บทที่ 5 5

5

ขวัญชีวากวาดตามองภายในร้านตามประสาคนช่างสังเกต ร้านนี้ค่อนข้างกว้างขวางสมกับเป็นร้านเสริมสวยแบบครบวงจร ลูกค้าแต่ละคนที่เข้ามาใช้บริการล้วนแต่งกายสวยงาม จากเสื้อผ้าและเครื่องประดับบนร่างกายมองดูก็รู้ว่าเป็นคนอยู่ในสังคมชั้นสูง ช่างเสริมสวยในชุดฟอร์มเรียบร้อยกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ไม่ว่อกแว่กเหมือนช่างตามร้านเสริมสวยทั่วไปที่มักจะทำแล้วพูดนินทาคนโน้นคนนี้ไปด้วย

ถัดจากแผนกผมเป็นแผนกหน้าที่มีลูกค้านอนนวดหน้า เคาะหน้ากันอยู่บนเตียง ส่วนในสุดคาดว่าจะเป็นแผนกนวดตัวเพราะมีผ้าม่านปิดบังไว้อย่างมิดชิด หญิงสาวก้มลงหยิบนิตยสารที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กขึ้นมาอ่านพลางคิดในใจอย่างขำๆ เพราะแม้แต่นิตยสารที่มีไว้ให้ลูกค้าอ่านก็ยังเป็นนิตยสารชื่อดังของต่างประเทศ ไม่ใช่ คู่สร้างคู่รัก หรือนิตยสารดาราที่ชอบล้วงลึกสอดรู้สอดเห็นเอาเรื่องส่วนตัวของคนโน้นคนนี้มาแฉ

“หนูวา”

เสียงเรียกของกรวรรณทำเอาคนกำลังคิดอะไรเพลินๆ สะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นเจ้าของเสียงเดินยิ้มร่าเข้ามาโดยมีสุภาพสตรีในชุดจั๊มสูทสีดำ ดวงหน้านั้นตกแต่งอย่างงดงาม ขวัญชีวาเดาว่าน่าจะเป็นเจ้าของร้านที่ชื่อน้าเหมียว ซึ่งก็เดาไม่ผิดเมื่อได้ยินผู้เป็นเพื่อนเอ่ยแนะนำ

“หนูวา นี่น้ามิราหรือน้าเหมียว เป็นเจ้าของร้าน”

คนถูกแนะนำยกมือขึ้นไหว้พร้อมด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีค่ะน้าเหมียว”

มิรามองหญิงสาวในชุดกางเกงยีนสี่ส่วนเสื้อคอจีนสีดำลายจุดขาวตัวยาวคลุมสะโพก ที่หลานสาวของผู้เป็นเพื่อนบอกกับเธอว่าให้ช่วยเพิ่มความสวยให้อย่างพินิจพิจารณา แม้อีกฝ่ายจะแต่งกายเรียบง่าย เครื่องประดับสักชิ้นก็ไม่มีติดกาย แต่น่าแปลกที่เธอรู้สึกว่าเจ้าตัวไม่ธรรมดา อีกทั้งหน้าตาก็สะสวยตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมแต่อย่างใด

“สวัสดีจ้ะ” แล้วจึงหันไปทางหลานสาวเพื่อน “เพื่อนของนกก็สวยอยู่แล้ว จะให้น้าเหมียวเพิ่มตรงไหนล่ะจ๊ะ”

“แล้วแต่น้าเหมียวจะเห็นควรค่ะ” กรวรรณพูดพลางอมยิ้ม

มิรามองไปทางหญิงสาวอีกครั้ง “ไหนยืนให้ดูหน่อยสิจ๊ะ”

คนถูกบอกให้ยืนลุกขึ้นตามคำสั่งพลางคิดในใจ นี่ถ้าบอกให้หมุนตัวด้วยต้องคิดว่าอีกฝ่ายจะส่งเธอเข้าประกวดนางงามอย่างแน่นอน

“สูงจัง รูปร่างก็ดี มีอก มีเอว สะโพกสวยเชียว ไม่ผอมแห้งเหมือนสาวๆ สมัยนี้ หุ่นอย่างนี้น่าส่งเข้าประกวดนางงามจริงๆ หนูสนใจจะประกวดไหมเดี๋ยวน้าเหมียวเป็นสปอนเซอร์ให้เองจ้ะ”

คำพูดของเจ้าของร้านทำให้กรวรรณหัวเราะคิกออกมาอย่างขบขัน ยิ่งเห็นสีหน้าปั้นยากของผู้เป็นเพื่อนก็ขันมากขึ้น เพราะเจ้าตัวมักจะถูกทักและชักชวนแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วก็ว่าได้ นี่ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่ลูกสาวเจ้าของธุรกิจก่อสร้างอันดับต้นๆ ของประเทศ เธอยุให้ประกวดไปนานแล้ว

“ไม่หรอกค่ะ หนูไม่ชอบ” คนชื่อเล่นว่าหนูวาแต่ชอบแทนตัวเองว่าหนูส่ายหน้าจนผมกระจาย ก่อนจะทรุดนั่งลงบนโซฟาเหมือนเดิม

“อ้าว ทำไมล่ะ รับรองว่าหนูต้องได้เข้ารอบแน่นอน หน้าตาถือว่าผ่านแล้วเพราะนางงามสมัยนี้ส่วนใหญ่สวยด้วยศัลยกรรมแทบทั้งนั้น แต่หนูสวยตามธรรมชาติ...” คนพูดพูดยังไม่ทันจบประโยคกรวรรณก็เดินเข้าไปกระซิบที่ข้างหู ทำให้สีหน้าฉายแววตื่นเต้นของมิราเปลี่ยนเป็นเสียดายขึ้นมาทันที ก่อนจะมองสำรวจหญิงสาวอีกครั้ง

“น่าเสียดายจริงๆ แต่เอาละ เรื่องเพิ่มความสวยน้าเหมียวรู้แล้วจะเพิ่มตรงไหน หนูวาไปนั่งตรงเก้าอี้นั่นได้เลย รับรองว่าจากที่สวยอยู่แล้วจะสวยมากกว่าเก่าแน่นอน”

ขวัญชีวาถึงกับถอนหายใจดังเฮือกหลังกรรมวิธีและขั้นตอนเสริมความงามต่างๆ นานาที่ใช้เวลาร่วมสองชั่วโมงสิ้นสุดลง หญิงสาวหลายคนอาจโปรดปรานและชื่นชอบในเรื่องดังกล่าว แต่สำหรับตัวเธอช่างเป็นเวลาอันแสนจะทรมานจากความเมื่อยที่ต้องนั่งและนอนนิ่งๆ ดวงตาคู่สวยมองกระจกเงาที่กำลังสะท้อนภาพผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดูสวยผิดตาขึ้นจนเห็นได้ชัด กระทั่งเจ้าของดวงหน้ายังอดตกตะลึงไม่ได้

“ความจริงเราก็สวยเป็นหนึ่งไม่เป็นสองเหมือนกันนะเนี่ย” เพราะเส้นผมรุ่ยร่ายไม่เป็นทรงถูกซอยออกลดหลั่นระดับกันจนกลายเป็นทรงสวยทันสมัย อีกทั้งใบหน้ายังถูกเคาะ ตบ ขัด นวด และพอกจนดูใสกระจ่างขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

“โอ้โห สวยขึ้นอีกจมเลยหนูวา” กรวรรณอุทานเสียงดังหลังเงยหน้าจากจอแท็บเล็ตในมือ แล้วลุกขึ้นจากโซฟาเดินมาหาผู้เป็นเพื่อนตรงหน้ากระจก

“ถ้าสวยจมแกสวยไปคนเดียวเถอะ”

กรวรรณอดหัวเราะคิกกับคำพูดของตัวเองไม่ได้ “ความจริงตัวแกน่ะสวยอยู่แล้วหนูวา แต่ตอนนี้สวยขึ้นกว่าเก่า”

ก่อนจะก้มลงให้ความสนใจกับแท็บเล็ตที่ถืออยู่ในมือต่อ จนคนถูกชมว่าสวยต้องถามอย่างสงสัย

“แล้วนั่นดูแกอะไรนักหนาหือยายนก”

คำตอบของเพื่อนคือเสียงร้องกรี๊ดกร๊าดตื่นเต้น “ตายแล้ว ตายแล้วนังหนูวาแกดูผู้ชายคนนี้สิ นอกจากจะล้อหล่อแล้วยังเป็นคนดีอีก”

“ผู้ชายอะไรของแกอีกล่ะ เอะอะโวยวายเสียจริงยายคนนี้” ขวัญชีวาต่อว่าพลางเหลียวมองไปรอบๆ ตัวเพราะกลัวจะก่อความรำคาญให้ลูกค้าคนอื่น แล้วก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเวลานี้ภายในร้านมีแค่ช่างที่กำลังทำความสะอาดพื้นอยู่เท่านั้น ส่วนลูกค้าในร้านไม่เหลือใครแล้วนอกจากเธอและผู้เป็นเพื่อนที่กำลังดูหน้าจอแท็บเล็ตแล้วส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดอยู่ข้างๆ หู

“ก็ผู้ชายคนนี้ไง” กรวรรณยื่นแท็บเล็ตในมือให้ดู “จูงมือคนตาบอดเดินข้ามถนนขณะฝนกำลังตกแล้วมีคนตาดีเห็นเลยถ่ายรูปโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก หน้าตาในภาพก็เห็นชัดเจนมากแถมมีคลิปด้วยนะ คนอะไรหล่อแล้วยังมีน้ำใจอีก ผู้ชายในฝันของฉันจริงๆ ตอนนี้นะภาพที่ว่ากลายเป็นถูกกล่าวขวัญกันในโซเชียลเน็ตเวิร์กเลยนะหนูวา คนเข้าไปกดไลก์ภาพร่วมแสนแล้วมั้ง ภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที หลายคนเข้าไปคอมเมนต์ว่าหน้าตาผู้ชายคนนี้คล้าย เอ็ดดี้ เผิง พระเอกไต้หวันสุดหล่อของฉันด้วยนะ แต่ฉันว่าคนนี้ดูสูงกว่าแล้วก็หล่อกว่า”

“ใครคือ เอ็ดดี้ เผิง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป