บทที่ 12 ตอนที่ 12 กวนใจ

ตอนที่ 12 กวนใจ

พีชญาวิ่งออกจากห้องพักอาจารย์ด้วยหัวใจที่เต้นรัว สองมือยังคงกุมแก้มตัวเองไว้แน่น พร้อมเดินลงบันไดอาคารเรียนเพื่อตรงไปยังโรงอาหารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่มีบิวนั่งรออยู่

“ยัยพีช ทางนี้!” เสียงของบิวตะโกนเรียกมาแต่ไกล พร้อมกับชูมือโบกไปมาเมื่อเห็นเพื่อนสนิทเดินเข้ามาในเขตโรงอาหาร “ทำไมไปส่งเอกสารนานจัง ฉันนั่งกินข้าวหมูกรอบจนจะหมดจานอยู่แล้วเนี่ย”

พีชญาตื่นจากพะวง รีบทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามเพื่อนสนิท พลางหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบดับความร้อนผ่านในเรือนร่างกาย

“ก็... อาจารย์เขาตรวจเอกสารละเอียดน่ะ เลยต้องรอให้เขาดูความเรียบร้อยก่อน”

“ตรวจเอกสารเหรอ” บิวเอียงคอมองเพื่อนสนิท นัยน์ตาจับจ้องใบหน้าหวานฉ่ำที่ยังมีเลือดฝาดแดงระเรื่อไม่หาย “ตรวจเอกสารท่าไหนทำไมหน้าแกแดงลามไปถึงโคนหูขนาดนั้นน่ะ บอกมาซะดีๆ นะ อาจารย์แกล้งอะไรแกอีกหรือเปล่า”

“ปะ... เปล่าซะหน่อย” พีชญารีบปฏิเสธเสียงสูง ก่อนจะหยิบช้อนส้อมเตรียมตักก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่บิวซื้อมาเผื่อ “ไม่มีอะไรจริงๆ รีบกินข้าวเหอะ เดี๋ยวบ่ายนี้มีคลาสวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมอีกนะ”

“จ้าๆ เชื่อก็ได้จ้า” บิวยิ้มกรุ้มกริ่ม ทำหน้าเลิ่กลั่กเลียนแบบท่าทางลุกลี้ลุกลนของเพื่อน “แต่ฉันจะบอกอะไรให้นะยัยชะนี แกเก็บอาการไม่เนียนเลยสักนิด หน้าแกตอนพูดถึงอาจารย์น่ะ มันแสดงอาการเขิน เด่นชัดอยู่บนหน้าเลยรู้ตัวไหม”

“บิว!!” พีชญาบิดแขนเพื่อนสนิทเบาๆ แก้เขิน จนบิวร้องโอดโอ๊ยยกมือยอมแพ้

ระหว่างที่นั่งกินข้าวเที่ยงด้วยกัน เสียงพูดคุยถกเถียงเรื่องเนื้อหาเรียนและบทสนทนาแซวกันตามประสาเพื่อนสนิทก็ช่วยให้พีชญาผ่อนคลายลงได้บ้าง ทว่าลึกๆ หัวใจดวงน้อยกลับยังคงสั่นสะท้านทุกครั้งที่นึกถึงสัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมมือเธอไว้เมื่อครู่

“ก๋วยเตี๋ยวจะอืดหมดแล้วมั้ง นั่งเหม่อม้วนเส้นอยู่นั่นแหละ!” เสียงบิวร้องทักขึ้นอีกรอบ ขัดจังหวะความคิดที่กำลังเตลิดไปไกล

“กินแล้วๆ กำลังจะกินเนี่ย” พีชญารีบตักเส้นเข้าปากคำโต พลางก้มหน้าก้มตาเคี้ยวเพื่อซ่อนรอยยิ้มหวานที่กำลังฉายชัดบนริมฝีปากหนา

#เวลา 13:30 น.

#ห้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมศาสตร์

บรรยากาศการเรียนในคลาสช่วงบ่ายเต็มไปด้วยความเงียบสงบ แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามา ทำให้เหล่านักศึกษาเริ่มมีอาการง่วงเหงาหาวนอน พีชญานั่งติดกับบิวอยู่แถวกลางห้อง มือเล็กคอยจดสไลด์พาวเวอร์พอยต์ของอาจารย์ผู้สอนลงในสมุดบันทึกอย่างตั้งใจ

ครืด~~ ครืด~~

แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างสมุดโน้ตทำให้พีชญาละสายตาจากหน้าชั้นเรียน เธอก้มมองหน้าจอที่สว่างขึ้น พบว่ามีข้อความไลน์เข้าจาก Kacha

Kacha : กินข้าวเที่ยงหรือยัง?

พีชญาอมยิ้ม มือเล็กรีบพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยจังหวะที่อาจารย์ผู้สอนหันไปเขียนกระดาน

Peach : กำลังนั่งเรียนวิชาประวัติศาสตร์อยู่ค่ะ กินข้าวเที่ยงเรียบร้อยแล้วด้วย

Kacha : ดีแล้ว ตั้งใจเรียน อย่าแอบส่งไลน์เวลาอาจารย์สอน

พีชญาขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะเบะปากใส่หน้าจอโทรศัพท์อย่างลืมตัว พิมพ์เถียงกลับไปทันควัน

Peach : คุณคชานั่นแหละค่ะที่ทักมาหาก่อน หนูแค่พิมพ์ตอบตามมารยาทหรอกนะ

กดส่งไปไม่ถึงสองวินาที หน้าจอก็ขึ้นคำว่า ‘อ่านแล้ว’ พร้อมกับข้อความตอบกลับที่ทำเอาพีชญาเกือบหลุดกรีดร้องกลางห้องเรียน

Kacha : งั้นแปลว่า ถ้าฉันไม่ทักไป เธอก็จะไม่คิดจะทักหาฉันเลยงั้นสิ

Kacha : เด็กใจร้าย

พีชญาจ้องมองคำว่า ‘เด็กใจร้าย’ บนหน้าจอด้วยความรู้สึกหัวใจพองโตจนอัดแน่นไปหมด ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ เธอรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความลุกลี้ลุกลน

Peach : หนูไม่ได้ใจร้ายสักหน่อยนะคะ หนูเกรงใจต่างหาก คุณคชามีงานตั้งเยอะแยะ เดี๋ยวหนูทักไปกวนเวลาทำงาน

Kacha : สำหรับเธอ ไม่เคยมีคำว่ากวน

Kacha : ทักมาได้ตลอดเวลา

ประโยคหวานล้ำไร้ซึ่งความดุดัน ทำเอาพีชญาถึงกับเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกักเก็บรอยยิ้ม

มือบางเกร็งจนถือโทรศัพท์สั่น เธอไม่รู้จะพิมพ์ตอบอะไรกลับไปดีเพราะความเขินที่แล่นขึ้นมาจนแทบรับไม่ไหว ได้แต่ส่งสติกเกอร์รูปแมวน้อยหน้าแดงก้มหัวขอบคุณกลับไปเพียงตัวเดียว

Kacha : เลิกเรียนสี่โมงเย็นใช่ไหม เดี๋ยวฉันไปส่งที่หอ

พีชญาเบิกตากว้าง รีบพิมพ์ปฏิเสธพัลวัน

Peach : ไม่ต้องค่ะ หนูสัญญากับบิวไว้ว่าจะไปซื้อของทำโมเดลเพิ่มที่ร้านอุปกรณ์หน้ามอค่ะ เดี๋ยวหนูเดินกลับเองได้สบายมากเลยค่ะ

Kacha : งั้นซื้อเสร็จแล้วโทร จะไปรับหน้ามอ

Peach : ไม่เอาจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวคนอื่นเห็นเข้ามันจะไม่ดีนะคะ เราเป็นอาจารย์กับนักศึกษานะคะ

ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งข้อความตอบกลับมาเรียบๆ จนคนอ่านปฏิเสธไม่ลง

Kacha : งั้นเจอกันที่ร้านกาแฟข้างมอ ตอนสี่โมงครึ่ง ห้ามปฏิเสธ ไม่งั้นวันเสาร์นี้ฉันจะลงโทษเธอแน่

พีชญาถอนหายใจยาว พลางอมยิ้มให้กับความเผด็จการเนียนๆ ของเขา เธอพิมพ์ตอบกลับไปคำเดียวสั้นๆ ก่อนจะกดปิดหน้าจอโทรศัพท์

Peach : ทราบแล้วค่ะ

#เวลา 17:23 น.

#ร้านกาแฟ ข้างมหาวิทยาลัย

กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วอบอวลไปทั่วร้านกาแฟขนาดอบอุ่น พีชญาเดินถือถุงพลาสติกที่มีอุปกรณ์ทำโมเดลขนาดใหญ่เข้ามาในร้าน สายตากลมโตมองหาร่างสูงใหญ่

และก็พบคชาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะมุมในสุดติดกระจก ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก สวมแว่นสายตากรอบบางกำลังตั้งใจอ่านแฟ้มงานตรงหน้า ดูหล่อเหลาจนนักศึกษาสาวๆ ในร้านต่างแอบหันมองกันเป็นตาเดียว

พีชญากระชับสายกระเป๋า เดินตรงเข้าไปหาเขาที่โต๊ะทันที

“อาจารย์คะ...” พีชญาเอ่ยเรียกน้ำเสียงแผ่วเบา

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสาร ถอดแว่นตาออกวางบนโต๊ะ นัยน์ตาคู่คมฉายแววอ่อนโยนลงทันทีที่เห็นร่างเล็กตรงหน้า

“มาแล้วเหรอ? นั่งก่อนสิ”

พีชญาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วางถุงอุปกรณ์ลงข้างตัว

“อาจารย์รอนานไหมคะ พอดีหนูเลือกซื้อไม้อัดกับกระดาษชานอ้อยเพลินไปหน่อย”

“ไม่นานหรอก ฉันก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน” คชาเอ่ยบอก พร้อมดันแก้วชานมไข่มุกหวานน้อยที่สั่งไว้รอออกมาตรงหน้าเธอ “สั่งไว้ให้ เห็นชอบกินหวานๆ”

พีชญาตาโต รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าทันที

“ขอบคุณนะคะ”

คนตัวเล็กหยิบหลอดขึ้นมาเจาะแก้วแล้วดูดชานมเข้าปากคำโต ความหวานละมุนและความนุ่มของเม็ดไข่มุกทำให้เธอทำหน้าฟินจนแก้มป่อง

ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้าแล้วหลุดยิ้มมุมปากอย่างขำๆ สองมือประสานกันบนโต๊ะ นัยน์ตาคมจ้องมองใบหน้าหวานของเธออย่างไม่คลาดสายตา

“มอง... มองอะไรคะอาจารย์?” พีชญาชะงักเล็กน้อย ชานมแทบพุ่งเมื่อเห็นสายตาหวานล้ำของเขา “มีอะไรติดหน้าหนูหรือเปล่าคะ?”

“เปล่า...” คชาตอบเสียงนุ่ม “แค่มองยัยเด็กแสบกินอะไรเลอะเทอะ”

“หนูไม่ได้กินเลอะเทอะซะหน่อย” พีชญาทำหน้ามุ่ย พลางใช้มือเช็ดมุมปากตัวเองกลบเกลื่อน “แล้วอาจารย์นัดหนูมาที่นี่มีอะไรหรือเปล่าคะ? เอกสารวันเสาร์มีอะไรเปลี่ยนแปลงเหรอคะ”

“เปล่า งานเอกสารเหมือนเดิม” ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แล้วนัดหนูมาทำไมคะ” พีชญาทำตาโตสงสัย

คชาโน้มตัวเข้ามาข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอื้อนเอ่ยออกมานั้นทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ

“ก็แค่... อยากเห็นหน้า”

ใบหน้าหวานของพีชญาร้อนผ่าวขึ้นมาราวกับโดนน้ำร้อนลวก ความเขินอายแล่นจนเธอต้องรีบหลบสายตาเขา ก้มหน้าลงมองแก้วชานมในมือ

“อา... อาจารย์ พูดจาแบบนี้อีกแล้วนะคะ” พีชญาเอ่ยเสียงแผ่วเบา “หนูเป็นลูกศิษย์นะคะ มาพูดว่าอยากเห็นหน้าได้ยังไงกัน”

“ทำไมจะพูดไม่ได้” คชาเอ่ยถามหน้าตาเฉย

“อาจารย์” พีชญาพึมพำ หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน

“เรียกทำไม”

“ขี้แกล้งชะมัดเลย” พีชญาเอ่ยบ่นพึมพำเสียงเบา ก่อนที่จะเลิกสนใจชายหนุ่ม แล้วให้ความสนใจกับแก้วชานมไข่มุกในมือแทน

#เวลา 18:00 น.

#หน้าหอพักนักศึกษา

รถยนต์คันหรูของคชาเลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทที่บริเวณหน้าอาคารหอพักนักศึกษา บรรยากาศยามพลบค่ำเริ่มมีลมพัดเย็นสบาย ร่างเล็กกระชับถุงอุปกรณ์และกระเป๋าสะพายไว้แน่น ก่อนจะหันไปยิ้มให้เขาที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย

“ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง แล้วก็ขอบคุณสำหรับชานมไข่มุกด้วยค่ะ” พีชญาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มสดใส

“ด้วยความยินดี” คชาเอ่ยตอบ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู “ขึ้นห้องไปแล้วอาบน้ำพักผ่อน อย่ามัวแต่ทำโมเดลจนดึกล่ะ”

“ทราบแล้วค่ะ เจ้านายขี้บ่น”

คนตัวเล็กรีบก้าวลงจากรถ แล้ววิ่งเข้าประตูหอพักไปทันที

โดยไม่รอฟังเสียงหัวเราะของคชาที่ดังตามหลังมา เธอยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้าบันไดหอพัก พร้อมยกมือขึ้นแนบหน้าอกที่กำลังเต้นแรงไม่ยอมหยุด

“ใจร้ายที่สุดเลย... ชอบมาก่อกวนหัวใจอยู่ได้” พีชญาเอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มหวานขยายกว้างไปทั่วใบหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป