บทที่ 8 โมโห

วศินทิ้งกายลงนั่งบนโซฟาเต็มแรงหลังถูกบิดาตบหน้าเรียกสติไปสามครั้ง เขาเอามือกุมขมับด้วยความเครียดแบบสุดๆ ไม่รู้จะทำยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นดี ด้านมารดาก็เอาแต่นั่งเครียดที่ต้องสูญเงินไป 3 แสนฟรีๆ โดยที่เด็กนั่นไม่ยอมไปทำแท้ง

“แกจะเอายังไง” วิบูลย์ถามลูกชายเสียงเครียด

“ผมไม่รู้” เขายอมรับ

“โอ๊ย! จะเอาอะไรกันอีกล่ะ มันได้เงินไปตั้ง 3 แสนแล้วก็ช่างหัวมันเถอะ ไปให้พ้นๆ ยิ่งดี นี่ก็ไม่รู้ว่าเด็กในท้องเป็นลูกวศินจริงๆ หรือเปล่า” มารดาเขาพูดเสียงดังลั่น

“คุณเป็นผู้หญิงนะ แทนที่จะเข้าใจความรู้สึกผู้หญิงด้วยกันทำไมถึงพูดแบบนี้ นี่ไม่ใช่รายแรกที่ลูกเราไปทำเขาท้อง แต่เป็นรายแรกที่ดึงดันจะไม่ยอมทำแท้ง พ่อว่าลูกควรจะรับผิดชอบเค้า” วิบูลย์สั่งสอนลูกชาย แค่นี้เขาก็กระดากอายรู้สึกผิดเต็มทีแล้วที่เลี้ยงลูกไม่ดี ยิ่งถูกเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานมายื่นด่ากราดถึงโครตเง้ายิ่งทำให้รู้สึกย่ำแย่ แม้แต่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยังเรียนไม่จบยังคิดได้ แล้วทำไมลูกชายที่ใกล้จะเรียนจบใกล้จะทำงานแล้วถึงคิดไม่ได้ เขาได้แต่นึกสงสัยในใจ

“แต่...”

“หรือว่าแกไม่มั่นใจว่าเด็กในท้องเป็นลูกของแกจริงๆ” บิดาถาม วศินหน้าเครียดเมื่อเจอคำถามจี้ใจดำ เขาไม่อยากโกหกใครทั้งสิ้น

“เด็กในท้องเป็นลูกของผมครับ”

“ร้อยเปอร์เซ็นต์ใช่ไหม” วิบูลย์ถามอีก คนเป็นแม่ขยับกายเข้ามาฟังให้ชัดๆ

“ครับ แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ เปรมเป็นเด็กดีไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้น”

“แล้วแกรักเขาไหม” บิดาถามสีหน้าจริงจัง วศินพยักหน้ารับน้อยๆ

“รัก... แต่... ผมไม่อยากรับผิดชอบเด็ก ผมไม่พร้อม” วศินยืนยันคำเดิม

“แกไม่พร้อมแล้วคิดว่าฝ่ายโน้นเขาพร้อมเหรอ”

“จะพร้อมหรือไม่พร้อมก็ช่างมันเถอะค่ะ ในเมื่อพวกมันเลือกทางนั้นแล้ว ลูกเองก็อย่าไปคิดมากเลย เลิกๆ กับมันไปเถอะแค่ผู้หญิงคนเดียว” มารดาเข้ามาลูบหลังวศินอย่างให้ท้าย เพราะหล่อนไม่ต้องการลูกสะใภ้ที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนั้น พ่อแม่ก็ไม่มี แถมยังจนอีกต่างหาก คบกันไปมีแต่ทำให้ลูกชายต้องตกต่ำ

“ครับแม่” วศินเชื่อแม่ วิบูลย์ถึงกับถอนหายใจ ลูกชายตัวดีเดินขึ้นไปชั้นสองแล้ว วิบูลย์หันไปมองภรรยาตาเขม็ง

“เพราะคุณเอาแต่ให้ท้ายลูก ลูกถึงได้เป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบอย่างนี้!” วิบูลย์ชี้หน้าภรรยาอย่างเหลืออด

“นี่เราก็รับผิดชอบไปแล้วไง ให้มันไปตั้ง 3 แสนแล้วยังจะต้องรับผิดชอบอะไรอีก!” ฟ้ารุ่ง... ภรรยาของเขาเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“ผมไม่ได้หมายความว่าให้จ่ายเงินแล้วจบๆ กันไป นั่นหลานเราทั้งคนนะ จะไม่เหลียวแลเลยหรือไง จะเกิดจะเติบโตยังไง บ้านนั้นจะเลี้ยงไหวไหมก็ยังไม่รู้”

“ฉันไม่อยากยุ่งกับคนพวกนั้น ฉันคิดว่าคนพวกนั้นมันเป็นปลิง จริงๆ มันคงจะตั้งใจปล่อยท้องเพื่อหวังเกาะลูกชายเรา คุณก็รู้ว่าพวกนั้นน่ะจนแค่ไหน” ฟ้ารุ่งยกมือขึ้นกอดอกเชิดหน้าอย่างถือดี วิบูลย์ส่ายหน้าระอา

“คุณมันเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง!” เขาด่าภรรยาก่อนจะหันหลังเดินออกไป

“แหม! ทำอย่างกับคุณเป็นพ่อที่ได้เรื่องนักล่ะ แล้วนี่จะไปไหน จะไปหาเมียน้อยที่ไหนอีกล่ะ อย่านึกนะว่าฉันไม่รู้น่ะ!” ฟ้ารุ่งตะโกนไล่หลัง แน่นอนว่าบทสนทนาของบิดามารดาอยู่ในหูของวศินทั้งหมด เขายกมือขึ้นกุมหัวก่อนจะคว้าเหล้าขึ้นมาดื่มแก้เครียด

ปภาวรินทร์พาน้องสาวไปฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ตลอดทางที่มาโรงพยาบาลเปรมนีย์เอาแต่ร้องไห้ผิดหวังกับอดีตคนรักที่ไร้ความรับผิดชอบ พอตั้งสติได้เปรมนีย์จึงฮึดสู้อีกครั้งโดยมีปภาวรินทร์ผู้เป็นพี่สาวยืนอยู่เคียงข้าง

เปรมนีย์ถูกเจาะเลือดไปตรวจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นธารัสซีเมีย HIV ไวรัสตับอักเสบ เบาหวาน กามโรค ซิฟิลิซ เมื่อผลเลือดออกมาพบว่าทุกอย่างปกติดีเธอก็เบาใจ เปรมนีย์ได้รับโฟลิก ธาตุเหล็ก แคลเซียมมากินทุกวันเพื่อให้เด็กในครรภ์แข็งแรงอีกด้วย

“ฉันน่ะโมโหบ้านนั้นมากเลยนะ มันน่ะพูดจาให้ร้ายน้องสาวฉัน หาว่าน้องสาวฉันไปท้องกับคนอื่น” ปภาวรินทร์คุยโทรศัพท์กับรพี เธอพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดเดินฉับๆ ไม่สนใจใคร

“เพราะมีแม่เป็นแบบนั้นไงลูกถึงได้ออกมาเป็นแบบนี้ ให้ท้ายไม่ลืมหูลืมตา นี่คงคิดว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเป็นเทวดาลงมาจุติล่ะมั้งถึงได้ทำผิดก็มองว่าถูก” เธอยังคงต่อว่าอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนเปรมนีย์ต้องสะกิดหลายรอบเพราะตอนนี้คนรอบข้างเริ่มหันมามองพวกเธอเป็นตาเดียวกันแล้ว

“เออ แค่นี้ก่อนแล้วกันนะ เดี๋ยวฉันไปจ่ายเงินให้เปรมก่อน” ปภาวรินทร์กดวางสายแล้วไปเคลียร์ค่าหมอให้ แม้ว่าเปรมนีย์จะเอาเงินที่วศินให้มาไปจ่าย แต่พี่สาวก็บอกว่าให้เก็ยเงินก้อนนั้นไว้ก่อนเผื่อฉุกเฉินทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้ เปรมนีย์มองแผ่นหลังพี่สาวด้วยความสงสาร

พี่สาวเธอต้องเลี้ยงดูเธอตั้งแต่เด็ก ทำงานพิเศษเพื่อเอาเงินมาส่งเสียให้เธอเรียน ตอนนี้เธอเรียนมหาวิทยาลัย แทนที่จะช่วยแบ่งเบาภาระพี่สาวโดยการทำงานพิเศษ กลับเพิ่มภาระให้อีก เด็กคนนึงค่าใช้จ่ายเยอะมาก ไหนจะค่าคลอด ค่ากินค่าอยู่ค่าเทอมในอนาคตอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม หากไม่มีเด็กในท้องพี่สาวเธอคงไม่ต้องมาลำบากแบบนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป