บทที่ 11 ตอนที่ 11 ใจรบกวน
ตอนที่ 11 ใจรบกวน
#เวลา 18:30 น.
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงยามพลบค่ำ นักศึกษาเริ่มทยอยกันเดินทางกลับ พีชญาและบิวช่วยกันเก็บอุปกรณ์และโมเดลกระดาษใส่กล่องพลาสติกใหญ่เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่เดินลงมารับลมเย็นๆ ที่ใต้อาคารเรียน
“เหนื่อยเป็นบ้าเลยวันนี้” บิวบิดตัวไปมาอย่างล้าๆ “พีช... แกจะกลับหอเลยปะ หรือจะไปหาอะไรกินก่อน”
“ว่าจะกลับหอเลย ว่าจะไปซื้อข้าวไข่เจียวหน้าหอกินแล้วรีบอาบน้ำนอน วันนี้เมื่อยหลังมากๆ เลย” พีชญาบอกพลางกระชับสายกระเป๋า
“โอเค งั้นแยกกันตรงนี้นะ พอดีวันนี้มีนัดกินข้าวที่บ้าน อาจจะไม่ได้กลับไปนอนหอกับแกนะ” บิวโบกมือลา ก่อนจะเดินแยกไปทางลานจอดรถมอเตอร์ไซค์
พีชญาก้าวเดินไปตามทางเดินร่มรื่นภายในมหาวิทยาลัย ลมเย็นๆ ยามเย็นช่วยให้ความล้าจากการนั่งทำโมเดลตลอดทั้งบ่ายบรรเทาลงไปได้บ้าง ระหว่างทาง เสียงโทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงเตือนข้อความแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นอีกครั้ง
พีชญาหยิบขึ้นมาเปิดดู พบว่าเป็นข้อความจากบัญชีไลน์ส่วนตัวของ ‘Kacha’
Kacha : [ส่งรูปภาพ] ภาพที่ส่งมาคือกล่องพัสดุและเล่มแฟ้มเอกสารปกแข็งสีดำกองใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ในห้องเพนต์เฮาส์
Kacha : เอกสารกองใหม่มาส่งแล้วนะ เตรียมตัวไว้เลยวันเสาร์นี้
พีชญามองภาพบนหน้าจอแล้วหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอพิมพ์ข้อความตอบกลับไปทันที
Peach : เยอะขนาดนี้ อาจารย์จะหักโหมเกินไปแล้วนะคะ หนูจะคิดค่าจ้างเพิ่มจริงๆ ด้วย
กดส่งไปไม่ถึงสามวินาที ข้อความก็ขึ้นว่า ‘อ่านแล้ว’ พร้อมกับข้อความตอบกลับมาทันควัน
Kacha : เพิ่มเท่าไหร่ก็จ่ายไหว... ถ้าคนทำคือเธอ
พีชญาถึงกับหยุดฝีเท้าอยู่ตรงฟุตบาทหน้าคณะ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามดังสนั่นอยู่ในอก เด็กสาวรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง แล้วยกมือสองข้างขึ้นกุมแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวเอาไว้แน่น
“คนบ้า... ชอบพูดจาแบบนี้อยู่ได้” พีชญาเอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มหวานขยายกว้างไปทั่วใบหน้า
#ห้องพักนักศึกษา
ภายในห้องพักขนาดอบอุ่น พีชญาอาบน้ำสระผมอยู่ในชุดนอนผ้าฝ้ายกางเกงขาสั้นสบายๆ เธอนั่งอยู่บนเตียงนอน นำยาหม่องน้ำมาทาถูเบาๆ ตรงข้อนิ้วมือและนวดไล่ความปวดเมื่อยจากการกรีดตัดกระดาษมาตลอดทั้งบ่าย
เสียงโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเธอกดเปิดดู ก็พบว่าไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นสายเรียกเข้าจาก ‘คุณคชา’
พีชญาสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจ ก่อนจะกดรับสายแล้วนำมาแนบหูทันที
“สวัสดีค่ะ”
(ทายาหรือยัง?) ประโยคแรกที่เอ่ยถามมาจากปลายสายทำเอาพีชญาชะงักไปทันที
“รู้ได้ยังไงคะว่าหนูปวดมือ?”
(ก็เห็นบ่นตั้งแต่บ่ายว่าตัดกระดาษจนนิ้วล็อก ถ้าไม่ทายา นวดมือ คืนนี้เธอได้ตื่นมาปวดกลางดึกแน่) เสียงทุ้มดุเล็กน้อยดังตอบกลับมา
(นวดเบาๆ ตรงโคนนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือด้วย)
“ทำอยู่ค่ะ กำลังนวดอยู่นี่ไงคะ” พีชญาตอบเสียงแผ่วเบา พร้อมใช้นิ้วนวดตามที่เขาบอกจริงๆ “คุณคชานี่รู้ทันหนูไปหมดทุกเรื่องเลยนะคะ”
(ถ้าไม่รู้ทัน... จะดูแลยัยเด็กดื้ออย่างเธอได้ยังไง) คำตอบราบเรียบแต่น้ำเสียงหนักแน่นทำเอาคนฟังหัวใจกระตุกวูบไปอีกรอบ
“หนูไม่ได้ดื้อสักหน่อย” พีชญาเอ่ยพึมพำแก้เขิน “แล้วคุณคชาล่ะคะ ทำงานเสร็จหรือยัง กินข้าวเย็นหรือยังคะเนี่ย?”
(เพิ่งกินเสร็จเมื่อกี้) คชาตอบ พร้อมมีเสียงเปิดหน้ากระดาษเอกสารดังแว่วมาในสาย (เลยเพิ่งได้โทรมาเช็กว่าเธอถึงห้องเรียบร้อยดีหรือเปล่า)
“หนูถึงห้องตั้งแต่นานแล้วค่ะ อาบน้ำเตรียมตัวจะนอนแล้วด้วย” พีชญาเอ่ยบอก ยิ้มหวานใส่โทรศัพท์ “คุณคชาก็พักผ่อนได้แล้วนะคะ อย่ามัวแต่ตรวจงานจนดึกล่ะ เดี๋ยววันเสาร์หนูไปทำงานแล้วเจอเจ้านายดุใส่เพราะนอนไม่พอ”
ปลายสายส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่นานๆ ทีจะได้ยิน แต่มันกลับฟังดูอบอุ่นและมีเสน่ห์จนพีชญาใจสั่น
(รู้แล้ว... งั้นก็นอนซะ คืนนี้อย่ามัวแต่เล่นโทรศัพท์) คชาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
(ฝันดีนะ)
คำว่า ‘ฝันดีนะ’ ที่ปราศจากคำว่า ‘ยัยเด็กแสบ’ เหมือนทุกครั้ง ทำเอาพีชญาถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก ความนุ่มนวลในน้ำเสียงของเขาทำให้อากาศในห้องพักยามค่ำคืนดูอบอุ่นขึ้นมาทันตา
“ขอบคุณค่ะ... ฝันดีค่ะคุณคชา” พีชญาตอบกลับเสียงหวานแผ่วเบา ก่อนจะกดตัดสายไป
เด็กสาวเอนตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ถือโทรศัพท์แนบไว้กับอก นัยน์ตากลมโตมองออกไปนอกหน้าต่างห้องพักที่เห็นแสงดาวรำไรบนท้องฟ้า ความรู้สึกมากมายที่เคยสับสนและพยายามปฏิเสธมาตลอด เริ่มแจ่มชัดขึ้นในหัวใจ
#เช้าวันใหม่
แสงแดดยามเช้าสาดแสงผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องพัก คนตัวเล็กตื่นนอนด้วยความรู้สึกสดชื่น อาการปวดเมื่อยที่ข้อนิ้วมือเมื่อคืนลดลงไปมากจนแทบไม่รู้สึก อาจเป็นเพราะยาหม่องน้ำ...
หรืออาจเป็นเพราะน้ำเสียงนุ่มนวลของคชาที่ยังคงก้องอยู่ในหัวตลอดกันแน่
เพียงครูเดียว เธอก็อาบน้ำ แล้วก็จัดการตัวเองในชุดนักศึกษาเรียบร้อย ก่อนจะเดินลงมาจากห้องอย่างอารมณ์ดี วันนี้เธอมีคลาสเรียนช่วงสิบโมงเช้า แต่นัดกับบิวไว้ที่โต๊ะหินอ่อนใต้อาคารเรียนตอนเก้าโมงครึ่ง
เมื่อเดินมาถึงใต้อาคารเรียน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ก็พบเพื่อนสนิทนั่งหน้ามุ่ย พลางใช้หลอดคนแก้วกาแฟเย็นในมือไปมา
“อรุณสวัสดิ์จ้ะบิว” พีชญาทักทายเสียงใส ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม “ทำไมทำหน้าเหมือนคนไม่ได้นอนแบบนั้นล่ะ เมื่อคืนกลับไปกินข้าวที่บ้านสนุกไหม?”
บิวเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท สายตาจับจ้องใบหน้าหวานฉ่ำของพีชญา แล้วถอนหายใจยาวเหยียด
“สนุกกับผีน่ะสิ! โดนแม่บ่นเรื่องเกรดไปครึ่งคืนจนประสาทจะกิน แต่เดี๋ยวก่อนนะยัยพีช ทำไมวันนี้แกดูอารมณ์ดีแปลกๆ วะ หน้าตาผ่องใส ชวนฝัน เหมือนคนเพิ่งโดนบอกรักมายังไงยังงั้นแหละ”
“จะ... บ้าเหรอ!” พีชญาชะงัก รอยยิ้มหวานบนใบหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะรีบยกมือขึ้นกุมแก้มแก้เขิน “โดนบอกรักอะไรกันล่ะ ฉันก็แค่นอนหลับเต็มอิ่มต่างหาก”
“เหรอจ๊ะ~” บิวลากเสียงยาว ทำหน้ากรุ้มกริ่มจ้องจับผิด “ได้ยาดี หรือเพราะ ‘อาจารย์’ โทรมากล่อมนอนกันแน่จ๊ะ เมื่อคืนฉันเห็นแกขึ้นสถานะไลน์อมยิ้มด้วยนะ”
“บิว! ยุ่งจริงเลย” พีชญาเอ่ยโวยวาย ทำตาเขียวใส่เพื่อน “กินกาแฟของแกไปเลยนะ เดี๋ยวเข้าคลาสอาจารย์สายหรอก”
“จ้าๆ ไม่แซวแล้วจ้ะ” บิวหัวเราะคิกคัก ก่อนจะดูดกาแฟเข้าปากคำโต
ครืด~~ ครืด~~
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของพีชญาสั่นเตือนขึ้นมา พีชญาเกร็งตัวเล็กน้อย รีบคว้ามาเปิดดู และก็เป็นไปตามคาด... ข้อความไลน์จาก Kacha ถูกส่งเข้ามา
Kacha : นิ้วมือเป็นยังไงบ้าง เช้านี้ยังปวดอยู่ไหม
พีชญามองข้อความที่ห่วงใยนั้นแล้วหัวใจก็พองโตขึ้นมาดื้อๆ มือเล็กรีบพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
Peach : ไม่ปวดแล้วค่ะ เช้านี้หนูสบายดีพร้อมเรียนมากๆ
Kacha : ดีแล้ว ตั้งใจเรียน คลาสสิบโมงอย่าแอบนั่งเหม่อลอยอีก
พีชญาขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะแอบอมยิ้ม พิมพ์เถียงกลับไปตามเดิม
Peach : หนูไม่เคยนั่งเหม่อลอยในห้องเรียนสักหน่อยนะคะ คุณคชาชอบหาเรื่องจับผิดหนูตลอดเลย
Kacha : ฉันไม่ได้จับผิด... ฉันแค่มอง เธอตลอดเวลาต่างหากยัยเด็กแสบ
ประโยคสั้นๆ ที่ส่งกลับมาทำเอาพีชญาถึงกับหน้าแดงราวกับลูกตำลึงสุก หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบหลุดออกมาด้านนอก มือบางที่ถือโทรศัพท์สั่นเล็กน้อย
“แกเป็นอะไรเนี่ย!” บิวที่นั่งฝั่งตรงข้ามร้องทักขึ้นเมื่อเห็นอาการของเพื่อน “หน้าแดงเหมือนคนไข้ขึ้นเลย กาแฟกวนใจ หรือใครกวนใจแกวะเนี่ย”
“ปะ... เปล่า! ไม่มีอะไร” พีชญารีบกดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ แล้วควักเอาหนังสือเรียนขึ้นมาวางบนโต๊ะกลบเกลื่อน “รีบขึ้นห้องเรียนกันเหอะบิว ใกล้ได้เวลาแล้ว”
“เอ้า! เพิ่งจะเก้าโมงสี่สิบเองนะ จะรีบไปไหนเนี่ย!” บิวโวยวาย แต่ก็ต้องรีบเก็บแก้วกาแฟแล้วเดินตามเพื่อนสนิทไปทันที
#เวลา 12:00 น.
หลังจากจบคลาสเรียนช่วงเช้า นักศึกษาคนอื่นต่างทยอยกันไปกินข้าวเที่ยง แต่พีชญากลับถูกหัวหน้าห้องวานให้นำสมุดเช็กชื่อและแบบแปลนงานกลุ่มมาส่งที่ห้องพักอาจารย์
คนตัวเล็กหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องพักอาจารย์ สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกร้องความมั่นใจ ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชิญครับ” เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังลอดมาจากด้านใน
พีชญาค่อยๆ ดันประตูเปิดออกช้าๆ ร่างสูงใหญ่ของคชานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหรู ชายหนุ่มใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ปลดกระดุมคอเสื้อออกหนึ่งเม็ด ดูหล่อเหลาและมีเสน่ห์จนพีชญาแอบใจสั่น
“อาจารย์คะ... หนูเอาสมุดเช็กชื่อกับแบบแปลนงานกลุ่มมาส่งค่ะ” พีชญาเอ่ยบอกเสียงนุ่ม เดินเข้าไปวางเอกสารลงบนโต๊ะของเขาอย่างเป็นระเบียบ
คชาวางปากกาในมือลง นัยน์ตาคู่คมจ้องมองใบหน้าหวานของเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนโยนอย่างเปิดเผย ไร้ซึ่งความขรึมดุแบบในห้องเรียน
“อืม... ขอบใจมาก” คชาเอ่ยบอก ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจนิ้วมือทั้งสองข้างของเธอ “ไหน... ขอดูมือหน่อยสิ”
“คะ?” พีชญาทำหน้าสงสัย แต่ก็ยอมยื่นมือทั้งสองข้างออกไปตรงหน้าเขาตามสั่ง
คชาเอื้อมมือหนาออกไปจับมือเล็กของเธอไว้เบาๆ ฝ่ามืออุ่นร้อนของเขาทำเอาผิวเนื้อของพีชญาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ชายหนุ่มใช้นิ้วโป้งเกลี่ยและกดเบาๆ ตรงโคนนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือของเธออย่างนุ่มนวล
“ยังเจ็บอยู่ไหม?” เขาถามเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมช้อนขึ้นสบตากับเธอในระยะใกล้
“มะ... ไม่เจ็บแล้วค่ะอาจารย์” พีชญาตอบเสียงเบา หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา “หนู... หนูบอกแล้วไงคะว่าหนูสบายดี”
“สบายดีก็ดีแล้ว” คชากระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ แต่ยังคงไม่ยอมปล่อยมือเล็กของเธอออก “ไปกินข้าวเถอะ แล้วอย่าลืมกินของที่มีประโยชน์ล่ะ... วันเสาร์นี้มีงานหนักรอเธออยู่อีกเยอะ”
“ทราบแล้วค่ะ” พีชญาทำหน้ามุ่ยใส่เขา แต่ริมฝีปากกลับกักเก็บรอยยิ้มหวานไว้ไม่ไหว “หนูไปก่อนนะคะอาจารย์”
เด็กสาวรีบหมุนตัววิ่งออกจากห้องพักอาจารย์ไปทันที ทิ้งให้ร่างสูงนั่งมองตามแผ่นหลังบางไปพร้อมกับรอยยิ้มละมุนที่เอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้
