บทที่ 1 แนะนำเรื่อง
“เตี่ย... ถ้าจะให้หนูเรียนมาอย่างยากลำบากขนาดนี้ เพื่อมาทำงานที่โรงพยาบาลเถื่อนใต้ดินแบบนี้ หนูไม่เอาด้วยนะคะ!”
น้ำเสียงหวานที่แฝงไปด้วยความดื้อรั้นและเหนื่อยอ่อนของ ‘เหม่ยหลี’ ดังขึ้นทลายความเงียบสงัดภายในห้องทำงานกรุ่นกลิ่นยาสมุนไพรโบราณ หญิงสาวในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์มาหมาดๆ กำลังยืนกอดอก จ้องมองชายชราตรงหน้าด้วยสายตาประท้วงอย่างจริงจัง ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความไม่ยินยอม พร้อมกับหยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมจากความกดดันที่เกาะกุมหัวใจ
“อาเหม่ย... ครอบครัวเราเป็นหมอประจำภักดีอีสานมาตั้งแต่รุ่นทวดของทวดแล้วนะ พวกเขามีบุญคุณมาก ยังไงลื้อก็ต้องทำ”
ชายชราผู้เป็นบิดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทว่าหนักแน่น แววตาของตาแก่ผ่านโลกมามากเต็มไปด้วยความเว้าวอนและภาระอันหนักอึ้งที่แบกรับไว้บนบ่าอันทรุดโทรม ใบหน้าที่มีร่องรอยแห่งกาลเวลาฉายความเคร่งเครียด เพราะรู้ดีว่าสัจจะที่ให้ไว้กับพญามังกรนั้นสำคัญยิ่งกว่าชีวิต
“ไม่เอาหรอก หนูไม่ได้เรียนมาเพื่อมาอุดอู้อยู่ที่โรงพยาบาลใต้ดิน กับพวกมาเฟียน่ากลัวพวกนั้น!”
แพทย์หญิงป้ายแดงตอกกลับทันควัน ภาพจำของกลุ่มคนชุดสูทสีดำ รอยสักเต็มตัว และกลิ่นคาวเลือดที่มักจะแฝงมากับรัตติกาลลอยเข้ามาในหัว สมองของเธอประท้วง อุดมการณ์ที่สั่งสมมาตลอดการเรียนอันหนักหน่วงเกือบเจ็ดปีบอกว่าเธอควรได้อยู่ห้องผ่าตัดที่ทันสมัย ได้ช่วยชีวิตผู้คนนับร้อยนับพันในโรงพยาบาลส่วนหน้า ไม่ใช่จมปลักอยู่ในสถานที่ซ่อนเร้นจากสายตาผู้กฎหมายเช่นนี้
“แล้วลื้อจะให้เตี่ยทำยังไง... ตอนนี้เตี่ยแก่มาก จับมีดผ่ากระสุนไม่ไหวแล้ว”
คำสวนกลับที่แฝงไปด้วยความท้อแท้ของเตี่ย ทำเอาเหม่ยหลีถึงกับน้ำท่วมปาก ชายชราพยายามยกมือที่เหี่ยวย่นขึ้นมาให้ลูกสาวดู มันสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้... สั่นเสียจนกระทั้งหยิบจับใบมีดผ่าตัดอันคมกริบไม่ได้อีกต่อไป สภาพร่างกายที่ร่วงโรยตามกาลเวลาของบิดาคือความจริงอันโหดร้ายที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้เลย
. .
ก็อย่างที่เห็นบทสนทนาข้างต้น... ‘เหม่ยหลี’ คุณหมอสาวผู้อ่อนโยนต่อคนไข้ทว่าแข็งกร้าวต่อโชคชะตา เธอคือทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของหมอใหญ่ประจำตระกูลผู้กุมความลับและต่อลมหายใจให้แก่ ‘แก๊งภักดีอีสาน’ มหาอำนาจมืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แผ่ขยายอิทธิพลสยายปีกปกคลุมทั่วทั้งอาณาจักร และมีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ยาวนานที่สุดในบรรดาซุ้มมาเฟียของประเทศเล็กๆ แห่งนี้
หากย้อนรอยอดีตกลับไปเมื่อหลายทศวรรษก่อน บรรพบุรุษของแก๊งภักดีอีสานได้หอบเสื่อผืนหมอนใบข้ามน้ำข้ามทะเลอันไกลโพ้นมาจากแผ่นดินใหญ่ ล่องเรือฝ่ามรสุมมาปักหลักสร้างรากฐานอยู่ที่แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเล็กๆ แห่งนี้ พวกเขาไม่ได้มามือเปล่า ทว่านำเอาศาสตร์ลี้ลับและคัมภีร์ความรู้เรื่องยาสมุนไพรจากแผ่นดินเกิดมาปรับใช้ นำมาสร้างเม็ดเงินมหาศาลและรักษาผู้คนเพื่อซื้อใจบริวาร ตั้งแต่ยุคปู่ทวดของปู่ทวดของเหม่ยหลีเป็นต้นมา
สายเลือดของตระกูลหมอประจำแก๊งหยั่งรากลึกควบคู่ไปกับความรุ่งเรืองของมาเฟีย ครอบครัวของเหม่ยหลีสืบทอดความรู้ด้านแพทยศาสตร์จากรุ่นสู่รุ่นประหนึ่งมรดกตกทอด และเมื่อกงล้อแห่งกาลเวลาหมุนผ่าน เทคโนโลยีสมัยใหม่หลั่งไหลเข้ามา พวกเขาก็หาได้ดักดาน ทว่าปรับตัวและรับนวัตกรรมเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้อย่างชาญฉลาด จาก ‘หมอตี๋’ นั่งจับชีพจรในร้านไม้เก่าๆ แปรเปลี่ยนเป็นร้านขายยาขยับขยายสู่คลินิก และในท้ายที่สุดก็เติบโตจนกลายเป็นโรงพยาบาลที่สมบูรณ์แบบ
แต่ทว่า... นั่นเป็นเพียงฉากหน้าอันงดงามที่คนภายนอกเห็น เพราะในความจริงอันมืดมิด เนื่องจากตระกูลหมอของเธอมีความเก่าแก่และผูกพันพอๆ กับแก๊งภักดีอีสาน ความสัมพันธ์อันดีที่เกื้อหนุนและหยั่งรากลึกเกินกว่าจะถอนตัว จึงทำให้เกิดสัญญาลับที่เรียกว่า ‘โรงพยาบาลใต้ดิน’ สถานที่พยาบาลลับเฉพาะกิจที่เป็นแหล่งรักษาตัวของเหล่าสมุนและแกนนำมาเฟียแก๊งอีสานยามที่ต้องคมกระสุนหรือรอยแผลจากสงครามทางธุรกิจ โดยมีหมอประจำตระกูลคอยสลับเปลี่ยนมาดูแลจากรุ่นสู่รุ่น และไม้ต่ออันแสนหนักอึ้งนั้น บัดนี้ได้ตกมาอยู่ที่พ่อของเหม่ยหลี... และกำลังจะสืบทอดมาถึงตัวเธอ
เหม่ยหลีไม่เคยยอมรับวงจรชีวิตสีเทาเข้มนี้เลยแม้แต่น้อย ด้วยความที่เป็นคนหัวสมัยใหม่ เติบโตมากับตำราแพทย์สากล และต้องเผชิญความยากลำบากทางสติปัญญาและร่างกายจนจบหลักสูตรแพทยศาสตร์บารมี เธอย่อมปรารถนาที่จะใช้ความรู้ความสามารถรักษาคนไข้ทั่วไปในโลกกว้างอันสว่างไสว ไม่ใช่ยอมให้ตัวเองดิ่งด่ำจมปลักอยู่กับพวกคนป่าเถื่อนน่ากลัวที่ใช้ชีวิตอยู่บนความรุนแรงเหล่านั้น
ทว่า... ในความเป็นจริงอันโหดร้าย เหม่ยหลีไม่อาจขัดใจเตี่ยได้เลย เพราะความกตัญญูและความรักอันล้นพ้นที่มีต่อชายชราผู้ชุบเลี้ยงเธอมา ลำพังในตอนนี้ สังขารของเตี่ยก็ทรุดโทรมลงมาก มือที่เคยนิ่งสนิทปานเนื้อศิลาบัดนี้สั่นระริกจนจับมีดผ่าตัดแทบไม่ไหว หากเธอดึงดันที่จะหันหลังให้ภารกิจนี้ พ่อของเธอก็คงไม่มีวันยอมปล่อยให้แก๊งภักดีอีสานไร้ซึ่งแพทย์ประจำ และคงจะฝืนสังขารไปผ่าตัดจนตัวเองอาจจะสิ้นลมคาห้องผ่าตัดใต้ดินเป็นแน่
ครั้นจะไปเสาะหาหรือว่าจ้างหมอจากภายนอกมาทำหน้าที่แทนก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะโรงพยาบาลแห่งนี้ อย่างที่รู้กันดีว่ามันคือโรงพยาบาล ‘เถื่อน’ ที่ตั้งอยู่ใต้ดินลึกลงไปจากความรับรู้ของกฎหมาย บุคลากรทุกคนที่จะย่างกรายเข้ามาจึงต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ในระดับสูงสุด ยอมถวายชีวิตและรักษาความลับเท่าชีวิต แลกมาด้วยค่าแรงและค่าปิดปากที่สูงลิ่วเกินกว่าคนปกติจะจินตนาการออก
เหม่ยหลีผ่อนลมหายใจยาวเหยียด พลางเงยหน้ามองเพดานห้องเพื่อกักเก็บหยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง ยอมศิโรราบให้แก่ชะตากรรมที่เธอไม่มีสิทธิ์เลือก... และจำใจยอมรับมันซะตั้งแต่วันนี้
. .
ในขณะเดียวกัน... อีกด้านหนึ่งของดินแดนอันมืดมิด ท่ามกลางตึกระฟ้าและห้องทำงานหรูหราที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจและซิการ์ราคาแพง ‘เอเดน’ เจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลคนปัจจุบันในวัย 40 ปี ชายหนุ่มใหญ่ผู้เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติและทรัพย์ศฤงคาร ทว่ามีหัวใจที่ด้านชาปานน้ำแข็งก้อนมหึมา เขาเป็นบุรุษผู้ไม่เคยคิดจะแต่งงาน ยึดมั่นในคานทอง และไม่เคยมีความคิดที่จะสร้างครอบครัว วันๆ ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกลุ่มหญิงสาวผู้งดงามที่ดาหน้าเข้ามาให้เลือกสรร ทว่าเขากลับปฏิบัติกับพวกเธอราวกับเศษกระดาษทิชชู... ใช้เสร็จแล้วก็สะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี
เหตุผลหลักน่ะหรือ? เพราะเขาเกลียดการมีพันธะ หวงแหนความโสดอันเป็นอิสระเหนือสิ่งอื่นใด และที่สำคัญที่สุดคือ ความรักในโลกของมาเฟียเป็นสิ่งต้องห้าม เขาไม่อยากลากใครเข้ามาเสี่ยงอันตรายในเส้นทางที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดนี้ และลึกๆ แล้ว เขาก็ขี้เกียจที่จะรักใคร... ความรักเป็นเรื่องไร้สาระและน่ารำคาญใจเกินกว่าที่จอมบงการอย่างเขาจะยอมสละเวลาไปใส่ใจ
...นั่นคือสิ่งที่เขาคิดมาตลอด 40 ปีเต็ม
ถ้าหากว่าวันนี้... ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวคู่ภวังค์นั้นไม่ได้บังเอิญไปสบเข้ากับดวงตาเรียวรีที่เต็มไปด้วยประกายไฟของ ‘ยัยหมอบ้าพลัง’ ที่นอกจากจะดื้อดึงไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของเขาแล้ว หล่อนยังพกพาความดุและฝีปากอันจัดจ้านสั่นประสาทมาท้าทายพญามังกรอย่างเขาถึงถิ่น!
“วันนี้ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาล่ะ?”
น้ำเสียงหวานที่เจือกระแสเยาะหยันเอ่ยขึ้นขณะที่มือบางในถุงมือยางสีฉูดฉาดกำลังกดสำลีชุบแอลกอฮอล์ลงบนบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกแกร่งของมาเฟียหนุ่มใหญ่ รุนแรงเสียจนคนใต้ร่างถึงกับคิ้วกระตุก
“มีหน้าที่ทำแผลก็ทำไป... อย่าปากมาก”
เอเดนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความขัดใจ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบัดสีหน้าบึ้งตึงเมื่อถูกสบประมาทโดยยัยผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่สูงไม่ถึงระดับอกของเขาด้วยซ้ำ
“ปากดีขนาดนี้... ไม่ต้องฉีดยาชาแล้วมั้งคะ?”
หมอสาวเลิกคิ้วท้าทาย พลางขยับไซริงค์เข็มฉีดยาขนาดใหญ่ในมือไปมาตรงหน้าเขาอย่างจงใจ กวนประสาทเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่จนน่าจับมาตีก้นให้เข็ด
เอเดนแค่นยิ้มร้าย แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์พราวระยับ เขาขยับกายแกร่งเข้าใกล้ร่างบางจนกลิ่นกายบุรุษเพศอันดุดันคุกคามประสาทสัมผัสของหญิงสาว ก่อนจะกระซิบเสียงพร่าทว่าหนักแน่นข้างใบหูเล็ก
“จะฉีดให้ดีๆ... หรือจะให้ผมจับหมอฉีดแทน?” ชายหนุ่มเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมกริบลงมองต่ำอย่างมีความหมายแฝงเร้นอันร้ายกาจ “...เข็มของผมมันใหญ่กว่าของหมอเยอะนะ”
