บทที่ 3 บทที่ 2: มังกรซ่อนเล็บ
บทที่ 2: มังกรซ่อนเล็บ
หากจะเอ่ยถึงนามของ ‘แก๊งภักดีอีสาน’ ในโลกมืดของประเทศเล็กๆ แห่งนี้ คงไม่มีผู้ทรงอิทธิพลคนใดกล้าปฏิเสธความยิ่งใหญ่เกรียงไกรอันยาวนาน อาณาจักรสีเทาแห่งนี้หยั่งรากลึกและมีอายุอานามเก่าแก่เหนือกว่าซุ้มมาเฟียใดๆ ทั้งปวง ประวัติศาสตร์อันคาวเลือดและเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังถูกถักทอและสั่งสมมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
พวกเขาสร้างเนื้อสร้างตัวจากกลุ่มคนพลัดถิ่น หอบเอาความหวังและความกล้าหาญข้ามน้ำข้ามทะเลมาฟูมฟักปักหลักฐาน จากชุมชนเล็กๆ ค่อยๆ ขยับขยาย สยายปีก แผ่อิทธิพลกว้างใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการผลัดใบและเคี่ยวกรำตามกาลเวลา จนกระทั่งกลายมาเป็นมหาอำนาจมืดที่ไม่มีใครกล้าสั่นคลอนในปัจจุบัน
และบุรุษผู้กุมบังเหียนสูงสุดของภักดีอีสานในยุคนี้ก็คือ ‘เอเดน’ นายใหญ่คนปัจจุบันผู้เพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์อันเหลือร้าย ชายหนุ่มใหญ่ในวัย 40 ปีบริบูรณ์ ทว่ากลับมีรูปโฉมที่หล่อเหลาคมคาย กระชากวัยเสียจนหากไม่บอกก็คงไม่มีใครหน้าไหนเชื่อว่าเขาผ่านโลกมาถึงสี่ทศวรรษ ผิวพรรณและโครงหน้าฟิตแอนด์เฟิร์มราวกับสวรรค์ประทาน ผสานเข้ากับบุคลิกเพลย์บอย เจ้าชู้ กรุ้มกริ่ม และการบริหารเสน่ห์อันเป็นเลิศที่ทำให้เขาดูหนุ่มแน่นอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงที่จะทำตัวแก่ตามตัวเลขในทะเบียนบ้าน
ภาพลักษณ์ภายนอกของเอเดนฉีกทุกกฎเกณฑ์ของคำว่า ‘เจ้าพ่อมาเฟีย’ จนหมดสิ้น ในขณะที่ผู้นำแก๊งอื่นขยันวางมาดน่าเกรงขาม สวมสูทสากลราคาแพงระยับนับแสนทว่าดูอึดอัด แต่นายใหญ่แห่งภักดีอีสานกลับพึงใจที่จะปรากฏกายในชุดเสื้อยืดเนื้อดีกับกางเกงยีนตัวเก่ง ลุคสบายๆ ชิลๆ ราวกับนักท่องเที่ยวทั่วไป ทว่าภายใต้ความเรียบง่ายนั้นกลับซ่อนเร้นความเฉียบขาดอันน่าสะพรึงกลัว
เขาเป็นคนทำงานจริงจัง เคร่งครัดในระบบระเบียบและสายงานของตัวเองอย่างถึงที่สุด เอเดนวางหมากจัดสรรหน้าที่ให้บริวารทุกคนอย่างชาญฉลาดและไร้ที่ติ
❖ กฎเหล็กของเอเดน: ตราบใดที่ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี เขาก็พร้อมจะปล่อยผ่านและตบรางวัลให้อย่างงาม ทว่า... หากใครหน้าไหนสะเพร่าจนทำให้งานเกิดความเสียหายหรือสั่นคลอนผลประโยชน์ของแก๊ง เอเดนก็พร้อมจะลบหน้าอินทร์หน้าพรหมทิ้งทันทีโดยไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น เขาพึงพอใจและชื่นชมคนที่มีฝีมือ ‘เก่งจริง’ ทว่าเกลียดแสนเกลียดพวกที่ ‘ปากเก่ง’ แต่ไร้น้ำยา และแน่นอนว่าในส่วนของรสนิยมส่วนตัว เขามักจะแพ้ทางให้แก่ผู้หญิงประเภทเรียบร้อย อ่อนหวาน และไม่พูดมากเหนี่ยวรั้งประสาท
สายเลือดของตระตูลผู้สืบทอดภักดีอีสานในรุ่นนี้ประกอบไปด้วยสามพี่น้อง โดยเอเดนมีพี่ชายคนโตคือ ‘เอเดรียน’ และน้องสาวคนเล็กคือ ‘เอเรียส’ โครงสร้างภายในของแก๊งนี้แปลกประหลาดกว่ามาเฟียทั่วไป เพราะพวกเขาส่งต่ออำนาจแบบถวายพาน พี่น้องต่างเกื้อหนุน รักใคร่กลมเกลียว และยังคงอยู่คอยเป็นที่ปรึกษาให้กันและกันเสมอ ส่งผลให้ภักดีอีสานเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่นและปึกแผ่น
ด้วยความยิ่งใหญ่อันเป็นที่ประจักษ์ พวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องไปเป็นศัตรูกับแก๊งใหญ่ระดับบิ๊กด้วยกัน ทว่าก็มักจะมีปากเสียงและเผด็จศึกกับพวกแก๊งท้องถิ่นประปราย... พวกนักเลงข้างถนนหน้าใหม่ที่ริอ่านตั้งซุ้มขึ้นมาลองดี ท้าทายอำนาจมืด ทว่ากงล้อแห่งการปะทะเหล่านั้นก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของพวกมันทุกครั้งไป เพราะภักดีอีสานใช้ความยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่เหนือกว่าหลายเท่าตัวบดขยี้จนพวกมันราบคาบ
แต่ถึงกระนั้น นายใหญ่อย่างเอเดนก็ยังชอบทำตัวลื่นไหลเหมือนกุ๊ยข้างถนน เขาเกลียดชังความพิธีรีตอง เรื่องเยอะน่ารำคาญใจ และขั้นตอนที่ระเบียบจัด ทว่าเขากลับสามารถควบคุมและปกครองสุนัขล่าเนื้อนับพันชีวิตในแก๊งได้จากจุดนั้นเอง เมื่อหัวหน้าทำตัวติดดินทว่าเด็ดขาด ลูกน้องบริวารทั้งหลายจึงพลอย ‘เถื่อน’ และห้าวหาญตามลูกพี่ไปด้วย
หากไปถามคนภายนอก ทุกคนคงคิดว่าเจ้าพ่อต้องวางมาดขรึมดูน่ากลัวใช่ไหม? ทว่าสำหรับเอเดน... เขาชอบทำตัวเสเพลคล้ายนักเลงปลายแถวเสียมากกว่า และสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชายหนุ่มผู้รักอิสระคนนี้จำเป็นต้องก้าวขึ้นมาแบกรับบัลลังก์ทองของภักดีอีสาน นั่นก็เป็นเพราะพี่ชายคนโตอย่างเอเดรียนไม่สะดวกที่จะรับตำแหน่ง
รายนั้นเขามีความรัก... มีผู้หญิงที่อยากจะปกป้องและต้องการสร้างครอบครัวแสนสุขที่ปราศจากกลิ่นคาวเลือด เอเดนในฐานะน้องชายจึงยอมเสียสละ ปล่อยให้พี่ชายไปใช้ชีวิตสงบสุขและโบยบินในโลกกว้างตามใจปรารถนา เพราะตัวเขาเองในเวลานั้น... ไม่เคยมีความคิดหรือปรารถนาที่จะมีครอบครัวเลยแม้แต่น้อย
สำหรับเอเดนแล้ว ‘ความรัก’ เป็นเรื่องที่เขาสุดแสนจะขี้เกียจที่จะมีมัน ชายหนุ่มไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าไอ้พวกมนุษย์ที่พร่ำเพ้อบอกรักกันจนยอมตายแทนกันได้น่ะ เขารักกันไปทำไม? ในสายตาของเจ้าพ่อมาเฟียวัย 40 ปี ความรักมันช่างเป็นเรื่องที่โคตรจะไร้สาระ งี่เง่า และหาแก่นสารไม่ได้เอาเสียเลย...
...ใช่ เขาเคยคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดี
ถ้าหากว่าวงล้อแห่งโชคชะตาไม่ได้เล่นตลก บังเอิญเหวี่ยงให้เขามาเจอกับ ‘ยัยหมอบ้าพลังปากจัด’ คนนั้นน่ะนะ!
เรื่องราวความรักสุดอลเวงท่ามกลางห่ากระสุน ระหว่างคุณหมอสาวเกียรตินิยมผู้ไม่ได้เต็มใจอยากจะก้าวเท้าเข้ามารับตำแหน่งหมอมาเฟียใต้ดิน กับเจ้าพ่อมาเฟียโลกมืดผู้วางทิฐิหนาแน่นและไม่คิดจะเปิดใจเต็มใจมีความรัก... กำลังจะเปิดฉากเริ่มต้นขึ้นนับต่อจากนี้!
