บทที่ 7 ตอนที่ 7 ร้านโปรด

ตอนที่ 7 ร้านโปรด

#ร้านอาหารสุดหรู

“คุณคชาคะ... พาหนูมาร้านแบบนี้ มันจะดีเหรอคะ?”

พีชญาในชุดนักศึกษาเดินก้าวตามร่างสูงใหญ่เข้ามาภายในร้านอาหารบรรยากาศสุดโรแมนติกที่ตกแต่งด้วยไฟส้มอบอุ่นและสวนสไตล์อังกฤษ รอบข้างมีแต่คู่รักและนักธุรกิจแต่งตัวดีนั่งทานอาหารกันอย่างเป็นระเบียบ ทำเอาเด็กสาวรู้สึกประหม่าจนต้องดึงชายเสื้อนักศึกษาตัวเองเบาๆ

“ทำไมจะไม่ดี? ฉันบอกแล้วไงว่าคืนนี้จะพามาทานข้าวร้านโปรด” คชาหันมาบอกเสียงเรียบ ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตพับแขนดูดีไร้ที่ติเดินนำเธอไปที่โต๊ะริมกระจกใสติดสวนน้ำพุ ก่อนจะดึงเก้าอี้ออกให้เธออย่างเป็นสุภาพบุรุษ

“แต่นี่มันร้านหรูมากเลยนะคะ ก๋วยเตี๋ยวข้างทางหน้ามอยังจานละห้าสิบบาท แต่นี่หนูแอบเห็นเมนูหน้าตู้... จานละเป็นพันเลยนะ” พีชญาเอ่ยพูดเสียงเบา กะพริบตาปริบๆ

คชากระตุกยิ้มมุมปาก ทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามเธอทันที

“ฉันพามาทาน ไม่ได้ให้เธอจ่ายซะหน่อย จะกังวลทำไม ยัยเด็กแสบ”

“ก็หนูเกรงใจนี่คะ แค่เงินเดือนสวัสดิการที่คุณคชาให้ มันก็เยอะมากจนหนูไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว” พีชญาบอกด้วยน้ำเสียงซื่อๆ นัยน์ตาฉายแววเกรงใจอย่างจริงใจ

คชานิ่งมองใบหน้าหวานตรงหน้า สายตาที่เคยดุดันผ่อนคลายลงกลายเป็นความอ่อนโยน ชายหนุ่มรับเมนูจากพนักงานมาเปิดดูแล้วส่งให้เธอ

“เลือกสิ่งที่อยากทาน ไม่ต้องมองราคา ถือว่าฉันเลี้ยงตอบแทนที่วันนี้เธอตั้งใจทำงานและช่วยถือแฟ้มหนักๆ ทั้งวัน”

“เอ่อ... งั้นหนูเอาสปาเกตตี้คาโบนาราจานเดียวพอค่ะ” พีชญาเอ่ยพูดอย่างเกรงใจ

“เอาสปาเกตตี้คาโบนารา สเต๊กเนื้อออสเตรเลียสองที่ สลัดอกไก่ และซุปเห็ดทรัฟเฟิลครับ” คชาหันไปสั่ง โดยที่ไม่ได้สนใจสปาเกตตี๋จานเดียวของเธอเลยสักนิด

“หนูบอกว่าเอาแค่สปาเกตตี๋ไงคะ สั่งมาเยอะขนาดนี้ใครจะกินหมด”

“ฉันกินหมด และเธอ... ก็ต้องกินด้วย ผอมจนซี่โครงจะเดินได้อยู่แล้ว หน้าซีดตั้งแต่เมื่อวาน คิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงว่าอดข้าว?” คชาเอ่ยเสียงต่ำ สายตาจ้องมองเข้ามาในดวงตาของเธอ จนพีชญาต้องก้มหน้าหลบด้วยความเขิน

ไม่กี่นาทีต่อมา อาหารน่าทานกลิ่นหอมกรุ่นก็ถูกนำมาเสิร์ฟ คชาตัดสเต๊กเนื้อชิ้นนุ่มขนาดพอดีคำส่งมาวางในจานของเธอ

“ลองทานดู ร้านนี้เขาทำสเต๊กอร่อยที่สุดในกรุงเทพ”

พีชญามองชิ้นเนื้อในจาน สลับกับใบหน้าหล่อๆ ของเขา ก่อนจะใช้ส้อมจิ้มเข้าปาก ความนุ่มหวานของเนื้อและซอสเข้มข้นทำเอาดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความฟิน

“อร่อยมากเลยค่ะ นุ่มมาก”

รอยยิ้มหวานสดใสเต็มแก้มของเด็กสาว ทำเอาคนตัวโตที่นั่งฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงัก ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี ความเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวันหายไปจนหมด เพียงเพราะได้เห็นรอยยิ้มของเธอ

“ชอบก็ทานเยอะๆ” คชาบอก คอยตักอาหารนู่นนี่ใส่จานให้เธอเรื่อยๆ ราวกับคอยดูแลเด็กน้อย

“คุณคชาคะ...” พีชญาเอ่ยขึ้นมาเบาๆ พลางเคี้ยวแก้มป่อง “ถามจริงๆ นะคะ ทำไมคุณคชาถึงยอมช่วยหนูขนาดนี้เหรอคะ”

คชาวางช้อนลง ชายหนุ่มประสานมือไว้บนโต๊ะ จ้องมองใบหน้าหวานด้วยสายตาจริงจัง

“ข้อแรก... ฉันไม่ชอบเห็นคนมีความสามารถต้องหมดอนาคตเพราะเรื่องเงิน อีกอย่าง...” คชาหยุดพูดไปจังหวะหนึ่ง “เธอเป็นนักศึกษาของฉัน”

ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล่นริ้วเข้ามาในหัวใจของพีชญา เธอได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาคมคู่นั้น กินสปาเกตตี๋ต่อ

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ทั้งคู่รับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คชาก็เช็กบิล แล้วจ่ายเงิน ก่อนจะพาคนตัวเล็กกลับทันที ชายหนุ่มไปส่งเธอที่หอ แล้วเขาก็กลับมาพักผ่อนที่คอนโด

#เช้าวันเสาร์

#คอนโดมิเนียมหรู

พีชญาในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว แมตช์กับกางเกงยีนเอวสูงทรงสุภาพยืนอยู่หน้าลิฟต์ของคอนโดหรูตามสัญญา

คำพูดของเขาเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว พีชญาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะแตะคีย์การ์ดสีดำเงาลงบนแท่นสแกน ลิฟต์ก็นำเธอขึ้นมาถึงชั้น 45 ชั้นเพนต์เฮาส์สูงสุดอย่างรวดเร็ว

ติ๊ง!

ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดิน พีชญาเดินไปหยุดยืนหน้าประตูบานใหญ่ ยกมือขึ้นเตรียมจะเคาะ แต่นิ้วยังไม่ทันได้สัมผัส ประตูก็ถูกเปิดออกเสียก่อน

“มาตรงเวลาดีนี่”

เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของคชาในชุดสบายๆ เสื้อยืดคอกลมสีเทาเข้มกับกางเกงวอร์มขายาวสีดำ ผมทรงสไลด์ปล่อยลงมาคลอเคลียหน้าผากเล็กน้อย ทำให้เขาดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบจนพีชญาถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ

“เอ่อ... สวัสดีค่ะคุณคชา” พีชญารีบยกมือไหว้ทักทาย ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงคำพูดของเขาเมื่อคืน

“เข้ามาสิ ยืนบื้ออยู่ได้” คชาเอ่ยน้ำเสียงเรียบ เปิดทางให้เธอเดินเข้ามา “ถอดรองเท้าไว้ตรงนั้น ในตู้มีสลิปเปอร์เตรียมไว้ให้แล้ว”

พีชญาเปิดตู้เก็บรองเท้า และก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นรองเท้าสลิปเปอร์ขนนุ่มสีชมพูไซซ์เล็กวางอยู่อย่างเป็นระเบียบ

“คอนโดคุณคชามีรองเท้าผู้หญิงไซซ์นี้ด้วยเหรอคะ?”

คชาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบเฉย

“ฉันสั่งให้แม่บ้านไปซื้อมาเตรียมไว้เมื่อวาน มีปัญหาอะไรไหม?”

“เปล่าค่ะ... นึกว่าของสาวๆ คนอื่น” พีชญาพึมพำอุบอิบ แต่ก็ยอมเปลี่ยนใส่รองเท้าเดินตามหลังร่างสูงเข้าไปในห้องโถงกว้าง สไตล์โมเดิร์นลอฟต์ วิวเมืองแบบพาโนรามาสวยงามจนเธอต้องเอ่ยปากชม “ห้องสวยจังเลยค่ะ ใหญ่กว่าหอพักหนูสิบเท่าได้มั้งเนี่ย”

“ถ้าชอบ... ก็มานอนเล่นบ่อยๆ สิ” คชาพูดขึ้นลอยๆ พลางรินน้ำส้มสดให้เธอ

“พูดอะไรเนี่ยคะ!” พีชญาตาโต หน้าแดงก่ำ “หนูมาทำงานนะคะ ไม่ได้มานอนเล่น”

“ฉันก็หมายถึงมานั่งทำงานเสาร์อาทิตย์ไง เธอคิดอะไรของเธอ ยัยเด็กแสบ?” คชากระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววขี้แกล้ง “หรือคิดว่าฉันจะชวนมานอนทำอย่างอื่น?”

“เปล่าซะหน่อย หนูไม่ได้คิดอะไรทะลึ่งแบบนั้นเลยนะ” พีชญาเถียงเสียงสูง กลบเกลื่อนความเขินอาย “ว่าแต่งานของหนูวันนี้อยู่ไหนคะ? รีบเอามาทำเลยดีกว่า”

คชาชี้มือไปทางโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ที่มีแฟ้มเอกสารและแบบแปลนกางทิ้งไว้

“งานของเธออยู่ตรงนั้น แฟ้มแบบแปลนโครงสร้างเฟสสองทั้งหมด แยกหมวดหมู่และจัดเรียงตามวันที่อนุมัติ”

พีชญาเดินเข้าไปดูม้วนแบบแปลนกองโต แล้วเริ่มลงมือแกะตรวจเช็กทีละแผ่นอย่างตั้งใจ บรรยากาศภายในห้องเพนต์เฮาส์เงียบสงบ มีเพียงเสียงกระดาษคลี่ออกและเสียงแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กของคชาที่ดังเป็นระยะ

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง พีชญาจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า จนกระทั่งสะดุดเข้ากับแบบแปลนแผ่นหนึ่ง

“หืม? ทำไมตรงนี้เขียนสัญลักษณ์ระบบโครงสร้างแปลกๆ นะ”

“สงสัยตรงไหน?” เสียงทุ้มต่ำของคชาดังขึ้นใกล้ๆ จนพีชญาสะดุ้งเล็กน้อย คชาโน้มตัวลงมาข้ามไหล่บางของเธอ สองมือหนาวางทาบลงบนขอบโต๊ะกลายเป็นท่าทางที่เหมือนเขากำลังสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง

กลิ่นหอมๆ ลอยเตะจมูก ไออุ่นจากแผ่นอกแกร่งเบียดชิดกับแผ่นหลังของพีชญาจนเธอหัวใจเต้นโครมคราม

“เอ่อ... คือ... ตรงสัญลักษณ์คานคอดินตรงนี้ค่ะ ทำไมมิติความหนามันไม่เท่ากับอาคารหลักคะ?”

คชาขยับหน้าเข้ามาใกล้ขมับของเธอมากขึ้น

“ตรงนี้เป็นโครงสร้างรับน้ำหนักสระว่ายน้ำบนดาดฟ้า ต้องใช้โครงสร้างยืดหยุ่นพิเศษ เธอเรียนปีหนึ่งยังไม่ถึงบทนี้ใช่ไหม?”

“ยังค่ะ... เพิ่งเรียนถึงแค่เรื่องการรับน้ำหนักพื้นธรรมดาเอง” พีชญาตอบ

“ก็นั่นไง ฉันถึงให้เธอมาทำงานตรงนี้” คชาเอ่ยเบาๆ ข้างใบหูขาวเนียน “ได้ทั้งเงิน... ได้ทั้งความรู้ล่วงหน้าก่อนเพื่อน คุ้มค่าจ้างหรือยัง?”

พีชญาเอียงหน้ากลับมามองเขาโดยไม่ทันคิด ทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงไม่ถึงคืบ สายตากลมโตประสานเข้ากับดวงตาคู่คมของคชาอย่างจัง ราวกับเวลารอบข้างหยุดหมุนลงทันที

“ใกล้ไปแล้วค่ะ” พีชญาพึมพำเสียงแผ่วเบา

คชานิ่งมองริมฝีปากบางอมชมพู นัยน์ตาเข้มขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายจมูกชนกันเบาๆ

“ถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่อยากอยู่ไกลล่ะ?”

คำพูดทุ้มต่ำทำเอาพีชญาตัวแข็ง ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้ง เสียงท้องร้องประจานความหิวของพีชญาก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะดื้อๆ

พีชญาตาโตด้วยความอับอายขายหน้า เธอรีบใช้สองมือดันแผ่นอกแกร่งของคชาออกเต็มแรงแล้วซบหน้าลงกับกองเอกสารทันที

“โอ๊ยยย! อยากจะบ้าตาย!”

คชาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง เสียงหัวเราะทุ้มต่ำจริงใจที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน

“ฮ่าๆ ยัยเด็กแสบเอ๋ย~”

“คุณคชาห้ามหัวเราะหนูนะ” พีชญาเงยหน้าขึ้นมาทำตาเขียวใส่เขาทันที

“โอเคๆ ไม่หัวเราะแล้ว” คชาขยี้ผมเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู “ไป ล้างมือซะ เดี๋ยวฉันสั่งอาหารขึ้นมาให้กิน อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?”

“หนูอยากกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ยางมะตูมค่ะ” พีชญาตอบทันควัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป