บทที่ 3 ที่ปรึกษา
“โอ๊ยไม่ไหวแล้ว คุณช่วยฉันหน่อย”
“แล้วตกลงว่าเป็นอะไรเล่า ผมยังไม่รู้เลยว่าไอ้ที่ร้องโอย ๆ นี่คุณเป็นอะไร” สุกฤตพยายามมองหาที่มาที่ไปของความรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวของอัญชัน
“แสบบบบบบ” เสียงแผ่วลากยาว เหมือนต้องการขยายความคำว่าแสบ
“แสบอะไร?”
“แสบหอยนะสิ ช่วงนี้หอยฉันดวงตกหรือยังไงนะ ทำไมเจอแต่เหตุการณ์แปลก ๆ ปีชงหอยแท้ ๆ เลย สงสัยต้องพาหอยไปสะเดาะเคราะห์สักหน่อยแล้ว” สาวสวยไฮโซยืนบิดขาไปมา มือกำขยำเป้ากางเกงทำท่าทาง เหมือนทรมานมาก หากแต่เรื่องนี้สุกฤตคิดว่าตัวเองคงหมดปัญญาที่จะช่วยเหลือจริง ๆ
“อื้อ คุณทำยังไงดีล่ะ ฉันแสบจนทนไม่ไหวแล้ว
“ผมจะรู้ไหมล่ะ งั้นก็ไปอาบน้ำ เอาสบู่ ๆ ล้างให้สะอาดดูน่าจะดีขึ้น” เจ้าของห้องเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวมาโยนใส่ แล้วไล่ให้ผู้หญิงเจ้าปัญหาเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างเนื้อล้างตัวล้างยาหม่องออกจากของสงวนเนื้ออ่อนบาง
หากทว่าเรื่องน่าอนาถยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะประตูหน้าห้อง ดันมีเสียงเคาะก๊อก ๆ พร้อมกับแม่บังเกิดเกล้าที่เขาคิดว่าควรนอนหลับ ฝันเห็นตัวเลขไปแล้ว แต่คืนนี้กลับนึกอยากมาทักทายราตรีสวัสดิ์ลูกชายหรืออย่างไรไม่ทราบได้
“แม่ มีอะไรเหรอ”
“แม่จะมาบอกว่า พรุ่งนี้โป้งไม่ต้องไปขับรถเกี่ยวข้าวนะ แม่โทรไปให้ลุงบุญมีแกมาช่วยเกี่ยวให้แล้ว จะได้พาหนูอัญชันเขาไปดูที่ทำร้านกาแฟ
“อ๋อ ครับ”
“ถ้าที่ตรงสิบไร่ของเรามันไม่พอ ลองพาหนูอัญชันไปดูที่อีกแปลงหนึ่ง ทางไปวัดใหญ่ตรงนั้น ดูว่าหนูอัญชันเขาชอบหรือเปล่า ที่ตรงนั้นแม่ว่าน่าจะดี” ขณะคุยกับลูกหูได้ยินเสียงเหมือนคนเปิดน้ำอยู่ภายในห้องน้ำ
“ครับ...เดี๋ยวโป้งลองพาขับรถดูหลาย ๆ ที่แล้วกัน” ปากตอบรับพยักหน้าคุยกับแม่ หากแต่สายตาระแวงกลับเหลือบไปยังห้องน้ำ พอดีเสียงคนด้านในปิดน้ำจากฝักบัว ดึงความสนใจของคนช่างสังเกตอย่างป้านงเยาว์
“หือ”
แกรก
ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกพร้อมกับสาวสวยที่ควรจะนอนอยู่อีกห้อง เดินออกมาในสภาพนุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว นงเยาว์หันขวับมามองลูกชายตัวเอง ก่อนจะก้มลงมองกางเกงขาสั้นตัวเดียวนั้นแล้วทำตาโต
“เปล่านะแม่ โป้งไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”
“ป้าเยาว์ มาได้ไงคะ”
“นี่เอ็งสองคน...” นงเยาว์มองสลับกลับไป กลับมาระหว่างลูกชายตัวเองกับลูกสาวเศรษฐี
“ไม่มีอะไรเลยแม่” ลูกชายรู้เท่าทันความคิดแม่ตัวเอง รีบยกมือขึ้นมาโบกปฏิเสธ
“ใช่ค่ะป้าเยาว์ ไม่มีอะไรเลยนะคะ อา...ซี้ดดด โอย แสบหอย”
“ห๊ะ...”
“ไม่ใช่นะแม่”
“ค่ะ ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ ค่ะ”
“เออ แม่ไปนอนละ” นงเยาว์ยกมือขึ้นมาทาบอกเดินตาลอยออกจากห้องลูกชาย หูสองข้างได้ยินแต่คำว่า แสบหอย ลอยไปลอยมา จนไม่ได้ยินเสียงที่สุกฤตพยายามอธิบายไล่ตามหลัง
“เอายังไงดีคุณ นี่ป้าเยาว์คงไม่ได้เข้าใจอะไรเราสองคนผิดใช่ไหม”
“ยังมีหน้ามาถามอีก แล้วทำไมเดินออกมาสภาพนี้” หนุ่มสุพรรณฯ ยกมือขึ้นมายืนเท้าเอวมองสภาพอันล่อแหลมของอัญชัน
ด้วยเพราะไปเรียนเมืองนอกมาหลายปี แถมตอนอยู่กรุงเทพฯ ไอ้เรื่องใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นอัญชันก็ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องน่าอายอะไร แถบผ้าเช็ดตัวนี่ผืนออกใหญ่ จึงไม่ต่างอะไรกับการใส่เดรสเกาะอก
“ฉันไม่เดินออกมาสภาพนี้ แล้วคุณจะให้ฉันเดินออกมาสภาพไหนเล่า กางเกงนอนของฉันมันเปื้อนยาหม่องไปแล้ว ขืนใส่กลับเข้าไปหอยฉันสุกพอดี”
“เฮ้อ เอาล่ะ ๆ อย่างนั้นก็เอาเสื้อผ้าผมไปใส่ก่อน แล้วก็กลับห้องไปนอนได้แล้ว นี่มันสี่ทุ่มกว่าแล้วเนี่ย”
สุกฤตเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อกับกางเกงของตัวเองออกมาให้แขกใส่ชั่วคราวไปก่อน เพราะหากให้เดินออกไปสภาพนี้ เกิดบังเอิญไปจ๊ะเอ๋กับพ่อให้อีกคน มีหวังพรุ่งนี้ตนคงต้องโดนทั้งพ่อและแม่เรียกไปฟังคำบ่นจนหูชาแน่ ๆ
อัญชันรับเสื้อผ้าตัวใหญ่มา หันหลังให้เจ้าของห้องจากนั้นโก้งโค้ง ก้มลงไปยกขาสูงเพื่อใส่กางเกง หากแต่คงลืมคิดไปว่า ชายผ้าเช็ดตัวมันสั้น ทำเอาหนุ่มสุพรรณฯ วัยสามสิบสอง ที่ยืนมองอยู่ข้างหลังถึงกับสำลักลมหายใจ เนื่องจากสายตาดันไปเห็นความลับที่อัญชันซ่อนเก็บเอาไว้ใต้ซอกขาขาวเนียน
“อะ...อะ...” เจ้าของผ้าเช็ดตัวสีน้ำเงิน รีบสะบัดหน้าหันไปทางอื่น ยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อ รีบจับแก้มตัวเองเพราะรู้ว่าเหมือนมันร้อนวูบ ๆ หัวอกหัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเอาเสียเลย
“เสร็จแล้ว”
“อ่อ อือ เสร็จแล้วก็กลับห้องไป” มือดึงผ้าเช็ดตัวมาถือไว้ แล้วรีบเดินไปเปิดประตูห้อง เพื่อให้แขกกลับไปยังห้องตัวเอง
ที่ดินแปลงสวยติดถนนใหญ่ถมแล้วปรับพื้นที่ให้ราบเรียบเสมอกัน ช่วยให้ไฟแห่งความฝันของอัญชันสว่างไสวขึ้นมา ภาพคาเฟ่แบบครบวงจรผุดขึ้นมาในหัวอย่างทันทีทันใด
“ฉันชอบที่แปลงนี้ค่ะ” อัญชันหันไปบอกลูกชายเจ้าของที่ทันที
“ถ้าชอบก็เดี๋ยวไปคุยกับแม่ว่าจะเช่ายังไง”
“อือ ฉันจะให้คนมาดูที่เตรียมปรับแต่ง จัดสวนลงต้นไม้ ทำร้านคาเฟ่แล้วก็ฉันอยากทำโรงเรือนปลูกผักออแกนิกด้วย คุณพอช่วยแนะนำฉันได้หรือเปล่า”
“มันไม่ยากหรอก เอาเรื่องแบบแปลนปลูกคาเฟ่ ร้านอาหารอะไรของคุณนั่นก่อนดีกว่า แล้วนี่เช่าที่แปลงใหญ่ขนาดนี้ คุณไม่ให้พวกพี่ชายมาช่วยดูหน่อยเหรอ” เพราะรู้ว่าอัญชันมีพี่ชาย พี่สาวอีกหลายคน แล้วการเช่าที่แปลงใหญ่ ทำกิจการที่ต้องใช้เงินหลักล้านขนาดนี้ เขาคิดว่าอัญชันควรต้องกลับไปปรึกษาครอบครัวบ้าง
“ไม่จำเป็นหรอก ปรึกษาไปก็เท่านั้น เพราะทุกคนคงตามใจฉันอยู่ดี”
“อือ แล้วจะเริ่มเมื่อไหร่”
“เริ่มเลย คุณพอรู้จักคนจัดสวนเก่ง ๆ บ้างไหม แล้วก็...”
สุกฤตนอกจากทำหน้าที่เจ้าของที่ เจ้าของบ้าน แล้วยังต้องผันตัวเองมาเป็นที่ปรึกษาให้กับอัญชัน เริ่มตั้งแต่เรื่องการหาช่าง หาต้นไม้ หาแบบร้าน ช่วยหาแหล่งซื้อถ้วยชามแบบคลาสสิกไม่เหมือนใคร แล้วสั่งผลิตสกรีนโลโก้ชื่อร้านลงไป เพื่อให้มีความเป็นเอกลักษณ์
สัปดาห์ถัดมาการก่อสร้างและปรับภูมิทัศน์ จัดสวนเตรียมพื้นที่ร้านคาเฟ่สุดอลังการเริ่มขึ้นอย่างรดเร็ว อัญชันกลับมาที่สุพรรณฯ อีกครั้งพร้อมลากกระเป๋าเดินทางใหญ่เข้ามาภายในบ้าน
“ตกลงว่าจะย้ายมาอยู่บ้านผมเลยไหมเนี่ย”
“แหม ก็ขี้เกียจขับรถเทียวไปเทียวมานี่ ขอมาอยู่ด้วยไม่ได้หรือไง ถ้าไม่เต็มใจฉันไปหาเช่าโรงแรมนอนก็ได้”
“เออ ไม่ได้ว่าอะไร อยู่บ้านนี่แหละ ไม่ต้องไปเช่าโรงแรมให้เปลืองเงิน แถมอันตรายด้วย ถ้าคุณไปนอนโรงแรม พ่อแม่คุณ พี่ชายคุณ แถมตัวผมคงไม่สบายใจแน่”
“แล้วนี่ป้าเยาว์กับลุงสายัณห์ไปไหน ทำไมบ้านเงียบจังเลย” เนื่องจากปกติเวลามาถึงอัญชันจะเห็นป้านงเยาว์เดินยิ้มออกมาต้อนรับ หากแต่วันนี้ในบ้านกลับเงียบ ทั้งที่รถมอเตอร์ไซค์สีแดงเก่าสนิมเขรอะที่เธอขับมันไปลงทุ่งก็จอดอยู่
“พ่อกับแม่ไปช่วยงานวัด เขาจะจัดงานปิดทอดฝังลูกนิมิต น่าจะกลับค่ำ ๆ อืม...คุณจะกินกับข้าวฝีมือผม หรือว่าอยากออกไปกินข้างนอก” เอ่ยถามความสมัครใจก่อนล่วงหน้า เพราะตามปกติเวลาพ่อกับแม่ออกไปอย่างนี้กว่าจะกลับก็ค่ำ ส่วนตัวเองอยู่บ้านเต็มที่ก็หากินผัก กินน้ำพริกหรือบางทีแค่เจียวไข่ หรือต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินเท่านั้น
“กินกับข้าวฝีมือคุณก็ได้ ฉันอยู่ง่าย กินง่ายจะตายไป”
“อย่างนั้นก็เข้าครัวไปเก็บใบโหระพามาให้หน่อย เดี๋ยวจะเอามาเจียวไข่”
“ห๊ะ! เก็บใบอะไรนะ”
“โหระพา เดี๋ยวจะเจียวไข่ใส่ใบโหระพาให้กิน เคยกินไหม”
“เอ่อ...ไม่...” อัญชันเหลือกตาขึ้นไปด้านบนทำท่าคิดทบทวนว่าแม่ครัวที่บ้านเคยเอาอะไรนอกจากเนื้อกุ้ง เนื้อปู ใส่ในไข่เจียวให้หรือเปล่า หรือเวลาไปร้านอาหาร ภัตตาคารต่าง ๆ มันมีเมนูไหนบ้างที่บอกว่ามีไข่เจียวใส่โหระพา
“งั้นเดี๋ยวจะทำให้กิน ไปเก็บมาแล้วกัน เอามาเยอะ ๆ นะ”
“อ่อ ได้”
“แน่ใจนะว่ารู้จัก ไม่ใช่เด็ดมามั่ว ๆ นะคุณ เสียดายของ”
“อย่ามาดูถูกฉันนะ ถ้าเด็ดมาผิดฉันยอมให้คุณตีก้นเลย”
“ห๊ะ...”
เมื่อพูดถึงตีก้นอยู่ ๆ ภาพแก้มก้นขาวกับอะไรบางอย่างใต้ชายผ้าขนหนูที่เขาเห็นเมื่อคราวก่อนก็วิ่งเข้ามากระแทกตา กระทบความทรงจำ ทำเอาเลือดอุ่น ๆ ในกายเขาร้อนวาบขึ้นมาทันที
