บทที่ 14 กุมารแพทย์

พยาบาลอุ้มเด็กออกจากห้องตรวจไปเจาะเลือดแล้ว ปภาวรินทร์ทำท่าจะลุกตามแต่คุณหมอรั้งไว้เสียก่อน

“คุณรออยู่ที่นี่แหละครับ ไม่ต้องตามไปหรอก ไปดูแล้วพยาบาลจะทำงานยากกว่าเดิม” เขาบอก ปภาวรินทร์พยักหน้ารับ แม้ในใจจะเป็นห่วงหลานอยู่ไม่น้อย เบญจามินทร์ละสายตาจากคอมพิวเตอร์หันมามองเธอแล้วยิ้มบาง รอยยิ้มของหมอตรงหน้าทำให้ปภาวรินทร์ใจเต้นผิดจังหวะ ยิ่งเห็นดวงตาเป็นประกายของเขาด้วยแล้วยิ่งทำให้ใจสั่นไหวจนรู้สึกประหม่า

“คุณแม่เด็กไปไหนเหรอครับ เอ่อ... ผมต้องขอโทษที่ถามเรื่องส่วนตัว แต่มันจะมีผลต่อการรักษา” เบญจามินทร์ถาม  ปภาวรินทร์ถอนหายใจเบาๆ

“ไปสอบค่ะ น้องสาวฉันเรียนอยู่เชียงใหม่ คลอดเสร็จแล้วต้องรีบกลับไปสอบเพราะตอนท้องไม่ได้ดรอปเรียน” เธอตอบ เบญจามินทร์เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

“น้องสาวคุณยังเรียนอยู่...?”

“ใช่ค่ะ”

“แล้วใครเป็นคนเลี้ยงน้องมะปรางครับ” เขาถามอีก

“ฉันเองค่ะ”

“คุณ... คนเดียวเหรอ”

“ค่ะ” เธอพยักหน้ารับ เบญจามินทร์เอามือลูบปลายคางอย่างครุ่นคิด

“จริงๆ แล้วเด็กแรกคลอดควรจะได้กินนมแม่ เพราะนมแม่ช่วงสัปดาห์แรกจะมีภูมิต้านทานโรค สังเกตได้จากสีของน้ำนมที่เป็นสีเหลือง น่าเสียดายนะครับ อีกอย่างถ้าได้นมแม่จะช่วยขับสารเหลืองได้ดีขึ้นเพราะเด็กจะถ่ายง่าย” กุมารแพทย์บอกกับหญิงสาว

“ค่ะ ตอนนี้ฉันก็กำลับให้น้องสาวปั๊มนมทุก 3 ชั่วโมงแล้วแช่แข็งไว้ ตอนกลับมากรุงเทพก็ให้เอานมกลับมาด้วย”

“ครับ เป็นทางออกที่ดี แต่ต้องระมัดระวังช่วงเดินทางนะคนับ ควรแพ็คให้ดี ห่อให้มิดชิดอย่าให้ละลาย ห่อหนังสือพิมพ์ ใส่น้ำแข็งแห้ง โรยเกลืออัดเข้าลังโฟมแพ็คให้แน่นหนา เลือกวิธีเดินทางให้เร็วที่สุดจะยิ่งดีครับ” เบญจามินทร์ให้คำแนะนำ

“ค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากนะคะที่แนะนำ แล้วอย่างนี้หลานฉันจะเป็นอะไรมากไหมคะ” เธอถามสีหน้ากังวล

“ไปส่องไฟสักคืนสองคืนน่าจะดีขึ้นครับ คุณแม่อย่าเพิ่งกังวล แต่ที่สำคัญคือต้องให้น้องมะปรางดื่มนมทุก 2-3 ชั่วโมงนะครับ อย่าทิ้งห่างกันมาก”

“ค่ะ แต่ฉันสังเกตหลานฉันชอบท้องอืด เวลาให้นมเสร็จท้องแข็ง ร้องไห้งอแงทั้งคืนเลยค่ะ”

“ลองเปลี่ยนนมดูไหมครับ เลือกเอานมที่ย่อยง่ายหน่อย บางทีน้องอาจจะไม่ถูกกับนมยี่ห้อที่กินอยู่ แล้วก็การอุ้มเรอสำคัญมาก ดื่มนมเสร็จต้องอุ้มให้เรอถึงจะให้นอนได้ จริงๆ แล้วเด็กทารกยังไม่รู้ว่าแค่ไหนคืออิ่ม เราชงนมให้เท่าไหนก็กินเท่านั้น คุณแม่ต้องให้กินในปริมาณที่เหมาะสมคือ 2 ออนซ์ไปก่อนแล้วค่อยปรับขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุครับ” คุณหมออธิบายอย่างใจเย็น ปภาวรินทร?พยักหน้ารับทราบ

“ขอบคุณคุณหมอมากนะคะที่แนะนำ ฉันเองก็เพิ่งเคยเลี้ยงเด็กเป็นครั้งแรกค่ะ เอ่อ... ว่าแต่สารเหลืองนี่มันมายังไงคะ ฉันอ่านผ่านเว็บไซด์ก็ไม่ค่อยเข้าใจ ยังงงๆ อยู่” เธอถามต่อด้วยความใคร่รู้ แต่คุณหมอหนุ่มไม่คิดเบื่อที่จะตอบ ยิ่งเห็นแววตาสงสัยแบบเจ้าหนูจำไมยิ่งทำให้เขาอยากคุยกับเธอนานๆ

“สารเหลืองเป็นสารที่เกิดขึ้นจากการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง ปกติจะเป็นหน้าที่ของตับในการขับสารตัวนี้ออกทางปัสสาวะและอุจจาระ แต่เนื่องจากเด็กตับยังทำงานได้ไม่เต็มที่เลยขับสารเหลืองได้ไม่มากพอจึงเกิดอาหารตัวเหลืองแบบนี้”

“แล้วเด็กจะตัวเหลืองทุกคนไหมคะ” เธอซัก เบญจามินทร์ยิ้มให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน

“ไม่ครับ บางคนเม็ดเลือดแดงแตกตัวตอนคลอดไม่มาก แต่บางคนเม็ดเลือดแดงแตกตัวมาก แล้วแต่เด็กครับ กรณีน้องมะปรางน่าจะเยอะหน่อย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงครับผมจะดูแลให้เป็นอย่างดี ขอให้คุณแม่เชื่อหมอ ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัดก็พอ”

“ค่ะ”

“หนึ่ง... ห้ามป้อนน้ำเปล่ากับเด็กแรกเกิด ตามที่คนโบราณบอกว่าน้ำเปล่าจะช่วยขับสารเหลือง จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับ น้ำนมต่างหากที่จะช่วยขับสารเหลือง และการป้อนน้ำเปล่ากับเด็กก่อน 6 เดือนจะทำให้ขับโซเดียมในร่างกายเด็กออกมา จะเกิดภาวะน้ำเป็นพิษจนช็อกได้” เบญจามินทร์พูดน้ำเสียงจริงจัง เพราะด้วยความที่เขาเป็นหมอเด็ก เจอมาเยอะแล้วพวกที่บอกว่าอย่าไปเชื่อหมอให้มาก แต่สุดท้ายเป็นอะไรก็ต้องไปหาหมอทุกที ไม่ว่าจะป้อนน้ำป้อนกล้วย มาทั้งอาการท้องมารหรือท้องป่อง ภาวะน้ำเป็นพิษ ลำไส้อุดตัน บางรายน่าสงสารมากต้องผ่าตัดเอาเศษกล้วยออกจากลำไส้

“ค่ะ คุณหมอไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ฉันจะทำตามที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งครัดค่ะ”

“ดีมากครับ เอ่อ... ถ้าคุณมีอะไรจะสอบถามผม สามารถถามเข้ามาในไลน์หรือโทรมาได้นะครับ นี่ครับนามบัตรผม” เขาดึงลิ้นชักออกมาแล้วก็ส่งนามบัตรให้ ปภาวรินทร์รับนามบัตรของเขามาด้วยความดีใจ อย่างน้อยถ้าเธอมีอะไรเธอก็มีที่ปรึกษาแล้ว

รศ.ดร.นพ.เบญจามินทร์ เมธาสิทธิชัย

ปภาวรินทร์อ่านชื่อของกุมารแพทย์หนุ่มตรงหน้าแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองเขา เธอฉีกยิ้มกว้างอย่างที่ทำให้คนมองใจเต้นกระตุก

“ขอบคุณมากค่ะ คุณหมอใจดีจังเลย ไม่คิดว่าโรงพยาบาลนี้จะมีบริการโทรปรึกษาได้ด้วย เอ่อ... ปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมงไหมคะ” เธอถามเสียงหวาน เบญจามินทร์หลุดหัวเราะออกมา

“ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ แต่บริการนี้ไม่ใช่ของโรงพยาบาล เป็นบริการส่วนตัวของผมที่มีให้คุณเพียงคนเดียว” เขาพูดเสียงทุ้มนุ่ม ปภาวรินทร์นิ่งอึ้งพยายามตีความสิ่งที่หมอพูด

“เอ๋...”

“ผมเห็นใจคุณน่ะครับที่จะต้องเลี้ยงหลานคนเดียวทั้งที่ตัวเองไม่เคยมีประสบการณ์เลี้ยงเด็ก บางทีคุณอาจจะต้องการผู้ช่วย” เขาบอกกับเธอ ปภาวรินทร์รู้สึกหน้าร้อนๆ ยังไงชอบกลก็ไม่รู้ แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไรออกไปพยาบาลก็อุ้มเด็กเข้ามาในห้อง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป