บทที่ 6 ล่าตัว
หลังจากปภาวรินทร์ขึ้นไปหาน้องสาวที่เชียงใหม่ เธอก็เร่งรัดบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในให้ทำงานไวขึ้น แต่ติดข้อจำกัดที่ว่าบ้านที่เธอซื้อนั้นยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อย ทำให้ต้องรอทางโครงการอีก จริงๆ แล้วเธอควรรอให้สร้างบ้านเสร็จก่อนแล้วค่อยให้วิศวกรเข้ามาตรวจสอบก่อนเซ็นรับบ้าน แต่ด้วยความใจร้อนอยากได้บ้านเร็วๆ ทำให้รพีถึงขั้นด่ากราดเธอเมื่อสามวันที่ผ่านมา
“ยัยโง่! รอให้เขาสร้างบ้านเสร็จก่อนสิแล้วค่อยให้คนเข้าไปตรวจสอบก่อนค่อยเซ็นรับบ้าน ใจร้อนแบบนี้ได้ยังไง ถ้ามาเจอความผิดพลาดอย่างท่อน้ำแตก รางน้ำรั่ว ท่อตันทีหลังแกจะทำยังไง อย่าใจร้อนไม่เข้าเรื่องสิวะ!”
ถ้อยคำที่รพีด่าเธอยังก้องวนเวียนอยู่ในหัวสมอง เออ... รอก็รอวะ แม้จะอยากให้บ้านเสร็จเร็วๆ เพราะตอนนี้น้องสาวสอบเสร็จแล้วและได้มาอยู่ที่คอนโดเธอแล้วด้วย เธออยากให้น้องสาวอยู่บ้านหลังใหญ่ สะดวกสบาย อากาศถ่ายเทมากกว่าอยู่คอนโดเล็กๆ อึดอัดคับแคบแบบนี้
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ปราย อยู่คอนโดก็ดีไปอีกแบบ ใกล้ห้างสรรพสินค้า ใกล้รถไฟฟ้าใกล้มินิมาร์ท หาของกินง่ายดี เดินทางสะดวก” เปรมนีย์บอก ปภาวรินทร์จะได้ไม่กังวลเป็นห่วงเธอ
“งั้นเหรอ”
“ค่ะ”
“ถ้างั้นก็ตามนั้น ว่าแต่ตอนนี้เปรมเสร็จแล้วใช่ไหม เราจะได้ไปบุกบ้านไอ้วศิน” ปภาวรินทร์ถาม เปรมนีย์พยักหน้าหงึกๆ
“พร้อมแล้วค่ะ”
“งั้นเราไปกันเลย”
ปภาวรินทร์ขับรถไปที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านย่านสุขสวัสดิ์ ให้ตาย... บ้านของวศินกับบ้านที่เธออยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ เธอขับรถไปจอดหน้าบ้านแล้วลงไปกดกริ่ง รอเพียงไม่นานแม่บ้านก็ออกมาเปิดประตู
“สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ”
“มาหาวศิน อยู่หรือเปล่า” เธอถามน้ำเสียงไม่เป็นมิตรกับใครทั้งสิ้น แม่บ้านมองปภาวรินทร์สลับกับเปรมนีย์ ฉีกยิ้มแห้งๆ เมื่อเห็นหน้าตาเอาเรื่องของทั้งคู่
“อยู่ค่ะ แต่ยังไม่ตื่น ยังไงเชิญเข้าไปนั่งรอในบ้านก่อนนะคะ”
ปภาวรินทร์และเปรมนีย์เดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ เธอได้ยินเสียงพูดคุยของหญิงชายวัยกลางคนอยู่ใกล้ๆ ก่อนที่หญิงวัยกลางคนจะเดินออกมาจากห้องครัว หล่อนมีสีหน้าเคร่งเครียดนัก
“ใครมา” หล่อนถาม
“แขกของคุณวศินค่ะ” แม่บ้านรายงาน
“ใคร...” หล่อนปรายตามามองปภาวรินทร์และเปรมนีย์ด้วยความสงสัย ปภาวรินทร์ลุกขึ้นยืนไปเผชิญหน้ากับมารดาวศิน
“ฉันพาเมียและลูกของลูกชายคุณมาทำความรู้จัก” ปภาวรินทร์บอก หล่อนชะงักค้างก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรงเข้ามาอีก บิดาของวศินออกมาหา
“เปรม... เปรมใช่ไหม” บิดาเขาถาม เปรมนีย์พยักหน้า
“มาทำไม ฉันให้วศินโอนเงินไปให้ 3 แสนเพื่อเอาไปทำแท้งแล้วไม่ใช่เหรอ จะมาเอาอะไรอีก แล้วนี่ทำแท้งไปแล้วหรือยัง” หล่อนมองเปรมนีย์ด้วยสายตาดูถูกดูแคลน เป็นครั้งแรกที่ปภาวรินทร์อยากจะกระโดดขกหน้ามนุษย์ป้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ยัง! และฉันก็จะไม่ให้ยัยเปรมทำแท้งเด็ดขาด!” ปภาวรินทร์ประกาศเสียงดัง
“คุณไปตามวศินลงมาด่วนเลย เราจะต้องคุยกันให้รู้เรื่อง!” หล่อนหันไปสั่งสามี คนเป็นสามีเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้านแล้วก็เปิดประตูเข้าไปตามลูกชายที่นอนหลับอุตุบนเตียงกลิ่นเหล้ายังโชยหึ่งออกมาจนน่าคลื่นไส้ พอบิดาบอกว่าเปรมนีย์กับพี่สาวมาหาที่บ้าน วศินก็เด้งตัวตื่นขึ้นทันที เขารีบหยิบกางเกงขาสั้นเสื้อยืดขึ้นมาสวม วิ่งลงไปชั้นล่างก่อนที่พี่สาวของเปรมนีย์จะเปิดสงครามกับแม่ตน
“มาทำไม!” วศินถามเปรมนีย์ที่ยืนตัวสั่น เธอก้มหน้าลงไปตอบ
“ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่ามาทำไม ทำอะไรไว้ทำไมไม่รับผิดชอบ” ปภาวรินทร์ถามหน้าตาเอาเรื่อง
“ฉันก็รับผิดชอบเธอไปแล้วไง ให้ไปตั้ง 3 แสนแล้วจะเอาอะไรอีก” วศินปรี่เข้าไปกระชากแขนเปรมนีย์แน่น ปภาวรินทร์ดึงตัววศินให้ออกห่างน้องสาวตน
“อย่างมาทำอย่างนี้กับเปรมนะ เปรมกำลังท้องอยู่!”
“ทำไมไม่ไปทำแท้ง แล้วมาที่นี่ทำไม” วศินถาม เปรมนีย์เหลืออด เธอตบหน้าวศินไปฉาดใหญ่
“นั่นลูกของเรานะคะพี่วศิน พี่วศินจะฆ่าลูกของเราได้ลงคอเหรอคะ เขาไม่รู้เรื่องและไม่ผิดอะไรเลยนะคะ เราทำให้เขาเกิดมาแล้วเราก็ต้องรับผิดชอบ” เปรมนีย์พูดเสียงเครือน้ำตาไหลลงมา
“ยัยโง่! ฉันจะบอกให้นะว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ฉันทำให้ท้อง แต่คนอื่นๆ เขาไม่เห็นจะพูดยาก บอกให้ไปทำแท้งมันก็ไป ทำไมเธอถึงดื้อด้านแบบนี้ อยากจะเลิกกับฉันนักใช่ไหม!” วศินพูดอย่างหัวเสีย คนเป็นพ่อเอามือกุมขมับ ปวดหัวกับวีรกรรมของลูกชายคนเดียวนัก
“นั่นน่ะสิ แล้วเงินที่ฉันให้ไปน่ะตั้ง 3 แสน เธอสามารถไปเลือกหาหมอดีๆ ได้เลยนะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นอันตราย แต่ถ้าเธอไม่รู้จะหาหมอคนไหนเดี๋ยวฉันจะช่วยหาหมอเก่งๆ ให้” มารดาวศินพูดขึ้นมาอีก ปภาวรินทร์ช็อกกับชุดความคิดของคนในครอบครัวนี้ น่าขยะแขยงเหลือทน ทั้งพ่อทั้งแม่ก็เป็นไปกับมันด้วย
