บทที่ 6 สอนนับลูกดิ้น

เมื่อทานข้าวอิ่มงามวิไลก็เดินมาซื้อผลไม้ที่หน้าตึกปล่อยให้วิลาวัลย์เดินขึ้นไปก่อน มันก็คงเป็นเรื่องบังเอิญอีกนั่นแหละที่หมอจิณณ์ก็เดินมาเช่นกัน

"คุณหมอทานผลไม้เหมือนกันเหรอคะ"

"อืม.."

หมอจิณณ์จอมเนี๊ยบก็ตอบเพียงสั้นๆ แต่งามวิไลก็เบ้ปากเบาๆ เช่นกัน

"มะละกอไหมคะหมอ ทานแล้วผิวสวยด้วยนะ"

งามวิไลเสนอไปหมอจิณณ์ก็นิ่งไม่ตอบ ทำเอาคนที่เสนอหมั่นไส้ไม่น้อย งามวิไลไม่ได้พูดอะไรต่อได้เพียงยืนรอผลไม้ที่สั่งก่อนที่พ่อค้าจะเรียก

"ได้แล้วครับห้าสิบบาทครับ"

ก่อนที่งามวิไลจะยื่นมือหยิบแล้วหมอก็พูดขึ้น

"อิ่มเหรอ แค่นี้!?"

"อิ่มค่ะ จะกินอะไรเยอะแยะ"

"ดูจากรูปร่างไม่น่าจะกินน้อยนะ"

"หมอ!...แต่หนูว่าหมอไม่น่าทานผลไม้นะคะ เพราะชีวิตก็หวานพอแล้ว ระวังนะคะจะเป็นเบาหวาน"

พูดแล้วก็ยกยิ้มพร้อมกะพริบตาซ้ายให้หมอหนึ่งที ก่อนจะเดินสะบัดก้นไป ปล่อยหมอมองตามเพราะพูดไม่ออก ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วพูดเบาๆ

"ยายตัวดี"

เมื่อเดินขึ้นมาที่ห้องพักแล้ว เวลาก็ยังเหลืออีกตั้งยี่สิบนาทีก่อนที่จะเข้างาน พี่วารินก็เดินเข้ามาเหมือนกัน พี่วารินหย่อนสะโพกลงก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้งามวิไลแทบสำลัก

"พรุ่งนี้จะมีอบรมเจาะเลือด น่าจะเรียกมาฝึกทั้งหมด แต่...เจาะจริงนะจับคู่กัน"

แค๊กๆๆๆ

"เจาะจริงหรือคะ"

งามวิไลโพล่งเสียงออกมาทันที

"ใช่ไง...งามก็คู่กับวิอยู่แล้วนิ" พี่พยาบาลสาวหันมาทางวิลาวัลย์ทันที

"ไม่นะ วิไม่อยากคู่กับงามอ่ะ"

"ฮ่าๆๆ ไม่ต้องกลัวหรอกเพื่อนก็แค่เจาะเลือด"

"เจาะเลือดฉันไม่กลัวหรอก ฉันกลัวแกเจาะไม่ถูกเส้นเลือดต่างหาก"

วิลาวัลย์สวนขึ้น ส่วนงามวิไลก็ทำหน้าทะเล้นใส่ ใครจะกลัวก็แค่เจาะเลือด คิดไปก็ขนลุก งามวิไลแทบกินผลไม้ไม่ลงเมื่อนึกถึงเข็มที่จิ้มลงมาแล้วดูดเลือดเธอไปเต็มหลอด

"พรุ่งนี้จะมีอาจารย์หมอหลายคนเข้าไปดู ส่วนพวกพี่พยาบาลจะค่อยให้คำแนะนำนั่นแหละ"

พี่วารินพูดแล้วยิ้มแฉ่งขึ้น แต่ก็ส่งสายตามาให้น้องงามคนสวยที่นั่งยิ้มแห้งๆ เพราะในความคิดตอนนี้คือการเจาะเลือดจริงๆ ครั้งแรกของเธอเลย ตอนเรียนแค่ฝึกปฏิบัติยังไม่ถึงขั้นต้องเจาะจริงแบบนี้

"แล้วคุณหมอท่านไหนบ้างคะ"

วิลาวัลย์ถามขึ้น พร้อมมองหน้าพี่วาริน

"พี่ก็ไม่รู้ว่าหมอคนไหนบ้าง"

เมื่อนั่งอยู่สักพักก็ถึงเวลาทำงาน สองสาวพยาบาลฝึกหัดก็ต้องเดินออกมาทำหน้าที่ของตัวเอง วิลาวัลย์ สอบประวัติคนป่วยที่มาฝากครรภ์ใหม่ ส่วนงามวิไลก็เปลี่ยนหน้าที่พาคุณแม่ที่มาฝากครรภ์หรือมาตามนัดนั้น เข้าห้องตรวจตามคิว

"งามวิไลได้แนะนำคุณแม่เรื่องการนับลูกดิ้นไหมครับ"

คุณหมอจิณณ์ถามนักเรียนพยาบาลฝึกหัดเพื่อทดสอบว่าได้แนะนำคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ยี่สิบแปดสัปดาห์ขึ้นไปหรือยัง

"เอ่อ...ยังค่ะ"

สายตาพิฆาตหันมาทางงามวิไลทันที ถึงจะใส่แมสให้เห็นแค่แววตาแต่ทว่ามันก็พอบ่งบอกได้ถึงความอำมหิตที่ส่งมาให้

หมอก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะตรวจและแนะนำคุณแม่ตามขั้นตอน เมื่อเสร็จแล้วคุณแม่รายนั้นก็เดินออกไปทันที

"งามวิไล อยู่ก่อน"

ด้านงามวิไล

เอ้าแล้วฉันคิดในใจทันทีเลยว่าหมอต้องลงโทษที่ไม่ทำการบ้านมาให้เรียบร้อย สมุดพกแม่และเด็กที่พยาบาลต้องตรวจทุกครั้ง และแนะนำแก่คุณแม่ที่ตั้งท้อง ฉันค่อยๆ หันมาทีละนิด แล้วหยุดยืนตัวตรงข้างหน้า ส่วนหมอก็นั่งหน้าขาวพร้อมกับถอดแมสที่ปิดจมูกออกแล้วพูดขึ้น

"ขยับมานี่สิ"

"แหม..คุณหมอไม่ต้องอยากอยู่ใกล้หนูขนาดนั้นก็ได้ค่ะ"

ฉันพูดแล้วฉันก็ยิ้มแป้นแล่นใส่หมอทันที

"จะขยับมาหรือจะให้หมอเดินไป"

หมอพูดมาแบบนี้ฉันก็ต้องทำตามนั้นสิ ฉันค่อยๆ ก้าวขาขยับไปทีละนิด เหมือนหนอนที่กระดืบกระดืบไปข้างหน้า ก่อนจะถามหมอ

"ใกล้พอรึยังคะ"

"ยัง"

ฉันถอนหายใจเลยจะสั่งอะไรก็ไม่สั่งยังจะให้ขยับตัวมาใกล้ๆ อีกหรือว่าหมอจะทำมิดีมิร้ายกับร่างกายอันสวยสดงามงามของฉันกันแน่ ฉันกระดืบไปอีกก้าวแล้วหมอก็พูดขึ้น

"ก้มหัวมา"

หมอจิณณ์ให้ก้มหัวทำอะไร ก้มไปไหนฉันก็เลิ่กลักนั้นสิ ส่วนหมอก็นั่งพิงเก้าอี้สายตาหมอจ้องจนฉันไม่กล้าสบตาเลย ก่อนจะค่อยๆ ก้ม ก้ม ลงที่ละนิด จนกระทั่ง

โป้ก!

"โอ้ยย....หมออ่ะ"

แฟ้มเอกสารบางๆ นั้นมันประทับลงกลางหัวฉันทันทีแล้วคนที่ทำก็พูดขึ้น

"ทีหลังเปิดสมุดคู่มือของแม่ทุกหน้า เพราะมันเป็นหน้าที่ของพยาบาลที่ต้องแนะนำวิธีต่างๆ ในสมุด และการนับลูกดิ้นก็จำเป็นเช่นกัน ฝึกให้คุณแม่นับ จำได้ไหมว่าต้องนับยังไง"

"นะ..นับ..123.....โอ้ยย"

เอาอีกแล้วหมอคราวนี้แรงกว่าเดิมอีก ฉันถึงกับลูบหัวเลย

"หมอหมายถึงวิธีนับต้องแนะนำอย่างไร"

อึกอักเลยค่ะ คือมันก็ลืมยิ่งเอาแฟ้มมาทุบแบบนี้ใครจะไม่ลืมละใช่ไหม ฉันก็คิดในใจแต่ก็ไม่พูดจนกระทั่งหมอเอ่ยขึ้น

"กลับไปทำการบ้านมา แล้วเขียนรายงานมาส่ง"

"หมอ...อีกแล้วเหรอ"

"อะไรอีกแล้ว เรียนมาไม่เคยจำ สมองปลาทองจริงๆ พูดวันนี้ พรุ่งนี้ก็ลืม.. ออกไปได้แล้ว"

ฉันยืนมองหน้าหมอพร้อมกับหน้าบึ้ง คนอะไรขยันลงโทษจริงๆ รายงานที่เอาไปยังไม่มีเวลาตรวจเลยยังจะให้ทำเพิ่มอีก ไม่รู้ว่าจะเอาไปแทนหมอนหนุนนอนรึเปล่า พูดแล้วเซ็ง ฉันเลยเดินสะบัดออกมาเลย

"หน้าบึ้งมาอีกแล้วโดนอะไรมาอีกหละ"

วิลาวัลย์ ถามขึ้นขณะที่เพื่อนเดินมาแล้วนั่งลงที่โต๊ะทันที

"ใจฮ้าย" (โมโห!)

บทก่อนหน้า
บทถัดไป