บทที่ 4 บทที่ 3: ดอกไม้เหล็ก

บทที่ 3: ดอกไม้เหล็ก

ณ ห้องทำงานสุดหรูที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของใบยาสูบราคาแพงและเหล้าบรั่นดีชั้นเลิศ แสงไฟสลัวสะท้อนกับกระจกบานยักษ์ที่เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองใหญ่ยามค่ำคืน ทว่าบรรยากาศอันเงียบสงบกลับถูกทำลายลงด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกแกมตื่นเต้นของชายหนุ่มคนหนึ่ง

“เจ้าพ่อ!! เห็นว่าลุงหลีปลดระวางแล้วให้ลูกสาวแสนสวยขึ้นมาเป็น ผอ.รพ ภักดีแทนหรอครับ”

‘เชิดชัย’ มือขวาคนสนิทผู้เปรียบเสมือนแขนซ้ายแขนขวาที่เอเดนไว้วางใจที่สุด สาวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่าทีกระตือรือร้นอย่างปิดไม่มิด ใบหน้าคมเข้มของมาเฟียหนุ่มรุ่นน้องฉายแววตื่นเต้นระคนอยากรู้อยากเห็น ดวงตาเป็นประกายวาววับราวกับเพิ่งค้นพบขุมทรัพย์ล้ำค่า จนคนเป็นนายที่กำลังนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนังตัวใหญ่ต้องปรายตาคมกริบมองด้วยความรำคาญใจ

“มึงมาถามกูแล้วกูจะรู้มั้ย หรือกูควรรู้ ก็แค่หมอเปลี่ยนรุ่น”

เอเดนสบถหัวเสียพลางพ่นควันยาสูบสีหม่นออกจากริมฝีปากหยักลึก ใบหน้าหล่อเหลากระชากวัยบึ้งตึงขึ้นมาทันควันเมื่อเห็นลูกน้องคนสนิทตื่นเต้นเกินเหตุกับสิ่งที่เขาซุกซ่อนไว้ในใจว่ามันไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก ถึงแม้ว่าในความเป็นจริง ตัวเขากับลุงหลีจะมีความสนิทสนมและเกื้อหนุนกันมานาน แต่การที่ชายชราจะขอเกษียณตัวเองออกไปพักผ่อนน่ะมันดีแล้วไม่ใช่หรือ?

ลำพังในตอนนี้ แค่ลุงหลียืนทรงตัวก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว ยามที่ต้องจับใบมีดคมกริบเพื่อผ่าตัดคว้านลูกกระสุนออกจากเนื้อคน ปลายมือของแกก็สั่นเทาจนแทบจะควบคุมไม่ได้ การที่มีสายเลือดใหม่ก้าวขึ้นมาผลัดเปลี่ยนรับไม้ต่อมันก็เป็นเรื่องที่ดีและถูกต้องแล้ว และคนที่มีความจงรักภักดีฝังลึกในสายเลือดอย่างลุงหลี มีหรือที่จะยอมดึงดันเอาใครก็ไม่รู้ที่ไร้หัวนอนปลายเท้ามาสืบทอดตำแหน่งสำคัญนี้ หากแกยอมส่งมอบไม้ต่อให้ ย่อมแปลว่าคนคนนั้นต้องไว้ใจได้ในระดับสูงสุด

เจ้าพ่อหนุ่มใหญ่ในชุดเสื้อยืดพอดีตัวจึงไม่เห็นเลยว่า เรื่องแค่นี้มันจะมีประเด็นอะไรให้ต้องเอามาหยิบยกพูดถึงจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้

“แค่หมอเปลี่ยนรุ่นอ่ะไม่เท่าไหร่ครับ แต่หุ่นหมอกับหน้าตาหมอคนใหม่นี่... อย่างงี้เลย พวกที่เขาไปรักษาเขาพูดกัน”

มือขวาคนสนิทยังคงไม่ยอมหยุดความกระตือรือร้น เขาขยับเข้ามาใกล้พยายามอธิบายสรรพคุณด้วยท่าทางประกอบ โดยการใช้นิ้วมือทั้งสองข้างวาดส่วนโค้งส่วนเว้าเป็นรูปนาฬิกาทรายขนาดกะทัดรัดบนอากาศให้ผู้เป็นนายดู พลางแสดงสีหน้าหื่นกามละคนเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างเห็นได้ชัดตามประสาเสือผู้หญิงที่ตาถึง

“เหอะ... จะขนาดไหน กูแดกมาทั่วประเทศแล้ว ผู้หญิงก็ใช้แล้วทิ้งแหละ จะสักเท่าไหร่เชียว”

เจ้าพ่อปัดความรำคาญด้วยการไหวไหล่กว้างแกร่งใส่ท่าทีเว่อร์วังของผู้เป็นมือขวา ใบหน้าคมคายฉายแววราบเรียบหาได้มีความสนใจในคำบอกเล่านั้นไม่ สำหรับบุรุษผู้ผ่านโลกีย์และเรือนร่างของสตรีมานับไม่ถ้วนอย่างเขา ผู้หญิงก็เป็นเพียงสิ่งบำเรอความใคร่ชั่วครั้งชั่วคราว ใช้เสร็จแล้วก็สะบัดทิ้งราวกับเศษทิชชู ไม่เคยมีใครมีอิทธิพลเหนือก้อนเนื้อในอกซ้ายของเขาได้ และหมอสาวคนใหม่นี้ก็คงไม่ต่างกัน

“ถ้าเจ้าพ่อไม่สนใจ เดี๋ยวผมจะไปจัดการเองนะครับ”

เชิดชัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและแววตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหายและมั่นใจในตัวเอง จริงอยู่ที่ว่าการสวมหัวโขนเป็นหนึ่งในแกนนำของแก๊งภักดีอีสานนั้นมีเครดิตและบารมีติดตัวอยู่มากโข ยิ่งพ่วงตำแหน่งคนสนิทของเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ ยิ่งสามารถใช้ชื่อนี้ข่มขู่หรือเบ่งบารมีได้ตามใจปรารถนา ไม่ว่าสาวงามจากซ่องไหนหรือตระกูลใดก็พร้อมจะทอดกายพลีกายให้เขาเชยชมอย่างง่ายดาย

อีกทั้งเชิดชัยเองก็ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ แขนขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตามฉบับชายชาตรี แถมยังหนุ่มยังแน่น ฟีโรโมนเพศชายพลุ่งพล่าน สถิติที่ผ่านมาเขาไม่เคยพลาดพลั้งในการล่อลวงหรือตกผู้หญิงสวยๆ เลยสักครั้งเดียว

“เรื่องของมึงเถอะ”

เจ้าพ่อเอเดนตัดบทเสียงเรียบ ตัดรำคาญโดยไม่ได้ใส่ใจในคำพร่ำเพ้อนั้นแม้แต่น้อย สำหรับเขา... ขอแค่เชิดชัยยังคงทำหน้าที่ในสายงานของตัวเองได้ดีเยี่ยม ไร้ที่ติ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดแล้ว เขาไม่เคยคิดจะเข้าไปก้าวก่ายหรือวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวรวมถึงเรื่องบนเตียงของลูกน้อง ขอเพียงอย่างเดียวคืออย่าพกพาความหื่นกระหายจนทำให้งานของแก๊งต้องเสียการเสียงานก็พอ

เมื่อได้รับสัญญานไฟเขียวจากผู้เป็นนาย เชิดชัยก็กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ใบหน้าเจ้าเล่ห์ปรากฏรอยยิ้มร้าย สมองเริ่มหมุนแล่นวางแผนการอันแยบยลที่จะเข้าหาคุณหมอสาวป้ายแดงทันทีในค่ำคืนนี้ นึกอยากจะรู้นักว่าเรือนร่างและหน้าตาของหล่อนจะเย้ายวนใจสมคำร่ำลือของพวกสมุนปลายแถวจริงหรือไม่

. .

ณ โรงพยาบาลเถื่อนใต้ดิน ภายในห้องตรวจโรคที่สะอาดสะอ้านทว่าลึกลับและเงียบเชียบ แสงไฟจากหลอดนีออนสาดส่องกระทบเรือนร่างอรชรของคุณหมอสาวคนใหม่ ทว่าบรรยากาศในการทำงานกลับไม่ได้สงบอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อประตูห้องตรวจถูกผลักออกถถี่ๆ ด้วยฝีมือของพวกสอพลอ

“อะแอ่ม... คุณหมอครับ ผมป่วยเป็นไข้”

น้ำเสียงกะลิ้มกะเหลี่ยเย้ายวนประสาทดังขึ้นจากปากของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้ม หนึ่งในสมุนมาเฟียแก๊งภักดีอีสานที่ขยันพากันมาเวียนเทียนเฝ้าหน้าห้องตรวจเพื่อหาโอกาสยลโฉมสะคราญและความงดงามราวกับนางฟ้ามาโปรดของคุณหมอคนใหม่กันไม่ขาดสาย จนเหล่าพยาบาลสาวและเจ้าหน้าที่คนอื่นต้องวิ่งวุ่นหัวหมุน เพราะไอ้พวกคนไข้กำมะลอพวกนี้พากันหาเรื่องปวดหัวตัวร้อนสารพัดเพื่อที่จะได้เข้ามาใกล้ชิดหมอสาวเหม่ยหลี

“พยาบาลตรวจแล้วไม่มีไข้ค่ะ”

หมอสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่เรียบเฉยสนิท ดวงตาเรียวรีมองคนตรงหน้าด้วยความเอือมระอาและระอาใจอย่างถึงที่สุด ภายในใจคิดค่อนขอดว่าพวกนี้ช่างว่างงานกันเหลือเกิน

“แต่ผมปวดไปหมดเลยครับ ตรงที่หัวใจก็เหมือนจะมีอะไรเข้ามาอยู่ก็ไม่รู้”

คนไข้ปลอมๆ ยังคงไม่ยอมละความพยายาม ใบหน้ากวนประสาทขยับเข้ามาใกล้ พลางส่งสายตากรุ้มกริ่มหวังหาเรื่องหยอดคำหวานและหางานให้คุณหมอคนสวยได้ปวดขมับเล่น

“งั้นหมอจะผ่าออกให้ดีมั้ยคะ... คนไข้ปลอม”

ไม่พูดเปล่า มือบางขยับหยิบมีดผ่าตัดอันคมกริบที่วางอยู่บนถาดสเตนเลสขึ้นมาถือไว้ แสงไฟสะท้อนกับใบมีดคมปลาบประกายวาววับ หญิงสาวกวัดแกว่งมันไปมาตรงหน้าชายฉกรรจ์ตัวโตด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือก เล่นเอาพวกนักเลงบ้าพลังถึงกับหน้าเสีย ซีดเผือดลงไปในพริบตา

“โหด...”

พวกมันพึมพำอุบอิบในลำคอด้วยความเสียวสันหลัง ทว่าถึงจะหวาดกลัวอาวุธในมือหล่อน สายตาหื่นกระหายกลับยังคงไม่ยอมหยุดแทะโลมเรือนร่างระหงของคุณหมอสาวในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา ที่ด้านในสวมใส่ชุดเดรสกระโปรงรัดรูปอวดส่วนโค้งเว้า และความยาวของชายกระโปรงนั้นรั้งสูงขึ้นมาเหนือเข่าพอสมควร เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนละเอียดที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน

“ถ้าไม่เลิกมาหาหมอโดยไร้สาเหตุแบบนี้ หมอคงต้องลาออกแล้วค่ะ เพราะไม่ไหวจะตรวจพวกคนไข้ปลอมๆ ถ้าเจ้าพ่อถาม... หมอก็จะบอกว่าหมอทำไม่ไหว ถ้าเจ้าพ่อถามอีก หมอก็จะบอกว่าให้ไปถามกับพวกคุณเอาเอง... ดีมั้ยคะ?”

น้ำเสียงหวานทว่าเฉียบขาดและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น คำข่มขู่ที่หยิบยกเอาตำแหน่งสูงสุดของนายใหญ่อย่างเจ้าพ่อมาอ้าง สามารถกำราบพวกนักเลงหัวไม้เหล่านั้นได้อย่างอยู่หมัด เล่นเอาพวกมันถึงกับหน้าเหวอ ตาค้าง ตาเหลือกไปตามๆ กัน ด้วยรู้ดีว่าหากเรื่องไร้สาระนี้หลุดไปถึงหูของเอเดน พวกมันคงได้กลายเป็นศพเฝ้าแม่น้ำเป็นแน่ ชายฉกรรจ์เหล่านั้นจึงรีบก้มหัวกุมเป้า เลิ่กลั่กพากันเดินออกไปจากห้องตรวจอย่างว่าง่ายและรวดเร็ว

“รู้วิธีขู่พวกนักเลงด้วย... เก่งจังนะครับคุณหมอ”

น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงกระแสเชิญชวนดังขึ้นจากทางประตู ‘เชิดชัย’ ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่สักพักใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาด้านใน ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มจับจ้องและสำรวจคนตรงหน้าที่ทั้งสวย เฉี่ยว และเซ็กซี่เย้ายวนใจอย่างไม่ลดละสายตา ราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องจะตะครุบเหยื่อ

“ทำงานกับพวกนักเลงก็ต้องอยู่เป็นค่ะ”

หมอสาวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ใบหน้าหวานไม่ฉายแววยินดียินร้าย หล่อนกวาดสายตามองการแต่งตัวและบุคลิกของบุรุษมาใหม่แวบหนึ่ง ก็รู้ได้ทันทีในใจว่าผู้ชายคนนี้คงไม่ใช่มาเฟียปลายแถวหรือสมุนกระจอกๆ แน่นอน

“สวยตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังเก่งและรู้จักสู้คน สมแล้วครับที่เป็นลูกสาวของลุงหลี”

เชิดชัยขยับเข้ามาใกล้ พลางเอ่ยปากชื่นชมเธอไม่ยอมหยุดปาก ทว่าแววตาหิวกระหายและท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยนั่น มันก็ระบุเจตนาชัดเจนว่าเขาไม่ได้มาเพราะป่วยไข้ ทว่าตั้งใจมาเพื่อ ‘ตก’ หญิงสาวไปเป็นของเล่นบนเตียงเสียมากกว่า มีหรือที่คนฉลาดและผ่านโลกมาอย่างเหม่ยหลีจะไม่รู้เท่าทันความคิดสกปรกเหล่านั้น

“ขอบคุณที่ชมค่ะ แต่ถ้าไม่มีธุระอะไร... หมอขอตัวค่ะ”

ตัดบทอย่างเย็นชาและไร้เยื่อใย ร่างบางหมุนกายเดินเชิดหน้า สะบัดก้นกบสะโพกมนก้าวผ่านร่างของมือขวาหนุ่มออกไปจากตรงนั้นทันที ท่าทางอันหยิ่งผยองและบั้นท้ายกลมกลึงสะบึ้มใหญ่โตที่รับกับเอวคอดกิ่วเด่นชัดเจนในชุดรัดรูป ทำเอาเชิดชัยที่มองตามหลังถึงกับต้องลูบคางตัวเองเบาๆ พลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยความกระสันอยาก สายตาจับจ้องที่บั้นท้ายงามงอนไม่วางตา

‘ได้สักที... จะเป็นพระคุณ’

เชิดชัยบ่นพึมพำกับตัวเองในใจด้วยความเสียดายและคาดหมาย ก่อนจะหมุนตัวเดินแยกย้ายออกมาจากโรงพยาบาลใต้ดินแห่งนั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป