บทที่ 9 ลูกคุณหนูตกอับ
สาวสมัยใหม่ชีวิตส่วนใหญ่วนเวียนอยู่ภายในห้างดัง โรงแรมหรู ร้านคาเฟ่เอ็กซ์คูลซีฟ ไอ้เรื่องจะมาเดินเที่ยวในวัด ขัดศาลา กวาดลานโบสถ์ ช่างห่างไกลจากวิถีชีวิตของคุณหนูไฮโซอย่างอัญชันโดยสิ้นเชิง
ลูกคุณหนูหมื่นล้านสวมเสื้อยืดแถมปุ๋ย เดินลงมาแหงนคอมองความแปลกใหม่ด้วยความตื่นเต้น เห็นพระเห็นเณรกำลังช่วยกันยกตู้ ขนโต๊ะ แบกเก้าอี้ย้ายจากตรงนั้นไปไว้ตรงนี้ดูคึกคักไปหมด
“เดี๋ยวผมจะเอาข้าวสารไปให้ที่โรงครัว คุณขึ้นไปบนศาลาพร้อมแม่ก็ได้นะ” สุกฤตเดินไปลากรถเข็นแบบสามล้อมาวาง เปิดฝาท้ายรถกระบะแล้วกระโดดขึ้นไปเตรียมยกกระสอบข้าวสารมาใส่รถเข็นด้านล่าง
“ฉันไปด้วย ฉันอยากเห็นโรงครัววัด...ฉันช่วย ๆ”
สาวเสื้อปุ๋ยใช้สองมือจับรถเข็นเตรียมพร้อม แถมยังช่วยเข็นข้าวสาร เดินลัดเลาะเข้าไปตามทางเล็ก ๆ มาโผล่ยังศาลาหลังใหญ่ด้านหลัง เต็มไปกะละมัง หม้อ กระทะ จาน ชาม กระโถนคว่ำเรียงเต็มไปหมด
“ข้าวสารมาส่งครับ” ลูกเจ้าของโรงสียกมือไหว้ป้าแม่ครัวที่รู้จักคุ้นเคยกันดี จากนั้นช่วยยกกระสอบข้าวขึ้นไปเก็บ ในขณะที่อัญชันยืนเก้ ๆ กัง ๆ มองนั่นมองนี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เอ้า มายืนทำอะไรล่ะ ไปช่วยกันล้างจาน” มนุษย์ป้าคนหนึ่งลุกขึ้น เดินมาดึงมือของอัญชันไปนั่งลงยังเก้าอี้พลาสติกเก่าราขึ้นจนดำ ตั้งอยู่หน้ากะละมังอลูมิเนียมใบใหญ่ ด้านในนั้นมีจานชามแช่อยู่จนเต็ม
“ห๊ะ ละ ล้าง ล้างจานเหรอคะ”
“ก็เออนะสิ มาช่วยล้างจานไม่ใช่หรือไง”
“เดี๋ยวครับป้า นี่ไม่ใช่เด็กล้างจานนะ” สุกฤตรีบคว้าข้อมือของอัญชันแล้วฉุดให้ลุกขึ้น
“ไม่เป็นไร คุณขึ้นไปคุยกับหลวงพ่อเหอะ ฉันนั่งล้างจานรอตรงนี้ก็ได้”
“คุณเนี่ยนะจะล้างจาน”
“ทำไม ฉันล้างจานแล้วมันทำไม” มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเท้าเอวอย่างท้าทาย
“อยู่บ้านจานสองใบคุณยังใช้ให้ผมล้างเลย แต่นี่มันจานสองกะละมังนะคุณ”
“สองกะละมังแล้วยังไง อย่ามาดูถูกฉันนะ”
“แน่ใจนะว่าจะอยู่ล้างจาน”
“อือ” คนมุ่งมั่นถกแขนเสื้อขึ้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริง
“โอเค อย่างนั้นก็ขอให้โชคดี”
“ล้างจานแค่นี้ สบายมาก”
อัญชันนึกสนุกหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ถ่ายเซลฟี่ชู 2 นิ้ว ภาพตัวเองใส่เสื้อตราปุ๋ย พร้อมกับจานชาม 2 กะละมังใหญ่ โพสต์ลงในไอจีแคปชั่น
‘ลูกคุณหนูตกอับ’
ทำเอาโซเชียลแตกตื่น มีคนเข้ามากดไลก์และร่วมคอมเมนต์เห็นอกเห็นใจจำนวนมาก มีเพียงเหล่าบรรดาพี่ชายและคนสนิทชิดใกล้จริง ๆ เท่านั้นที่รู้ว่านี่คงเป็นการเล่นพิเรนทร์อะไรอีกแน่
(นี่ตัวป่วนไหนบอกว่าจะไปดูเรื่องเตรียมร้านคาเฟ่ แล้วทำไมถึงได้ไปนั่งล้างจานงานวัดอย่างนั้น)
พี่ชายคนโต พ่วงตำแหน่งเขยขวัญของนงเยาว์กดโทรศัพท์ต่อสายตรงมาหาน้องสาวตัวเองทันที
“อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควาย ช่วยล้างจานให้ลูกท่านบ้างไงคะ อันที่จริงพี่ไออุ่นน่าจะดีใจที่เดี๋ยวนี้อัญรู้จักทำงานทำการ ไม่ได้เดินสวยไปวัน ๆ”
ใช้ซอกคอหนีบโทรศัพท์มือถือเครื่องละเกือบแสน มือล้วงลงไปหยิบจานมาใช้ฟองน้ำถู ๆ ทำความสะอาด
(แน่ใจนะว่าช่วย)
“หื้อ พี่ไออุ่นน่ะ นี่น้องนะคะ เชื่อใจกันบ้างสิ”
(เอาล่ะเชื่อก็ได้ แล้วอยู่บ้านนั้นทำตัวดี ๆ ล่ะ อย่าทำให้แม่เยาว์ลำบากใจ ฝากบอกแม่เยาว์ด้วยว่าวันหยุดพี่จะพาสายป่านกลับบ้านไปเที่ยวหานะ)
เป็นการล้างจาน 2 กะละมังอันหนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิตของอัญชัน สีเล็บสวยผ่านการตกแต่งเคลือบมาอย่างดี หากทว่าเวลานี้สีหวานกลับหม่นหมอง แถมกากเพชร ดอกไม้ประดิษฐ์ที่ติดประดับ บางชิ้นบางอันยังหลุดกระเด็น ลอยหายไปกับสายน้ำตอนไหนอัญชันไม่ทันรู้ตัว
“ฮือ...เล็บของฉัน” ลูกคนรวยใส่เสื้อปุ๋ยเดินหน้ามุ่ยมองมือเหี่ยวเพราะแช่น้ำนาน กำลังเดินกลับไปตามทาง ซึ่งอัญชันจำได้ว่าเป็นทางเดินไปศาลาที่นงเยาว์บอกว่าจะขึ้นไปคุยกับหลวงพ่อเจ้าอาวาส
“นี่...นี่...นี่!” เสียงห้วนตะคอกดังของใครคนหนึ่ง ทำเอาอัญชันจำต้องละมือย่น แล้วหันไปมอง
หญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาสะสวย สวมชุดกระโปรงแบรนด์ดัง หากแต่อัญชันจำได้ว่าคอลเล็คชั่นนี้ที่ตัวเองซื้อมา ดีเทลบางอย่างมันไม่ตรงกัน ยิ่งเมื่อมองเนื้อผ้าแล้วจึงรู้ทันทีว่าสาวสวยคนนี้คงซื้อจากช้อปงานก็อปเกรดเอมากกว่า
“นี่เธอน่ะ” หางตาจิกมองเหยียดตั้งแต่โคนผม เสื้อตราปุ๋ย กางเกงยีนรุ่นลิมิเต็ดที่พี่ชายซื้อมาจากฝรั่งเศส ไปจนถึงรองเท้าแตะเกรดพรีเมี่ยมคู่ละเกือบหมื่น
“คะ คุณเรียกฉันเหรอ”
“ก็ต้องเรียกหล่อนสิ หูหนวกหรือไง เรียกตั้งนานไม่หัน”
“ใครจะไปรู้ว่าคุณเรียกใคร ได้ยินจิกหัวเรียก นี่ ๆ ฉันไม่ได้ชื่อนี่สักหน่อย อีกอย่างฉันไม่ได้เป็นหนี้ใครด้วย”
ไม่มีเหตุผลใดเลยที่อัญชันจะต้องแสดงความนอบน้อมต่อคนที่ไม่คู่ควร ในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดให้เกียรติ แล้วมันเรื่องอะไรที่คนอย่างอัญชันจะต้องให้เกียรติกับคนอย่างนี้
“นี่กล้าเล่นลิ้นกับฉันเหรอ”
“เอ้า ทีคุณยังจิกหัวเรียกคนอื่นได้เลย”
“เป็นแค่คนงานรายวัน อย่ามาตีเสมอฉันนะ รู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร” แขนสอดยกขึ้นมาอยู่ในท่ากอดอก หน้าเชิดทำหยิ่งอวดกระเป๋าแบรนด์เนมก็อปเกรดเออย่างภูมิใจ
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ คุณไม่ได้ใส่ปลอกคอเอาไว้นี่”
“เอ๊ะอีนังคนนี้ ปากดีแบบนี้ชื่ออะไร เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปบอกคุณพ่อ ให้บอกเจ้าอาวาสให้เอาหล่อนออกจากงาน”
“เสียใจด้วยนะ เธอคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกเพราะฉันไม่ใช่คนงานของที่นี่”
“อ๋อ หรือว่ามากินของแจกโรงทานฟรี เชอะ...”
“ของแจกโรงทานไม่ดีตรงไหน อร่อยจะตาย”
“พวกบ้านนอก ขนาดข้าวยังต้องมาหากินฟรีในวัด แล้วยังมาทำจองหอง ต่อไปเชิญไปหากินที่อื่นเถอะ ฉันจะบอกพ่อว่าห้ามหล่อนเข้ามาในวัดนี้”
“พ่อเป็นสัปเหร่อที่นี่เหรอ”
“อีบ้า!” เสียงแหลมดังขึ้นกว่าเดิม ทำพระเณรที่กำลังช่วยกันปูเสื่อ อยู่ในศาลาด้านล่างถึงกับต้องหันมามอง
“มีอะไรกันเหรอครับคุณแป้ง” ผู้ชายสวมแจ็คเก็ตสีดำ หน้าตาขึงขังเดินเข้ามา เมื่อเห็นลูกเจ้านายท่าทางเหมือนกำลังทะเลาะกับใครอยู่
“ยัยคนนี้นะสิ มันว่าฉันเป็นคนบ้า” เจ้าของขนตาปลอมแพหนาสะบัดมองขวางมาทางอัญชัน ที่วันนี้ตั้งใจแต่งหน้าแบบบางเบาเป็นธรรมชาติ เพราะรู้ว่าต้องมาวัด อีกทั้งเริ่มชินกับคนต่างจังหวัด ที่มักไม่ค่อยแต่งหน้าทาปากเท่าไหร่ เลยคิดว่าแต่งแค่พอให้ตัวเองมีคิ้ว กับทาสีปากชมพูนิด ๆ ก็พอ ถ้ารู้ล่วงหน้าจะต้องมาประชันกับยัยขนตากระพือนี่ รับรองเลยว่าอัญชันจะจัดเต็มกว่านี้แน่
“น้อย ๆ หน่อย ตัวเองมาว่าคนอื่นเขาหูหนวกก่อน”
“เอาล่ะ เธอขอโทษคุณหนูแป้งซะ”
“ทำไมฉันต้องขอโทษ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”
“บอกว่าให้ขอโทษก็ขอโทษไปสิ รู้หรือเปล่าว่าคุณแป้งเป็นใคร”
“มาอีกคนละ ถามจังเลยว่ารู้หรือเปล่าว่าคนนี้เป็นใคร ถ้าอยากให้คนอื่นเขารู้จักนัก คราวหน้าเดินไปไหนมาไหน ช่วยเอาบัตรประชาชนแขวนคอไว้นะ จะได้ไม่ต้องมาคอยถามคนอื่น” ไม่รอให้อีกฝ่าย มีเวลาคิดทบทวนประโยคแดกดัน อัญชันสะบัดหน้าเดินขึ้นบันไดไปบนศาลา เพื่อเข้าไปสมทบกับนงเยาว์และสุกฤตที่กำลังนั่งคุยอยู่กับหลวงพ่อเจ้าอาวาส และคนอีกกลุ่มหนึ่งท่าทางเหมือนพวกนักการเมืองท้องถิ่น
นั่นเองอัญชันที่คุ้นชินกับการติดตามแม่ไปพบปะกับเหล่าคุณหญิง คุณนาย รัฐมนตรีตามงานการกุศลบ่อย ๆ จึงถึงบางอ้อ รู้ว่าแม่ผู้หญิงปากแตรคนนี้คงเป็นลูกสาวท่าน สจ. อยากมาขอทำความรู้จักกับสุกฤตนั่นเอง
“ไง ล้างจานเสร็จแล้วเหรอ” สุกฤตหันมาอมยิ้มให้คนที่คลานเข่ามานั่งหลบอยู่ด้านหลัง เนื่องจากอัญชันไม่ค่อยคุ้นเคยกับการคุยกับพระ แถมไม่มีความรู้เรื่องงานวัด งานผ้าป่า ปิดทองฝังลูกนิมิต
“เสร็จแล้ว ฉันเก่งไหม”
“อือเก่ง งั้นเดี๋ยวต่อไปนี้ ผมจะยกหน้าที่ล้างจานในครัวให้คุณเป็นคนดูแล ตกลงไหม”
“ห๊ะ ล้างทุกวันเลยเหรอ”
