บทที่ 5 บทที่ 4: เผชิญหน้าพญามังกร

บทที่ 4: เผชิญหน้าพญามังกร

ณ คฤหาสน์ตระกูลภักดี แสงไฟหน้ารถสปอร์ตคันหรูสาดส่องเข้ามาในอาณาเขตคฤหาสน์ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเอเดนที่ก้าวลงมาจากรถ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวเท้าเข้าประตูบ้าน เสียงของมือขวาตัวดีก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

“เจ้าพ่อครับ! ผมไปดูมาแล้ว... ผมขอถอนคำพูดเมื่อเย็นนะครับ!”

เชิดชัยเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าตื่นตระหนกและดวงตาเบิกกว้างหลังจากที่เห็นเจ้าพ่อเดินตรงมาหา ท่าทางของมันราวกับเพิ่งไปเผชิญหน้ากับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมาอย่างไรอย่างนั้น

“กูว่าแล้ว... ไม่ได้สวยขนาดนั้นใช่มั้ย”

เจ้าพ่อหนุ่มใหญ่วัย 40 ปีแค่นยิ้ม ค่อนขอดขึ้นมาอย่างเหนื่อยหน่ายและสมน้ำหน้าในใจ ก็นะ... ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ทั้งดาราดังระดับประเทศ นางแบบแถวหน้าบนรันเวย์ หรือแม้กระทั่งเน็ตไอดอลชื่อดังที่มีผู้ติดตามเป็นล้าน เขาก็กวาดมากินเรียบคาเตียงหมดแล้ว มันจะมีหญิงสาวชาวบ้านที่ไหนหลุดรอดสายตาอันสูงส่งของเขาไปได้อีก

“ที่ว่าถอนคำพูดคือ... สวยเกินเบอร์ไปมากครับ! หุ่นก็สะบึ้มสุดโต่ง นมนี่เท่าหัวเด็ก ตูดเป็นตูด เรียกว่าขาวสวยหมวยเอ็กซ์ แบบคูณสิบแล้วติดคริอีกสี่พันแปดเลยครับ!”

เชิดชัยรัวคำพูดออกมาเป็นชุดด้วยความอินจัดจนไม่รู้จะสรรหาคำศัพทานุกรมไหนในโลกมาอธิบายความอลังการของหมอสาวให้ผู้เป็นนายฟังได้หมด สุดท้ายจึงเผลอหยิบยกเอาศัพท์โอตาคุและภาษาเกมเมอร์ที่เอเดนไม่มีวันเข้าใจหัวอกมาใช้บรรยาย

ทว่า... ถึงแม้เอเดนจะไม่เข้าใจความหมายของไอ้คำว่า ‘ติดคริสี่พันแปด’ อะไรนั่น ทว่าเมื่อได้พินิจดูจากสีหน้าท่าทางที่ดูตื่นลึกและคลั่งไคล้ราวกับคนเสียสติของเชิดชัยแล้ว หัวใจที่เคยด้านชากลับกระตุกวูบ... มันจะขนาดนั้นเลยหรอวะ? ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว เล่นเอาเจ้าพ่อผู้เย่อหยิ่งแอบนึกอยากเห็นใบหน้าและเรือนร่างของยัยหมอนั่นขึ้นมาครามครัน

“พูดจาเพ้อเจ้อนะมึงอ่ะ มันจะขนาดนั้นเลยรึ”

เจ้าพ่อเอ่ยเสียงเรียบ ปากก็ทำเป็นค้านเออออเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทว่าลึกๆ ในใจกลับสั่นคลอน เพราะโดยนิสัยส่วนตัวของเชิดชัยแล้ว มันเป็นคนทำงานเฉียบขาด ไม่เคยโกหกหลอกลวง และไม่เคยพูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระกับเขามาก่อน ยิ่งทำให้นายใหญ่แห่งภักดีอีสานทวีความอยากรู้อยากเห็นและอยากพิสูจน์ด้วยตาตัวเองมากขึ้นไปอีกเท่าตัว

“เจ้าพ่อลองเข้าไปดูเองแล้วกันครับ ตอนนี้เเธออออังไม่เลิกงาน คาดว่าอีกสักพัก”

เชิดชัยพยายามพูดหว่านล้อม คะยั้นคะยอให้ผู้เป็นนายก้าวเท้าเข้าไปพิสูจน์ที่โรงพยาบาลใต้ดินด้วยตัวเองให้ได้ เพื่อให้เอเดนยอมรับสัจธรรมในสิ่งที่เขาเพิ่งไปเผชิญมากับตา

เจ้าพ่อหนุ่มใหญ่ไม่ได้เอ่ยปากตอบคำถามหรือพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ทว่าเขากลับหมุนกายก้าวถอยหลัง กลับไปขึ้นรถสปอร์ตคันหรูสัญชาติยุโรปสีดำทมิฬ ก่อนจะสตาร์ตเครื่องยนต์เสียงกระหึ่มและเหยียบคันเร่งขับทะยานออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

โดยปกติแล้ว มาเฟียระดับเจ้าพ่อของแก๊งอื่นขยันที่จะมีคนขับรถและบอดี้การ์ดคอยเปิดประตูระเบียบจัดให้ใช่ไหม? ทว่าสำหรับเอเดน... เขาเป็นคนสบายๆ และไม่ชอบความพิธีรีตองวุ่นวายอยู่แล้ว ชายหนุ่มจึงพึงใจที่จะควบคุมพวงมาลัยและขับรถด้วยตัวเองเสมอ และภาพลักษณ์ของบุรุษวัย 40 ปีเนื้อแน่นควบคู่กับรถสปอร์ตคันหรูคันนี้ มันช่างดูดิบ กร้าวใจ และช่วยลดอายุของพญามังกรลงมาได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว...

“จะขนาดไหนกันเชียว”

น้ำเสียงทุ้มต่ำบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ยามที่สองเท้าแกร่งก้าวพ้นจากตัวรถสปอร์ตคันหรู เอเดนสาวเท้าผ่านบานประตูเลื่อนอัตโนมัติของโรงพยาบาลใต้ดินเข้ามาด้วยท่วงท่าน่าเกรงขามทว่าดูผ่อนคลายในที ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวร้ายกวาดสายตาสำรวจทัศนียภาพรอบกายไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบเชียบกรุ่นกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ บรรดาบุคลากรทางการแพทย์รวมถึงการ์ดชุดดำที่เดินเพ่นพ่านอยู่ในตึกต่างเป็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี และทันทีที่พวกมันหันมาสบตาเข้ากับร่างสูงใหญ่ ทุกคนต่างพากันสะดุ้งสุดตัวและรีบก้มหัวค้อมกายทำความเคารพนายใหญ่แห่งภักดีอีสานอย่างนอบน้อมในทันที

ชายหนุ่มใหญ่หาได้สนใจท่าทีเหล่านั้นไม่ เขาเดินทอดน่องลึกเข้าไปจนถึงสุดทางเดินเบื้องหน้า ตรงนั้นมีห้องทำงานบานใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ และบนแผ่นป้ายอะคริลิกหน้าห้องปรากฏตัวอักษรสลักไว้อย่างชัดเจนว่า... ผอ.เหม่ยหลี

มือหนาเอื้อมไปจับลูกบิดก่อนจะผลักเปิดประตูเข้าไปด้านในอย่างวิสาสะโดยไร้ซึ่งการเคาะเตือนล่วงหน้า

ภาพเบื้องหลังบานประตูทำเอาโลกทั้งใบของเจ้าพ่อมาเฟียราวกับหยุดหมุน ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างเรียบหรู หมอสาวเจ้าของห้องกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ หล่อนเอนกายพิงพนักพลางทอดสายตาไปข้างหน้าด้วยความเหนื่อยอ่อนเพราะพึงจะได้พักผ่อนหลังจากกรำงานหนักมาทั้งวัน และด้วยความที่เธอคิดว่าค่ำคืนนี้คงไม่มีใครกล้ารบกวนระรานเข้ามาอีกแล้ว ชายกระโปรงเดรสสั้นรัดรูปตัวจิ๋วที่สวมใส่ไว้ด้านในชุดกาวน์จึงรั้งเลิกสูงขึ้นมาจนเกือบเสมอหู เผยให้เห็นต้นขาขาวผ่องเนียนละเอียดชวนมองที่ตัดกับสีเบาะเก้าอี้อย่างเด่นชัด

เหม่ยหลีสะดุ้งน้อยๆ ดวงตาเรียวรีเงยหน้าขึ้นมองบุรุษร่างสูงใหญ่ผู้มาใหม่ด้วยความงุนงงระคนตกใจ ก่อนที่ร่างอรชรจะรีบขยับลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วปานกามนิต เพราะท่าเมื่อครู่มันช่างเป็นท่านั่งที่ปล่อยตัวสบายใจเฉิบเกินไปจนดูไม่เรียบร้อยเอาเสียเลย

“เข้ามาได้ไง คนไข้หมดแล้วไม่ใช่หรอ”

เธอเอ่ยถามเสียงเรียว พลางเหลือบสายตาคมตวัดมองไปยังตะกร้าที่ใช้วางประวัติแฟ้มคนไข้ข้างโต๊ะ ซึ่งในเวลานี้มันก็ว่างเปล่าไม่มีแฟ้มของใครค้างคาอยู่แล้วนี่นา ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ได้มีทีท่าว่าจะตอบคำถามของเธอเลยแม้แต่น้อย

เพราะในวินาทีนี้ เอเดนกำลังตกตะลึงลานจมดิ่งสู่วังวนแห่งความงามตรงหน้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ใบหน้าหวานเฉี่ยวแฝงความหยิ่งผยอง ดวงตาเรียวรีสะกดสายตา และหุ่นทรวดทรงองเอวที่สะบึ้มสุดโต่งราวกับนาฬิกาทรายระเบิดศึก แถมนึกไปถึงภาพทัศนียภาพท่าเมื่อครู่ที่หล่อนนั่งไขว่ห้างยั่วยวนตาและท้าทายหัวใจเสือร้ายนั่นอีก... เจ้าพ่อผู้ผ่านโลกีย์มาอย่างโชกโชนถึงกับอ้าปากค้างเหวอยืนทื่อเป็นก้อนหินอยู่แบบนั้นเนิ่นนาน

ผ่านไปอึดใจใหญ่ๆ มาเฟียหนุ่มใหญ่ในคราบเสือผู้หญิงถึงได้สติสตังค์คืนกลับมา ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้า ปรับกระแสเสียงให้กลับมาทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังเดิม

“นี่เธอไม่รู้จัก เอเดน เจ้าพ่อภักดีจริงๆ หรอ”

คนตัวใหญ่เอ่ยถามเสียงเข้มขรึม ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าหวานแฝงแววคุกคามเพื่อกดดันหญิงสาวตรงหน้า

“ฉันจำเป็นต้องรู้จักด้วยหรอคะ”

คนตัวเล็กกว่าเชิดหน้าขึ้น คิ้วเรียวเลิกขึ้นน้อยๆ พลางพ่นคำพูดจาหยิ่งยโสตอกกลับไปในทันควันชนิดที่ไม่ยอมลดราวาศอกให้ ทว่า... เอาเข้าจริงๆ ภายในส่วนลึกของหัวใจ เหม่ยหลีตกใจและใจหายวูบไปมากทีเดียวยามที่อีกฝ่ายประกาศกร้าวออกมาว่าเขาเป็นใคร เพราะเดิมทีแล้ว ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอไม่เคยพบเจอและไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของคนคนนี้ในหน้าสื่อหรือที่ไหนมาก่อนเลยด้วยซ้ำ พวกเขาเติบโตและใช้ชีวิตอยู่กันคนละโลกอันห่างไกล และไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องมารู้จักกันเลยสักนิด

ทว่าถึงจะหวั่นวิตกและตื่นตระหนกเพียงใด หมอสาวเกียรตินิยมก็เลือกที่จะเก็บซ่อนความหวั่นเกรงทั้งหมดไว้ภายใต้หน้ากากอันเฉยชา หล่อนตีหน้านิ่งสนิทและส่งสายตาราบเรียบสวนกลับไปราวกับไม่สะทกสะท้าน

เอเดนแค่นยิ้มร้ายในลำคอ ชายหนุ่มยกมือหนาขึ้นลูบคางตัวเองเบาๆ พลางทอดสายตาโลมเลียตรวจตราเรือนร่างสะคราญตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง ดวงตาคมปลาบจับจ้องที่ใบหน้าสวยหมวยเฉี่ยว เลื่อนต่ำลงมองทรวงอกอวบอิ่มสะบึ้มโตที่ดันเนื้อผ้ากาวน์จนแทบปริ แล้วตวัดสายตาลงมองชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าที่เผยเรียวขาขาวผ่อง... ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ว่าผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบและเอ็กซ์แตกคูณสิบขนาดนี้จะหลุดรอดสายตาอันกว้างไกลของเขาไปได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หล่อนไปซุกหัวอยู่ส่วนไหนของโลกกันแน่นะ ชายหนุ่มคิดในใจพลางจ้องมองร่างระหงตรงหน้าตาไม่กระพริบ

“เธอไม่รู้จักฉัน... แต่มาเป็น ผอ.ให้โรงพยาบาลของฉันเนี่ยนะ”

เขาถามขึ้นมาด้วยกระแสเสียงที่เริ่มเจือความหงุดหงิดระคนขัดใจ กับท่าทีหยิ่งยโสโอหังไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมของหล่อน ปกติแล้ว บุรุษผู้ทรงอิทธิพลและเปี่ยมเสน่ห์อย่างเขา ไปที่ไหนมีแต่ผู้คนดิ้นรนอยากรู้จักมักจี่ บรรดาสาวงามทั่วสารทิศต่างพากันวิ่งเข้าหาออดอ้อนยอมสยบคาอก ทว่ายัยหมอปากดีคนนี้กลับยืนนิ่งดูไม่สะทกสะท้านหรือตื่นเต้นกับตำแหน่งเจ้าพ่อของเขาเลยแม้แต่น้อย

“ก็แค่โรงพยาบาลใต้ดินเถื่อน... ฉันไม่ได้สนใจค่ะ ฉันมาทำงานและรับเงินเดือน มันก็เท่านั้น”

เหม่ยหลีเลือกที่จะปิดปากเงียบ ไม่ยอมปริปากพูดเรื่องความจริงที่ว่าเธอต้องจำใจกล้ำกลืนฝืนทนเข้ามารับตำแหน่ง ผอ. เพื่อเป็นตัวตายตัวแทนของเตี่ย ทว่าหล่อนกลับเลือกที่จะใช้คำพูดเชือดเฉือนค่อนขอดสถานพยาบาลลับอันเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเขาแทนอย่างร้ายกาจ คำว่าโรงพยาบาลใต้ดินเถื่อนที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ทำเอาคนตัวโตที่ยืนอยู่ตรงหน้าเริ่มมีอารมณ์คุกรุ่น สายตาที่จ้องมองมาแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและอันตรายดุจพญามังกรที่กำลังถูกท้าทายเขี้ยวเล็บ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป