บทที่ 2 ตั้งครรภ์
เสียงโทรศัพท์ดังกระหน่ำตั้งแต่เช้าตรู่ หญิงสาววัยเบญจเพศนอนพลิกกายไปมาอยู่บนเตียงนอนนุ่มที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาตัวโปรด เจ้าหล่อนหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง เอาหมอนอุดหูก็แล้วมันก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่องจนน่ารำคาญ
เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตี 3 เพราะความงกเลยรับงานฟรีแลนด์มาทำนอกจากงานประจำที่ทำวันจันทร์ถึงวันเสาร์ แถมยังบ้าเขียนนิยายทำกราฟฟิกอีกต่างหาก วันนี้เป็นวันหยุดแท้ๆ อยากจะนอนตื่นตะวันสายโด่งสักวันแต่ไม่รู้ใครกันล่างโทรมากวนใจ เมื่อทานทนต่อเสียงรบเร้าไม่ไหวเธอจึงลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ที่เสียบสายชาร์ตไว้หน้าทีวีขึ้นมา
“ฮัลโหล!” เธอกรอกเสียงโทรศัพท์เข้าไปอย่างหงุดหงิด แต่เสียงที่ได้ยินกลับกลายเป็นเสียงร้องห่มร้องไห้ปานจะขาดใจตายเสียให้ได้ ปภาวรินทร์ต้องเอาโทรศัพท์ออกจากหูมาดูหน้าจอว่าใครกันที่โทรมา
น้องสาวตัวแสบ...!
หน้าจอโทรศัพท์โชว์หราถึงเบอร์ที่คุ้นเคย เธอรีบยกหูขึ้นถาม
“ยัยเปรม นี่แกเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” คนเป็นพี่สาวตื่นเต็มตา เดินพล่านอย่างหนูติดจั่น ยิ่งไม่ได้ยินเสียงแม่น้องสาวตัวดีตอบกลับมา ยิ่งทำให้ร้อนใจ
“ใครทำอะไรแก ไหนแกบอกฉันมาสิฉันจะไปจัดการ!” เธอถามอีก
“อึก... ฮือ... ฮือๆๆๆ”
“โว้ย! นี่แกจะหุบปากหยุดร้องไห้ได้หรือยัง ร้องไห้สะอึกสะอื้นแบบนี้แล้วเมื่อไหร่ฉันจะรู้ว่าแกมีปัญหาอะไร” ปภาวรินทร์ตะคอกน้องสาวอย่างเหลืออด เปรมนีย์กลั้นเสียงสะอื้นไห้ สูดน้ำมูกฟืดฟาด
“อึก... ฮือ... เปรม... ท้อง”
“ฮะ...?” คนเป็นพี่เอามือแคะหูตัวเอง ได้ยินไม่ถนัดนัก
“ทะ... ท้อง...”
“ท้อง... ท้องอะไร ปวดท้อง ท้องเสียเหรอ แล้วนี่ไปหาหมอหรือยัง อาการเป็นยังไง อยู่โรงพยาบาลไหม” ปภาวรินทร์ถามน้องสาวอย่างเป็น เพราะเปรมนีย์ไปเรียนมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด ต้องไปอยู่หอพักทำให้ไกลหูไกลตา
“อึก... ฮึก... ฮือ...”
“ร้องไห้ทำไม เงินไม่พอเหรอ ฉันทำประกันสุขภาพไว้ให้แกวงเงินเยอะนะ นี่แกเป็นโรคอะไรร้ายแรงหรือเปล่า” เธอถามอีก รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีแล้ว
“มะ... ไม่ใช่... ฮือ... เปรมท้อง”
“ท้อง... ท้องอะไรล่ะพูดให้มันชัดๆ อย่าเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ชาตินี้ฉันจะรู้ไหมว่าแกเป็นอะไร” คนเป็นพี่เอ็ดเข้าให้ เปรมนีย์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ
“เปรมท้อง ท้องแบบตั้งครรภ์อะพี่ปราย!”
น้องสาวบอกคนเป็นพี่ ปภาวรินทร์ช็อกค้างไปหลายวินาที ดวงตากลมโตเบิกกว้าง มือชาและสั่นจนแทบจะกำโทรศัพท์ไว้ไม่ได้ ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปากพี่สาว
“เปรมท้องได้ 2 เดือนแล้ว ฮือ...”
“แล้วพ่อของเด็ก...” พี่สาวเอ่ยถาม
“อึก... ฮือ... พี่วศิน...”
“มันรับผิดชอบแกใช่ไหม” ปภาวรินทร์เอ่ยถาม ปลายสายสะอึกสะอื้นเสียงดังขึ้นอีก ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้จักแฟนน้องสาว เปรมนีย์แนะนำวศินให้เธอรู้จักเมื่อปีที่แล้วช่วงที่เธอขึ้นไปเชียงใหม่เพื่อไปตรวจเช็คว่าน้องสาวคนเดียวใช้ชีวิตอยู่อย่างไร แม้ว่าเธอจะห้ามปรามแม่น้องสาวตัวดีเพราะไม่ถูกชะตากับดวงหน้าขี้หลีนัยน์ตาเจ้าชู้ แต่ในเมื่อน้องสาวมันรักของมันเธอจะไปทำยังไงได้ ถึงห้ามไปมันก็คงดื้อดึงแอบคบหากันอยู่นั่นแหละ เธอจึงย้ำนักย้ำหนาให้ป้องกันอย่างดี อย่าพลาดจนกว่าจะได้แต่งงานกัน
ในเมื่อห้ามไม่ได้ก็ต้องรู้จักป้องกันให้ปลอดภัยไว้ก่อนทั้งโรคติดต่อและการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร...!
“ว่ายังไง มันจะรับผิดชอบแกใช่ไหม” เธอถามเสียงดังขึ้น
“พี่วศินบอกให้เปรมไปเอาเด็กออก.... ฮือ... เขาบอกว่าถ้าไม่เอาออกจะเลิกกับเปรม” ปลายสายตอบ คำตอบของน้องสาวทำให้ปภาวรินทร์กำโทรศัพท์ในมือแน่นจนขึ้นข้อ โทรศัพท์มือถือราคาแพงแทบจะแหลกสลายกลายเป็นเสี่ยงๆ
“ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน!”
“พี่เขาสอบเสร็จก็กลับบ้านที่กรุงเทพฯ ไปแล้ว เขาบอกให้รีบจัดการเอาเด็กออกซะก่อนที่จะเป็นตัวแล้วจะเอาออกยากไปกว่านี้ ฮือ... เขาจะให้เงินเปรมมา 3 แสนเพื่อเอาไปทำแท้งแล้วก็ไว้กินไว้ใช้ช่วงพักฟื้น”
“มันบอกอย่างนั้นเหรอ”
“ค่ะ”
“แล้วแกนะเอายังไง” เธอถามน้องสาว ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
“เปรมจะทำแท้งตามที่พี่วศินบอก ฮือ... พี่วศินบอกว่าตอนนี้เขาไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบ ส่วนเปรมเองก็ยังเรียนไม่จบเพิ่งอยู่ปี 2 เอง ที่สำคัญ... ฮือ... เปรมรักพี่วศิน เปรมไม่อยากให้เขาเลิกกับเปรม” เปรมนีย์ร้องไห้สะอึกสะอื้นปล่อยโฮอีกรอบ
“งั้นแกก็ไปเอาเงินมันมา บอกมันว่าแกขอ 5 แสน” เธอพูดเสียงเฉียบ
“หมะ... หมายความว่าพี่ปรายเห็นด้วยใช่ไหมคะที่จะให้เปรมทำแท้ง” เธอพูดอย่างตื่นเต้นเพราะคิดว่าจะถูกพี่สาวตัวเองดุด่าไม่เห็นด้วยที่เธอจะไปทำแท้ง
