บทที่ 6 ตอนที่ 4 รสมือของเพื่อนอร่อยที่สุดในโลก
ตอนที่ 4 รสมือของเพื่อนอร่อยที่สุดในโลก
“งั้นผมกลับก่อนดีกว่าครับ อยู่นานเกินไปเดี๋ยวพี่ไทป์มาต่อยผมอีก” มาร์คยกมือขึ้นมาอังข้างแก้ม สีหน้าละอ่อนยังคงแสดงความเจ็บปวดแสนสาหัส
โคตรปลอมเลยว่ะ! ปรเมศวร์ได้แต่มองน้องปีหนึ่งกำลังเสแสร้งแกล้งทำด้วยความสมเพช
โดนต่อยเข้าหน้าไปอย่างจังสามหมัด ทำเหมือนจะเป็นจะตาย ทั้งที่ความเป็นจริงปรเมศวร์เองก็ถูกรุ่นน้องเจ้าเล่ห์คนนี้ชกหน้าเหมือนกัน แต่เพื่อนสนิทตัวเองกลับไม่ดูดำดูดีเลย
ทำไมต้องสองมาตรฐานกับเขาด้วยวะ
“ไหวแน่นะ ไปหาหมอก่อนไหม” คีรินทร์ถามด้วยความเป็นห่วง เขาสืบเท้าเดินตามน้องปีหนึ่งมาหยุดยืนอยู่ตรงประตูหน้าห้อง
“ไม่เป็นไรครับ นี่ก็ดึกมากแล้ว พี่คีย์พักผ่อนต่อเถอะ”
“แน่ใจเหรอ”
“ครับ”
“อืมม…งั้นก็ขับรถดี ๆ ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องที่แบกพี่กลับมาห้องก็ขอบใจมาก”
“ผมยินดีครับ”
“…”
“ถ้ามีคนทิ้งพี่อีก ก็เรียกใช้ผมได้ตลอดเลยนะครับ”
คล้อยหลังน้องปีหนึ่ง เจ้าของห้องก็ปิดประตูลงกลอน สองเท้าร่างโปร่งเดินกลับมาหยุดยืนมองหน้าเพื่อนสนิทตาเขียวปั๊ด ไม่พอใจที่คุณชายปรเมศวร์ใช้ความรุนแรงโดยไร้เหตุผล
“ไหนว่าไปเที่ยวกับน้องน้ำปิง แล้วมึงกลับมาห้องกูทำไม” คีรินทร์ว่าเสียงแข็ง ถึงจะชอบไอ้เวรนี่มากแค่ไหน แต่ในเมื่อทำผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่คิดเข้าข้าง
สิ่งที่เขาเห็นคือ ปรเมศวร์หาเรื่องมาร์คก่อนชัด ๆ ยังมีหน้ามาแก้ตัวให้ตัวเองดูดี
“ก็เป็นห่วงมึงนั่นแหละ โทรมาก็ไม่ยอมรับ” ปรเมศวร์ตอบน้ำเสียงเซ็ง สองเท้าก้าวเข้ามาทิ้งตัวลงบนเตียงเจ้าของห้องอย่างถือวิสาสะ ราวกับเป็นความเคยชินที่ทำจนติดตัว
“อมพระมาพูด กูยังไม่เชื่อเลย”
ภายในใจของปรเมศวร์ยังคงมีอารมณ์คุกรุ่น โทรศัพท์ที่เพิ่งหยิบขึ้นมาตั้งใจจะตอบแชตสาว ๆ ถูกเขวี้ยงไปข้างกายด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
สีหน้าท่าทางของรุ่นน้องเมื่อกี้ ยังคงกระตุ้นต่อมความโมโหได้เป็นอย่างดี
“หวังดี? แล้วเมื่อเย็นหมาตัวไหนมันทิ้งกูเอาไว้ที่มอไม่ทราบ”
“กูก็มาชดเชยให้มึงแล้วไง”
“ชดเชยด้วยการต่อยคนที่พากูมาส่งห้องเนี่ยนะ” เกย์หนุ่มส่ายหน้าอย่างระอา
คนอย่างปรเมศวร์คำพูดสวยหรู แต่การกระทำแสนเหี้ย ฟังดูอย่างไรก็รู้สึกขัดกัน
“อยู่ต่อหน้ากู เลิกชื่นชมไอ้เด็กนั่นได้ปะ” ปรเมศวร์กลอกตาขึ้นบน ได้ยินชื่อรุ่นน้องคนนั้นก็พาลให้อารมณ์เสีย
อ่า…ยังมีหน้ามาชื่นชมความดีให้เขาฟังอีก ไอ้เด็กที่ชื่อมาร์คคนนั้นท่าทางไว้ใจไม่ได้ แต่ทำไมไอ้คีย์ถึงมองไม่ออก
“มึงกลับได้แล้ว กูมึนหัวอยากจะนอน” หัวสมองที่หนักอึ้งทำให้เขาเริ่มฝืนหนังตาไม่ไหว สองเท้าเดินมาเปิดตู้เย็นดื่มน้ำเข้าไป หวังจะให้สร่างจากอาการเมา แต่ก็ไม่ได้ผล
“เดี๋ยวคืนนี้กูนอนกับมึง”
“ไม่ต้อง เปลืองค่าไฟ”
“กูจ่ายให้ได้ เรื่องแค่นี้สบายมาก” สิ้นประโยคนี้นักศึกษาหน้าดุก็เด้งตัวขึ้นมา ชุดที่เขาใส่ยังคงเป็นชุดนักศึกษา มือสองข้างปลดกระดุมเสื้อตัวเองออก หลังจากที่ถอดออกมาก็เผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องเป็นมัด ๆ ตามด้วยกางเกงขายาวสีดำจนเหลือเพียงกางเกงขาสั้นเหมือนเจ้าของห้อง
แม้คีรินทร์จะเคยเห็นจนเป็นภาพชินตา แต่ก็พาให้ใจเต้นรัวทุกครั้งจนเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ
พรึ่บ!
เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งถูกโยนใส่หน้าของเกย์หนุ่มด้วยฝีมือของปรเมศวร์ หลังจากรื้อค้นมาจากในตู้เสื้อผ้า เขาทนไม่ได้ที่จะเห็นเพื่อนตัวเองนั่งโชว์เรือนร่างกึ่งเปลือยต่อหน้าคนอื่น มันชวนให้ทั้งหงุดหงิดและขัดตาจนรู้สึกไม่พอใจ
“อะไรของมึงเนี่ย”
“ใส่ซะ”
“นี่มันห้องของกูนะไอ้ไทป์ มึงมีสิทธิ์อะไรมาสั่งกู”
ร่างสูงใหญ่กำยำก้าวสืบเข้ามาหยุดตรงหน้าคีรินทร์ เพียงเท่านั้นหัวใจเจ้าตัวก็สั่นระรัวเกินควบคุม ยิ่งได้เห็นเรือนกายเปลือยท่อนบนของอีกฝ่ายระยะใกล้ ประกอบกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังคงร้อนรุ่มอยู่ภายในอก ก็ยิ่งผลักดันให้เกย์หน้าหล่อเผลอคิดฟุ้งซ่านไปไกลเกินกว่าจะห้ามได้
“ทะ ทำอะไร”
“ก็จะจับมึงใส่เสื้อไง”
“แล้วถ้ากูไม่ยอมล่ะ” คนตัวเล็กกว่าเล็กน้อยแสยะยิ้มท้าทาย แววตาคมของคีรินทร์ฉายชัดถึงความดื้อดึง อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเขาขัดขืนไม่ใส่เสื้อตัวนี้ จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกันแน่
ผัวก็ไม่ใช่ เป็นแค่เพื่อน ไม่มีสิทธิ์มาสั่งกูโว้ย!
หมับ!
“งั้นกูจะใส่ให้เอง!”
ทั้งสองร่างเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันวุ่นวาย คีรินทร์พยายามเบี่ยงตัวหนี ดันเอาเสื้อซ่อนไว้ด้านหลังเพื่อไม่ให้เพื่อนคว้ามาได้
พรึ่บ!
แต่จังหวะเผลอเพียงเสี้ยววินาที ร่างกลับเสียหลักโถมล้มลงไปกองกับพื้น และในชั่วขณะนั้นคีรินทร์กลายเป็นฝ่ายคร่อมทับร่างเพื่อนสนิทเอาไว้
“ลุกออกไปดิ” กายกำยำด้านล่างบ่นอุบ
“กูไม่ลุก”
“ตัวเท่าควาย กูหนัก”
“อะไรวะ ไม่มีความอดทนเลย”
ใบหน้าที่ห่างกันเพียงแค่คืบ เผยให้เห็นสันกรามและมุมปากหยักชัดเจนในระยะที่ใกล้เกินห้ามใจ ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังวิ่งพล่านไปทั่วร่างยิ่งทำให้สติพร่ามัว ความคิดของเกย์หนุ่มแวบเข้ามาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่
ปากไอ้เหี้ยไทป์ น่าจูบฉิบหาย!
ถ้าได้จูบจริง ๆ จะรู้สึกอย่างไรนะ?
หัวใจของคีรินทร์เต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ใบหน้าคมสวยของเขาโน้มเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ ใกล้เสียจนแทบจะสัมผัส ร่างกายร้อนรุ่มจนแทบควบคุมไม่ได้
ถึงอย่างไรวันนี้เขาต้องได้จูบไอ้เวรนี่
พรึ่บ!
แต่แล้วสติที่เหลืออยู่เพียงริบหรี่กลับดับวูบในฉับพลัน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทไป
.
แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง วันนี้ไม่มีเรียนจึงปล่อยให้ตัวเองได้นอนต่ออย่างสบายใจ
เปลือกตาสีไข่ลืมขึ้นมาในตอนเช้า บนร่างกายมีเสื้อผ้าใส่เอาไว้เสียมิดชิด จำได้ว่าเมื่อคืนเขาแย่งเสื้อกับปรเมศวร์จนเสียหลักล้มทับกัน แถมยังมีความคิดบ้า ๆ จะจูบมันอีก
แม่งเอ๊ย!
ถ้าได้จูบจริงแล้วมันจะเป็นอย่างไรนะ ป่านนี้ไอ้เวรนี่ไม่เกลียดขี้หน้าเขาไปแล้วเหรอ
ฝ่ามือเรียวเกย์หนุ่มยกขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองดังฉาด เมื่อคืนดื่มเบียร์ไปสามขวดแต่เมาแอ๋จนไม่มีสติ ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณมาร์ค ที่อุตส่าห์ลากเขากลับมาส่งถึงห้อง
พอสติเข้าร่างก็เริ่มรู้สึกถึงความหนักอึ้งช่วงกลางลำตัว สายตากลมหลุบต่ำลงไปมองเห็นท่อนแขนและท่อนขากำลังโอบกอดเขาเอาไว้ ประหนึ่งว่าเป็นหมอนข้างส่วนตัวเสียอย่างนั้น จะว่าไปมันทำให้หัวใจของเขาสั่นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง
หมับ!
แม้จะรู้สึกดีแต่ก็ไม่อาจปล่อยให้หัวใจตัวเองถลำลึกไปมากกว่านี้ เกย์หน้าหล่อหันมาผลักแขกไม่ได้รับเชิญให้ออกห่างจากตัวเอง
“อืมม…อะไรวะ กำลังนอนสบายเลย” ปรเมศวร์ลืมตาขึ้นมามองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย รู้สึกขัดใจเมื่อถูกรบกวนในขณะกำลังหลับฝันหวาน
“มึงกอดกูทำไม”
“กอดมึงแล้วอุ่นดีจะตาย ทำไม?…หวงเนื้อหวงตัวไปได้ เพื่อนกันปะวะ” ปรเมศวร์สวนกลับเสียงแข็ง ก่อนหันไปคว้าหมอนข้างของจริงทางด้านข้างมานอนกอดแทน แน่นอนว่ามันไม่อุ่นเท่ากอดเพื่อนตัวเอง
“จะทำอะไรควรมีขอบเขตบ้างนะไอ้ไทป์”
“เมื่อก่อนกูก็กอดมึงแบบนี้ประจำ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย” คนที่นอนบนเตียงเถียงกลับ โดยไม่รู้เรื่องเลยว่าการกระทำที่ไม่ทันระวังตัวพวกนี้ สามารถทำให้คนคนหนึ่งรู้สึกดีจนปล่อยให้ความรู้สึกของตัวเองเลยเถิดไปไกลมาก
รู้สึกตัวอีกทีก็ตกหลุมรักจนยากที่จะถอนตัว
“เลิกบ่นได้ปะวะ แล้วไปหาอะไรให้กูกินหน่อย” คุณชายปรเมศวร์สั่งทั้งที่ยังคงหลับตา ห้องนอนของคีรินทร์แม้จะไม่หรูหราเท่าคอนโดตัวเอง แต่ก็นอนสบายและหลับสนิทมากกว่า
“ไม่!” คีรินทร์ปฏิเสธเสียงแข็ง เขาลุกออกจากเตียงนอนเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า คว้าผ้าขนหนูสีขาวขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ
ปรเมศวร์หางคิ้วกระตุก โดนปฏิเสธไม่อาจหลับต่อได้ กายหนาดีดตัวลุกขึ้นมามองหน้าเพื่อนตัวเองด้วยสายตาขุ่นเคือง
“ทำไมเมื่อก่อนมึงทำให้กูกินโดยไม่ต้องบอกวะ เดี๋ยวนี้ใจดำจัง”
“มึงก็ไปให้น้ำปิงคนสวยนั่นทำให้กินสิ” น้ำเสียงค่อนข้างประชดประชัน จะว่าแบบนั้นก็ได้ แต่ในเมื่อไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ก็ไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่ง
“แต่มึงทำอร่อยกว่านะ”
“กูไม่เชื่อ”
“เชื่อเถอะ เพราะฝีมือการทำอาหารของมึง กูยกให้เป็นที่หนึ่งเลย”
“แค่เรื่องอาหาร?”
“ก็ใช่สิ” ปรเมศวร์หัวเราะในลำคอ มองดูเพื่อนขมวดคิ้วยุ่งตลอดเวลา
“เห็นหัวกูแค่เวลาแดกจริง ๆ”
“…”
“งั้นก็รอแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวกูอาบน้ำก่อน”
นักศึกษาร่างสูงเพียงพยักหน้ารับ ก่อนทิ้งกายลงไปนอนที่เดิมด้วยท่าทางสบายใจ ราวกับว่าการได้อยู่ใกล้คีรินทร์คือความผ่อนคลายอย่างหนึ่งของชีวิต
ต่อให้เขาจะเอาแต่ใจสักเพียงใด เพื่อนสนิทคนนี้ก็ยอมตามใจเสมอ
ทางด้านคีรินทร์ หลังจากก้าวเข้ามาในห้องน้ำ คำพูดเมื่อครู่ของไอ้เวรนั่นกลับดังก้องอยู่ในหัว ราวกับมีอิทธิพลต่อหัวใจเกินกว่าจะปฏิเสธได้ ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว จนน้ำตาไหลพรั่งพรูราวเขื่อนแตก
“ยกให้เป็นที่หนึ่งเรื่องทำอาหารงั้นเหรอ” เขาพึมพำกับตัวเองทั้งเสียงสั่น ก่อนจะกำมือแน่นด้วยความเสียใจ
“กูอยากเป็นแฟน ไม่ได้อยากเป็นเชฟส่วนตัวของมึงสักหน่อย”
ใช้เวลาอาบน้ำไม่นาน แต่เวลาในการหยุดร้องไห้ค่อนข้างนาน คีรินทร์ก้าวออกมาพร้อมเสื้อยืดคอกลมสีฟ้าและกางเกงวอร์มสีขาว เขาพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ดวงตาที่บวมช้ำนั้นก็ไม่สามารถซ่อนสายตาเหยี่ยวของปรเมศวร์ไปได้
นักศึกษาหน้าเข้มนั่งเล่นเกมอยู่บนเตียงนอน เพียงเขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นดวงตาบวมแดงของเพื่อนถึงกับวางโทรศัพท์ลง สองเท้าสืบเข้ามาจ้องมองในระยะใกล้
“มึงร้องไห้เหรอ” ปรเมศวร์ไม่พูดเปล่า ทั้งยังยกมือขึ้นมาจับดูดวงตาที่บวมช้ำด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองนั่นแหละเป็นสาเหตุที่ทำให้เพื่อนเสียใจ
“ไม่ต้องมายุ่งกับตากู” เกย์หนุ่มปัดมือแกร่งออกไปจากดวงหน้า เดินกระทืบเท้าเข้ามาหยุดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า แสดงความหงุดหงิดหวังจะกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง
“อ๋อ…กูนึกออกแล้ว ก่อนปิดเทอมมึงเคยแกล้งสารภาพรักกับกูเพื่อไปบอกรักสาว แล้วเป็นไง ผู้หญิงคนนั้นปฏิเสธมึงใช่ไหม” นักศึกษาหน้าคมเอ่ย ทั้งหงุดหงิดและเจ็บใจ เพื่อนของเขาออกจะหล่อ แถมยังเรียนเก่ง กล้าปฏิเสธได้ลงคอเชียวเหรอวะ
“อะ เออ แต่ช่างเถอะ กูไม่สนใจหรอก” คีรินทร์ตอบน้ำเสียงตะกุกตะกัก ลนลานทำเสื้อผ้าที่ถือติดมือมาด้วยนั้นหล่นลงพื้น ท่าทางแปลกประหลาดไม่ได้ทำให้เพื่อนสนิทที่แอบชอบสงสัย
จะว่าไอ้ไทป์โง่ก็คงใช่
เพราะคนที่ปฏิเสธความรักจากคีรินทร์จริง ๆ ก็คือไอเวรนี่ต่างหาก
พรึ่บ!
ผ้าขนหนูผืนเดิมที่เพิ่งซับหัวของคีรินทร์จนเปียกถูกโยนคลุมหัวของคนตัวสูงกว่า
“ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวกูทำอะไรให้กิน”
“ดีมากเพื่อนรัก มึงรู้ใจกูที่สุด” จะได้ทานอาหารเช้ารสมือเพื่อนคนนี้ ปรเมศวร์ถึงกับดวงตาเป็นประกาย ก่อนเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
คีรินทร์ผ่อนลมหายใจ ก่อนเดินเข้ามาในโซนครัวที่อยู่ตรงระเบียง เขาไม่ใช่คนทำอาหารเก่ง ทำได้แต่เมนูง่าย ๆ จำพวกไข่ทอด ต้มจืด และสารพัดผัดต่าง ๆ เท่านั้น
ส่วนไอ้ที่บอกว่าเขาทำอาหารอร่อยก็คงเป็นแค่คำเยินยอ หวังจะกินข้าวฟรีต่างหาก
ทว่าวันนี้ตู้เย็นว่างเปล่าไม่มีของพอให้ประกอบอาหาร เงินที่เหลือติดตัวมีเพียงจำกัด ทางเลือกสุดท้ายคงเปลี่ยนไปตั้งน้ำร้อนแล้วฉีกซองมาม่าแทน
แกร๊ก!
ไม่นานเสียงประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก ปรเมศวร์ใส่เสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงบอลสบาย ๆ จมูกสูดดมตามกลิ่นอาหารมาหยุดอยู่ตรงโซนห้องครัว เพียงแค่เห็นมาม่าซองเดียวถูกต้มวางเอาไว้บนชามจนอืด ถึงกับแสดงสีหน้าเซ็ง ๆ ออกมา
“มีแค่นี้?”
“มึงจะเอาอะไรเยอะแยะ ช่วงนี้แม่กูป่วยออกไปขายของไม่ค่อยได้ กูต้องประหยัด” นอกจากประหยัด คีรินทร์ยังคิดว่าจะหางานเสริมทำ ลำพังแบมือขอเงินแม่ก็คงไม่พอค่าใช่จ่าย
“มึงไม่หิว?”
“กินไปแล้วเมื่อกี้”
ปรเมศวร์พยักหน้ารับ หย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ หยิบถ้วยมาม่าร้อน ๆ มาตักเข้าปาก โดยที่เส้นผมยังไม่ได้เช็ดให้แห้งเลยด้วยซ้ำ
คีรินทร์ส่ายหน้าอย่างระอา สองเท้าเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ทางด้านหลังของปรเมศวร์ หยิบผ้าเช็ดตัวที่อีกฝ่ายพาดเอาไว้ตรงไหล่ขึ้นมาซับเส้นผมสีดำขลับ
“กินอิ่มแล้วกลับเลยไหมวะ” เจ้าของห้องเอ่ย
“ไม่อะ ขอนอนห้องมึงดีกว่า”
“เปลืองค่าไฟชะมัด”
“กูจ่ายให้ได้”
“มึงจะทำไรก็ทำ ขอแค่ไม่พาสาว ๆ เข้ามาเอากันในห้องกูก็พอ” พอนึกถึงตอนที่ปรเมศวร์ทิ้งเขาไปหาสาว ๆ ก็เกิดอารมณ์มาคุ มือที่กำลังช่วยซับน้ำบนเส้นผมก็เปลี่ยนเป็นผลักหัวของปรเมศวร์เกือบคะมำ มาม่าที่คาอยู่ตรงปากชายหนุ่มนั้นหกเลอะเทอะไปหมด
“ทำอะไรของมึงเนี่ยไอ้คีย์”
“หงุดหงิดว่ะ”
“หลากหลายอารมณ์ฉิบหาย ถ้าเป็นผู้หญิงกูคิดว่าเป็นเมนส์ไปแล้วนะ”
“มึงนี่รู้เรื่องผู้หญิงดีจริง ๆ ไป…งั้นเชิญออกไปจากห้องกูซะ” สิ้นประโยคนี้ คีรินทร์ก็ลุกพรวดขึ้นมาดันหลังคนที่แอบชอบให้ออกนอกห้องอย่างรวดเร็ว แม้ปรเมศวร์จะมีกุญแจสำรองก็ไม่เป็นผล เพราะตอนนี้เจ้าของห้องลงกลอนสองชั้นเรียบร้อยแล้ว
“เล่นอะไรของมึงเนี่ย เปิดประตูไอ้คีย์”
“วันนี้กูไม่ต้อนรับแขก กูอยากพักผ่อน กลับห้องมึงไปเลย”
“โกรธอะไรกูอีก กูขอโทษ”
เขาโกรธ...โกรธที่ไอ้เวรนี่ไม่เคยรู้ตัวเลยว่า การกระทำที่ล้ำเส้นเหล่านั้นส่งผลให้หัวใจของเขามีความหวัง
แม้จะเป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ก็ตาม
