ะ”
ซออารีบหันไป
“เป็นยังไงคะ?”
เจ้าของร้านยิ้ม
“รับค่ะ”
ซออากระโดดขึ้นแทบจะทันที
“จริงเหรอคะ!”
“จริงค่ะ เริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลย”
“เยี่ยม!”
เธอหันไปหาแทจุนด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เห็นไหม ฉันทำได้!”
แทจุนมองเธอ
“ครับ”
“ไม่ดีใจหน่อยเหรอ?”
“ดีใจครับ”
“หน้าคุณไม่เห็นดีใจเลย”
“ผมแสดงออกไม่เก่ง”
ซออาหัวเราะ
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะฝึกให้พี่เอง”
แทจุนมองเธอเงียบ ๆ
“ไม่จำเป็นครับ”
“จำเป็นสิ”
“ทำไมครับ?”
ซออายิ้ม
“เพราะต่อไปเราต้องอยู่ด้วยกันทุกวัน”
คำพูดนั้นทำให้แทจุนเงียบไปชั่วขณะ
เขาไม่รู้เลยว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ประโยคธรรมดาของคุณหนูคนนี้จะกลายเป็นเรื่องจริงมากกว่าที่คิด
และเขายิ่งไม่รู้ว่า...
การรับงานครั้งนี้จะทำให้ชีวิตที่เคยสงบของเขาไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมอีก
เพราะวันแรกที่รับหน้าที่ดูแลฮันซออา
เขายังคิดเพียงว่า...
ภารกิจนี้คงไม่ยากเท่าไร
แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
เสียงเจ้าของร้านกาแฟดังมาจากปลายสายอย่างร้อนรน
“คุณคังใช่ไหมคะ?”
“ครับ”
“คุณหนูซออา...”
แทจุนหลับตาลง
“เกิดอะไรขึ้นครับ?”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบเสียงเบา
“คุณหนูทำเครื่องชงกาแฟพังค่ะ”
แทจุนลืมตาขึ้นช้า ๆ
เขาหันไปมองหญิงสาวที่กำลังยืนยิ้มแห้งอยู่หน้าร้าน
ซออายกมือขึ้นโบกให้เขา
“พี่แทจุน...”
เขามองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า
“ครับ?”
“ช่วยหน่อยนะ”
แทจุนถอนหายใจ
นี่เพิ่งวันแรก
วันแรกเท่านั้น
เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า...
ทำไมเจ้านายถึงยอมจ่ายเงินเดือนสูงขนาดนี้
และดูเหมือนว่าเงินเดือนเท่าไรก็คงไม่พอสำหรับงานนี้
“คุณหนูครับ”
“คะ?”
“กลับบ้านครับ”
“ไม่กลับ!”
“งั้นผมจะซ่อมเครื่องให้ก่อน แล้วค่อยกลับ”
ซออาตาเป็นประกาย
“พี่ซ่อมเป็นด้วยเหรอ?”
“พอได้ครับ”
“พี่แทจุน!”
“ครับ”
“ฉันตัดสินใจแล้ว”
“อะไรครับ?”
ซออายิ้มจนตาหยี
“ฉันจะไม่หนีพี่แล้ว”
แทจุนมองเธออย่างไม่ไว้ใจ
“จริงเหรอครับ?”
“จริง”
“ทำไมครับ?”
“เพราะมีพี่อยู่ด้วย ฉันไม่ต้องกลัวว่าจะทำอะไรพัง”
เขานิ่งไป
ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุด
“นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ดีเลยครับ”
ซออาหัวเราะ
ส่วนแทจุนก็ได้แต่กุมขมับ
โดยไม่รู้เลยว่า...
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตที่วุ่นวายที่สุดในชีวิตของเขาเท่านั้น
